bookandreading
“การอ่าน” เป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝัง ต้องอาศัยการฝึกฝนด้วยตนเอง ต้องได้รับการแนะนำสั่งสอน ต้องมีตัวแบบในการอ่าน มีหนังสือที่ถูกใจ มีบรรยากาศที่ส่งเสริม และมีโอกาสได้อ่าน ทั้งนี้กระบวนการสร้างนิสัย “รักการอ่าน” ในเด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ดังนี้
• เริ่มต้นที่ “พ่อ แม่” เป็นผู้สร้างบรรยากาศและสนับสนุนให้เด็กได้เริ่มอ่านหนังสือเล่มแรก
• “ครูและโรงเรียน” ต้องจัดให้มีกิจกรรมสนับสนุนการอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ
• บ้าน โรงเรียนและชุมชน ต้องเห็นสอดคล้องกัน ถึงความจำเป็นในการร่วมกันจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อให้เกิดการอ่านให้เกิดขึ้น เช่น จัดให้มีเวลาอ่านหนังสือ พยายามจัดหนังสือไว้ในที่ที่เข้าถึงได้ง่าย ทั้งที่บ้าน ห้องสมุด ในโรงเรียน และชุมชน
• รัฐ ต้องมีนโยบายสนับสนุนการผลิตหนังสือสำหรับเด็ก และกลไกกระจายหนังสือสู่เด็กอย่างทั่วถึง
• สำนักพิมพ์ ต้องคัดสรรผลิตหนังสือเด็กที่มีคุณภาพสู่ตลาดในราคาที่เหมาะสม
• สังคมมีพื้นที่ให้ เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน ได้มีโอกาสลงมือปฏิบัติเพื่อดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการรักการอ่านอย่างมีส่วนร่วม และ พร้อมใจกันสร้างค่านิยม ”มีหนังสือในมือ”
การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นโอกาสที่ผู้อ่านจะได้สร้างสรรค์จินตนาการ พลังความคิดและสติปัญญามากที่สุดแต่ปัจจุบันมีสื่ออื่นๆ มากมาย เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นดีวีดี ฯลฯ ที่มาแบ่งเวลาการอ่านหนังสือไป

ในความเป็นจริงอีกด้านหนึ่งกิจกรรมทางการเรียนของเด็กและเยาวชนและความจำเป็นด้านการทำมาหากินของผู้ใหญ่เองก็มีส่วนทำให้การอ่านไม่สามารถบรรจุไว้ใน ตารางเวลาของชีวิตประจำวันได้ แต่หนังสือและการอ่านมีความประโยชน์อย่างยิ่งดังนั้นการนำตนเอง และจูงมือ เด็ก เยาวชน ครอบครัว ชุมชน เข้าสู่โลกของหนังสือ เข้าสู่โลกแห่งการอ่านจึงเป็นของขวัญล้ำค่าที่ทุกฝ่ายในสังคมควรมอบให้แก่กัน โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เด็ก เยาวชน พ่อ แม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก ครู ผู้นำชุมชน บุคลากรในหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศต้องประสานพลังและจัดกระบวนการสร้างนิสัยรักหนังสือและการอ่านให้เกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติของแต่ละวัย และวิถีชีวิตทั้งในระดับปัจเจกและระดับสังคม ข้อมูลการทำงานของเครือข่ายหนังสือเพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว อ่านเพิ่มเติม ที่ www.bookandreading.com