บทความจากหมวด ‘Happy read’

11
ก.ย.

หอมกรุ่นกลิ่นหนังสือ

Posted under Happy family, Happy read 1 Comment

??การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ให้ประสบการณ์ที่มีความงามอย่างยิ่ง?ให้รสสัมผัสตอบสนองการรับรสสุนทรียทางอารมณ์ได้ครบถ้วนทั้งรูป รส?กลิ่น?เสียง? สัมผัส และอยากจะชวนอ่านหนังสือ จะเห็นด้วยหรือเปล่านะ ไม่เชื่อก็ลองหาเวลาสักนิด?? เข้าใจว่าสมัยนี้เวลาทุกอย่างรัดตัวไปหมด???

????? บางคนถึงขนาดลั่นวาจาว่า?” เวลาจะหายใจหายคอแทบไม่มี” ?แต่ถ้าพอจะแบ่งเวลาสักนิดเพื่อให้รางวัลแก่ตนเองอย่างง่ายในราคาที่พอเพียงก็อยากจะชวนว่าลอง หยิบหนังสือที่ถูกใจ? สักเล่มหนึ่ง?

?????? อาจจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน?? การปลูกต้นไม้??ทำสวน?? หนังสือเกี่ยวกับเสื้อผ้า? หน้า? ผม?? หนังสือเกี่ยวกับการปรุงอาหาร? เครื่องดื่มและของว่าง? หนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยี? คอมพิวเตอร์? รถยนต์? กล้องถ่ายรูป?? เครื่องเสียง???การ์ตูน?นวนิยาย? สารคดี? กวีนิพนธ์ และอื่นๆอีกมากมายที่จาระไนได้ไม่ถ้วนทั่วแน่นอน

???????เอาว่าลองเลือกหนังสือมาสักเล่มหนึ่ง?? ไม่ลองก็จะไม่รู้นะจะบอกให้?? พอได้หนังสือที่ถูกใจแล้ว? จากนั้นหามุมหนึ่งเหมาะๆ??? อาจจะเป็นใต้ต้นไม้ในสวน??? ข้างกระถางต้นไม้??หน้าทีวี(ที่ไม่เปิด) ในบ้านหรือแม้แต่บางซอกในห้องน้ำ (เย็นดีออก)? จะนั่งหรือนอนก็ได้อันนี้ก็ตามสะดวก??

??????? จากนั้นเริ่มหยิบหนังสือเล่มที่ถูกใจมาค่อยๆ พิจารณารูปเล่ม?? ปกหน้าปกหลัง? กระดาษ? สี? และตัวหนังสือที่ใช้? เรื่อยไปถึงวิธีการนำเสนอเนื้อหา?? ขณะนั้นให้ปล่อยใจตามสบาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆให้เต็มปอดและระบายออกยาวๆให้สุด? นิ่ง??สงบ? ผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกทั้งหมดอยู่กับหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เมื่อกาย ใจ? อารมณ์ความรู้สึกของเราพร้อม?? เสียงของหัวใจจะบอกเราเองว่าแล้วการอ่านหนังสือนั้นที่ว่าให้อรรถรสครบถ้วนนั้นเป็นอย่างไร?

???????? ในกรณีที่ท่านเป็นคุณพ่อ?? คุณแม่?? คุณตา? คุณยาย? คุณย่า คุณปู่หรือผู้ที่มีเด็กๆอยู่แวดล้อมด้วยแล้วการอ่านหนังสือนอกจากจะให้ความสุขแก่ท่านเป็นการส่วนตัวแล้วถือว่าการอ่านหนังสือของท่านเป็นการสอนลูกหลานผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริงในวิถีชีวิตอีกด้วย???? การให้ประสบการณ์ของการอ่านหนังสือเด็กแก่บุตรหลานไม่ว่าจะอ่านหนังสือให้เห็น??? อ่านหนังสือร่วมกัน?? อ่านให้ฟัง หรือจัดหาหนังสือวางไว้ในที่สะดวกหยิบ ถือว่าเป็นการให้มรดกทางปัญญาที่ล้ำค่ายิ่ง

???????? จึงอยากจะชวนให้อ่านหนังสือ……………..สื่อความสุขและการเรียนรู้ที่ไม่ต้องการวัสดุอุปกรณ์เครื่องพ่วงใดๆนอกจากความพร้อมของท่านเอง?

*************************

? ที่มา : สรวงธร นาวาผล

Tags: , ,
11
ก.ย.

จูงมือหนู หนูเข้าสู่โลกการอ่าน(หนังสือ)

Posted under Happy read No Comments

???????? มีข้อมูลจากหลายแหล่งความรู้กล่าวถึงประโยชน์อันมหาศาลของการอ่านหนังสือต่อผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆประมวลได้ว่า หากพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็กส่งผลให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสำเร็จในชีวิต การอ่านทำให้เด็กพัฒนาความสามารถในการแสดงออกด้วยการพูดและเขียน การอ่านช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และกระตุ้นให้เด็กมีจินตนาการ การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่สมองต้องทำงานด้วยการคิด ตีความ วิเคราะห์ และฝึกการสร้างจินตนาการจากตัวหนังสือให้เป็นภาพ ?ข้อมูลเหล่านั้นถือเป็นตัวตั้งที่รอตัวคูณคือพฤติกรรมการอ่านเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์เป็นทวีคูณทั้งต่อผู้อ่านและสังคม หากผู้คนและเด็กๆรักหนังสือและการอ่านน่าจะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างใหญ่หลวงทั้งต่อเด็ก สังคมและประเทศชาตินั่นเอง

???????? จากการดำเนินโครงการ “ชวนอ่านหนังสือดี เปิดพื้นที่การเรียนรู้” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ผ่านแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.)ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่าการรักอ่านน่าจะเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดในมนุษย์ทุกคนแต่บนเส้นทางของการเจริญวัยนั้นเองที่อาจจะมีปัจจัยส่งเสริมหรือปัจจัยบั่นทอนพฤติกรรมการรักอ่านซึ่งทางโครงการฯเรียกว่า”สภาพแวดล้อม” “สภาพแวดล้อม”ในที่นี้หมายรวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เป็นบุคคล?? พื้นที่และกลไกอื่นๆในสังคม เมื่อจะจูงมือเด็กๆเข้าสู่โลกของหนังสือและการอ่านจำเป็นต้องใส่ใจและเข้าใจองค์ประกอบในเรื่องเหล่านั้นทั้งระบบ

????อย่างไรก็ตามประสบการณ์จากการดำเนินโครงการฯเห็นว่า”การปลุกและการปลูกนิสัยรักหนังสือและการอ่าน “ที่หากจะเริ่มจากจุดเล็กๆนั้นน่าจะมีแนวทางดังนี้

?????1.ผู้ใหญ่ต้องตระหนักว่าตนเองเป็นสิ่งแวดล้อมบุคคลที่สำคัญต่อการที่จะส่งเสริมหรือทำลายการรักอ่านของเด็ก?? ผู้ใหญ่ต้องเชื่อมั่นในพลังของหนังสือและการอ่านว่าช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้รอบด้าน

??? 2.รักษา “การรักอ่าน” ของเด็กๆไว้ด้วยการให้มีโอกาสเข้าถึงหนังสืออย่างต่อเนื่อง

? 3.ให้เด็กมีประสบการณ์ด้านบวกต่อหนังสือและการอ่าน เช่น สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น? สบายใจ? ผ่อนคลายให้เกิดขึ้นระหว่างการเล่านิทานหรืออ่านหนังสือร่วมกัน หรือ? ให้โอกาสเด็กได้เลือกหนังสืออ่านเองตามใจชอบ ให้เด็กมีอิสระในการเลือกอ่านตามรสนิยม หรือความชอบของตนเอง จะทำให้เด็กรักการอ่านมากกว่าเด็กที่ถูกบังคับให้อ่านตามความชอบของผู้ใหญ่ เป็นต้น

?? 4.นำการอ่านเชื่อมโยงเข้าสู่วิถีชีวิตหรือช่วยจัดตารางเวลาของชีวิตประจำวันโดยสอดแทรกเวลาของการอ่านเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืน? เช่น ชวนเล่นสนุกจากหนังสือ(หาหนังสือที่มีกิจกรรมน่าสนใจมาให้เด็กอ่านและชวนเด็กทำกิจกรรมสุกๆเหล่านั้น)? ชวนหาความรู้เพิ่มเติมบนความสนใจของเด็ก(ถ้าเด็กๆ ชอบทำอาหาร นอกจากจะพูดคุยและแลกเปลี่ยนกัน อาจจะชวนกันไปค้นคว้าหาตำราอาหารที่หลากหลายชนิดมาอ่านหาความรู้ร่วมกันเพิ่มเติม หรือในกรณีที่มีความสนใจด้านกีฬาอาจจะคุยกันถึงสิ่งพิมพ์หรือหนังสือที่เป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนั้นๆ) ฯลฯ

??? 5.พาเด็กไปอยู่บรรยากาศที่มีการรวมตัวของผู้สนใจหนังสือและการอ่านจำนวนมากบ้าง ?เช่น?? พาไปงานเทศกาลหนังสือ??? พา ไปเดินดู แนะนำและทำความรู้จักกับหนังสือที่หลากหลายประเภทตามแหล่งหนังสือต่างๆ เช่น ห้องสมุด, Book Tower, อุทยานการเรียนรู้ ฯลฯ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ และเสริมประสบการณ์ทางด้านหนังสือและการอ่าน รวมทั้งอาจจะให้โอกาสได้ทดลองใช้บริการของแหล่งหนังสือต่างๆเหล่านั้นด้วย

??? 6.หากิจกรรมส่งเสริมการอ่านสนุกๆเล่นกับเด็ก กิจกรรมง่ายๆธรรมดาๆอย่าง เช่น การเล่น? “ทายคำถามหาคำตอบ”ก็ทำให้เด็กสนุกและเพลิดเพลินได้

??? 7.เลือกหนังสือเป็นของขวัญหรือให้รางวัล แก่เด็กๆ ตามโอกาสสมควรถือว่าเป็นการนำเด็กเข้าสู่โลกของและการอ่านได้อีกทางหนึ่งโดยซื้อหนังสือที่เด็กชอบ และบางครั้งหากเป็นไปได้ก็เลือกหนังสือที่เด็กและพ่อแม่ต่างชอบเหมือนกัน แล้วหาเวลาอ่านหนังสือเล่มนั้นด้วยกันเป็นการนำเด็กเข้าสู่โลกของหนังสือและการอ่าน ได้อีกทางหนึ่ง เช่นกัน

??? 8.แนะนำแก่เด็ก ว่าการอ่านสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น บางทีคนเราอาจอ่านหนังสือเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลินเท่านั้น แต่บางทีอาจจะอ่านเพื่อหาข้อมูลประดับความรู้ หรือช่วยทำการบ้านด้วยก็ได้

??????? การจะจูงมือหนูๆเข้าสู่โลกของการอ่านได้นั้นไม่มีสูตรสำเร็จ เพื่อให้เด็กอ่านหนังสือออก อ่านหนังสือเก่ง เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนคาดหวัง? ในขณะเดียวกันเด็กเองก็มีธรรมชาติของการอยากรู้อยากเห็น อยากอ่าน อยากเปิดหนังสือดูเรื่องราวๆ ต่างๆอยู่แล้ว ?แต่อย่าลืมว่าการยัดเยียดและหากเด็กต้องตกอยู่ในบรรยากาศของการถูกบังคับ ?ความตั้งใจดีของผู้ใหญ่ที่ถือที่ถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่สำคัญของเด็กจะกลายเป็นรอยประทับใจด้านลบและผลักเด็กออกจากหนังสือและการอ่านได้เช่นกัน

?ที่มา : สรวงธร? นาวาผล?

Tags: , ,
06
ก.ย.

อย่าพลาดโอกาสจากการอ่าน

Posted under Happy read No Comments

?”คนที่ชอบอ่านหนังสือ? ย่อมไขว่คว้าทุกสิ่งทุกอย่างได้”

???????????????????????????????????? วิลเลียม กอดวิน???รัฐบุรุษอังกฤษ

???????????????????????????????????????????????????ค.ศ.1756-1836

????????พวกเราส่วนมากมีแผนออมทรัพย์ตลอดชีวิตเพราะเราไม่ชอบก้าวไปบนทางชีวิตโดยไม่มีเงินติดกระเป๋าเลย? แต่เราคิดบ้างไหม? หากเราก้าวเดินไปบนทางชีวิตโดยไม่มีอะไรอยู่ในสมอง?? แล้วจะเป็นอย่างไร ?

?????????คนที่ข้าพเจ้าสมเพชที่สุดคือคนที่ได้มายังโลกมหัศจรรย์ใบนี้แล้วก็จากไปโดยไม่รู้ว่าชีวิตของเขาเป็นอย่างไร? คนอย่างนี้ไม่ว่าสภาพเงินฝากในธนาคารของเขามีมากน้อยเพียงไรต้องถือว่าเขามีชีวิตและตายไปอย่างล้มละลายทางจิตใจ? เพราะฉะนั้นจงวางแผนการอ่านตลอดชีวิตให้แก่ตัวคุณเอง? สิ่งที่นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่คิดคิดและรู้สึกก็จะซึมวาบเข้าไปในจิตใจของคุณอย่างช้าๆค่อยเป็นค่อยไป? ปีแล้วปีเล่าตลอดชีวิต

????????? คนที่ปัจจุบันที่ได้รับรู้ความคิดและความรู้สึกเหล่านี้จะรู้ว่า? เขาเป็นผลิตผลของประวัติศาสตร์หลายพันปีของมนุษยชาติ? เขาจะรู้ว่าเขาได้ความคิดที่เขายึดถือในการดำเนินชีวิตมาได้อย่างไรและเขาจะรูสึกว่า? สายธารแห่งอารยธรรมอันยิ่งใหญ่และประเสริฐที่เขามีส่วนอยู่ด้วยได้ปลุกเร้าให้กำลังใจแก่เขา??

?????????? หนังสือคือกุญแจหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะไขประตูไปสู่การค้นพบบุคคลและความคิดที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้? คนที่ฉลาดที่สุดจะเห็นว่าหนังสือคือกุญแจที่ดีที่สุดด้วยซ้ำไป? จงสนุกไปกับการอ่านหนังสือเถอะ? เมื่อคุณอ่านหนังสือ? คุณจะรู้ว่าสติปัญญาของคุณจะเพิ่มพูนขึ้นความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกที่สำคัญที่สุด หาอื่นใดเทียบเทียมไม่ได้และเป็นความรู้สึกที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดในโลก? การอ่านหนังสือเหมือนการผจญภัย??

????????? การอ่านหนังสือคือประสบการณ์ในเชิงรุกไม่ใช่เชิงรับ? นอกจากหนังสือที่เหลวไหลไร้สาระแล้ว? การอ่านหนังสือเป็นแบบแผนชีวิตที่ทรงพลังที่สุด? การอ่านหนังสือที่ดีเหมือนกับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ทำให้รู้สึกสุขสบายในความอ่อนล้าอันเกิดจากกล้ามเนื้อทางปัญญาขยายตัว

??????????????????????????????????????????????????????????????? คลิฟตัน? เฟดิแมน

??????????????????????????????????????????????? นักเขียนและนักพูดอเมริกัน

************************************************************************

ที่มา : แห่งความสดใสของชีวิต??แปลและเรียบเรียงโดย โสรีช์ โพธิแก้ว?? :}

Tags: ,
26
ส.ค.

ห้องสมุดอูฐ

Posted under Happy read No Comments

??????????????? ห้องสมุดไม่มีขามันเลยเคลื่อนที่ไปหาผู้อ่านไม่ได้ได้แต่รอคอยว่าเมื่อไหร่จะมีผู้อ่านผ่านเข้ามา

?????หอสมุดแห่งชาติของเคนย่านั้นก็ไม่มีขา ?แต่มีสาขาย่อยเปิดให้บริการอยู่ในหลายเมือง? นโยบายการกระจายห้องสมุดสู่ภูมิภาคนั้นเป็นความปรารถนาดีที่น่าชมเชยแล้วถึงจะมีคนเข้ามาใช้บริการไม่มากก็ไม่น่าจะนับว่าเป็นความผิดของห้องสมุดแต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่รับผิดชอบเขาจะไม่คิดเช่นนั้น ???

?????? ในความเป็นจริงแล้ว? ประชากรเคนย่าจำนวนมากต้องเลี้ยงสัตว์อยู่ในทุ่งหญ้าอันห่างไกลไม่มีทางได้เข้ามาใช้บริการห้องสมุดในเมืองแน่โดยเฉพาะพื้นที่ทางแถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศที่มีอัตราไม่รู้หนังสือถึง 85.3 เปอร์เซ็นต์ (อัตราไม่รู้หนังสือเฉลี่ยทั้งประเทศเคนย่าอยู่ที่ 31 เปอร์เซ็นต์) ว่าแล้วทางห้องสมุดก็คิดหาหนทางให้คนเลี้ยงสัตว์ได้มีโอกาสหัดอ่านหนังสือบ้างเมื่อชาวบ้านเดินทางมาหาห้องสมุดไม่ได้ห้องสมุดก็จะเดินทางไปหาพวกเขาเอง

?????????ในปี 2539 หอสมุดแห่งชาติเคนย่าได้เปิดตัวโครงการใหม่ที่ไม่มีใครเหมือนนั้นก็คือโครงการ “ห้องสมุดอูฐเคลื่อนที่” โครงการนี้ตั้งต้นที่สำนักงานสาขาของห้องสมุดมีการจัดเตรียมหนังสือ 300 เล่ม? ใส่ลงในกล่อง 4 ใบ เต็นท์? 1 หลัง (พร้อมชั้นวางหนังสือที่ติดอยู่กับผนังเต็นท์) เก้าอี้ 2 ตัวโต๊ะ 1 ตัว ร่มหลายคัน? บรรณารักษ์ 1 คน? ผู้ช่วย 2 คน เดินทางไปพร้อมกับอูฐ 3 ตัวในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากห้องสมุด

??????? ไปถึงแหล่งของคนเลี้ยงสัตว์ก็กางเต็นท์? เติมหนังสือแล้วชักชวนให้คนเลี้ยงสัตว์มาใช้เวลาว่างระหว่างวันกับการอ่านหนังสือแทนที่จะหายใจทิ้งไปวัน ๆ ตกเย็นคาราวานห้องสมุดอูฐก็เก็บของกลับ? ห้องสมุดอูฐเปิดให้บริการเฉพาะวันจันทร์ถึงพฤหัสบดีเท่านั้นเพราะอูฐก็ควรมีสิทธิได้หยุดงานบ้าง

?????????ห้องสมุดมีขาของเคนย่าเปิดตัวด้วยการประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมจนต้องรีบขยายกิจการนี้ไปยังเมืองอื่นๆอีกหลายแห่ง ก็ต้องแบบนี้แหละถ้าคนอ่านไม่เดินมา? ขาของห้องสมุดก็ต้องเดินไปหาเอง

??????????ได้อ่านเรื่องราวน่ารักๆแบบนี้ก็เลยรีบนำมาฝากกัน? และไม่รั้งรอที่จะรีบเข้าเน็ตไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมยิ่งพบความน่ารักมากขึ้น?? สำหรับคนที่รักการอ่าน หรือแม้คนที่รักสัตว์ ได้ชมภาพเหล่านี้แล้วก็คงอิ่มใจไม่น้อยค่ะ?? ?เข้าไปดูรูปและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่? http://www.mashahamilton.com/wp-gallery2.php? หวังว่าคงได้รับความสุขใจไม่แพ้กันค่ะ

?………………………………………………………………………………………………………..

?ที่มา: สรวงธร? นาวาผล คัดมาจาก หนังสือต้นไม้ใต้โลก ” 100ความคิดคันๆของคนอยากเปลี่ยนโลก” โดย ทรงกลด? บางยี่ขัน

?

Tags: , , ,
26
ส.ค.

ร้อยแปดวิธีส่งเสริมการรักการอ่าน ฉันรักการอ่านหนังสือ

Posted under Happy life, Happy read 8 Comments

หนังสือนอกห้องสมุด

?” หนังสือไม่ใช่แค่เพื่อน? แต่มันสร้างเพื่อนให้กับคุณ? เมื่อคุณครอบครองหนังสือด้วยหัวใจและวิญญาณ? คุณจะได้รับสิ่งดีๆจากมัน? แต่เมื่อคุณส่งต่อมันให้กับคนอื่นสิ่งดีๆที่คุณได้รับนั้นมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า “

เฮนรี่? มิลเลอร์

?????? Book Crossing คือชุมชนคนรักการอ่านที่ใหญ่ที่สุดในโลก? พวกเขาแลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่านด้วยวิธีการที่แสนง่ายดาย? ทว่าสุดจะแปลกประหลาด

??????????????? มันเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเราได้อ่านหนังสือดีๆ? เราก็อยากจะแบ่งปันให้คนอื่นๆได้อ่านด้วยซึ่งไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่ายื่นหนังสือเล่มนั้นให้คนอื่นอ่านกันไปเลย? แต่ถ้าเราส่งหนังสือเล่มนั้นไปให้ญาติสนิทมิตรสหายยืมอ่าน? มันก็คงถูกอ่านวนเวียนอยู่แค่ไม่กี่คนไหนๆก็ไหนก็ยื่นให้คนไม่รู้จักซะเลยเผื่อว่าหนังสือเล่มนั้นจะได้เดินทางไกลไปทั่วโลก

??????????????? เมื่อเราพบหนังสือถูกใจที่อยากส่งมันให้เดินทางไกลไปสู่หลายสายตาก็ต้องเริ่มจากการคลิกเข้าไปที่เว็บไซค์ของ Book? Crossing เพื่อลงทะเบียนหนังสือเล่มนั้นเมื่อได้ URL และเลขทะเบียนของหนังสือมาก็จัดการเขียนมันลงบนหนังสือแล้วก็หากระดาษเปล่าสักแผ่นแปะลงไปบนปกหลังด้านในเอาไว้ให้เจ้าของใหม่ได้เขียนชื่อต่อๆกันไปและก่อนจะปิดหน้าเว็บไซค์อย่าลืมแสดงความเห็นที่มีต่อหนังสือเล่มนั้นเอาไว้สักหน่อย?

?????????? จากนั้นก็นำหนังสือเล่มนั้นไปหยิบยื่นให้กับใครก็ได้จะเป็นคนรู้จัก? บริจาคให้กับองค์กรการกุศล? ตั้งใจวางทิ้งไว้ในร้านกาแฟหรือจงใจลืมไว้บนม้านั่งในสวนสาธารณะก็ได้ทั้งนั้นเมื่อมีคนมาพบหนังสือเล่มนี้เข้าและได้อ่านข้อความหนังสือ เขาก็จะคลิกเข้ามาลงทะเบียนในเว็บไซค์ทำให้รู้ว่าตอนนี้หนังสือเล่มนี้เดินทางไปอยู่กับใครและที่ไหนแล้ว? เราจึงสามารถตามรอยหนังสือเล่มนี้ไปได้เรื่อยๆไม่ว่ามันจะไปอยู่มุมไหนของโลกก็ตามจนกว่าหนังสือจะสูญหายไปจากวัฎจักรการเวียนว่ายหยิบยืม

??????????????? ตอนนี้สมาชิกของ Book? Crossing มีอยู่ราว 300,000 คนแลกเปลี่ยนหนังสือ 1.5 ล้านเล่มกันอ่านแบบไร้พรมแดนทั่วโลก? สิ่งที่พวกเขาทำมันจริงจังจนถึงขนาดที่ Concise? Oxford English? Dictionary ยอมบัญญัติคำศัพท์ ?Book Crossing’ เข้าไปอยู่ในพจนานุกรมก็แล้วกัน

??????????????? เป้าหมายของ Book Crossing ไม่มีอะไรมากมายไปกว่าอยากทำให้ทั้งโลกใบนี้กลายเป็นห้องสมุด?

??????????????? เมื่ออ่านข้อความในเว็บwww.bookcrossing.com? จบแล้ว? ปิดเว็บไวค์แล้วส่งลิงก์ไปให้คนที่คุณรู้จักบอกเขาให้ทำเหมือนกันต่อไปเรื่อย ๆ

*********************************************

ที่มา: หนังสือต้นไม้ใต้โลก ” 100ความคิดคันๆของคนอยากเปลี่ยนโลก” โดย ทรงกลด? บางยี่ขัน

Tags: , , , ,