บทความจากหมวด ‘Happy life’

01
ม.ค.

ชอคโกแล็ต ของขวัญยอดนิยม สำหรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่

Posted under Happy life No Comments

ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ? ปีใหม่ ชอคโกแล็ตมักจะเป็นของขวัญ ที่ทั้งผู้รับพอใจเป็นพิเศษ และผู้ให้ก็สบายใจ ไม่ต้องคิดค้นหาของขวัญกันมาก

ในช่วงใกล้คริสต์มาส ร้านขายชอคโกแล็ตประเภท Gourmet มีลูกค้าเข้าออกอยู่ตลอดเวลา คุณเจรี่ แร็ตลิฟต์บอกว่า การให้ชอคโกแล็ตเป็นของขวัญเป็นประเพณีในครอบครัว

คุณเจรี่บอกว่า ปกติแล้วจะไม่ซื้อชอคโกแล็ต Gourmet ซึ่งมีราคาแพง แต่ช่วงคริสต์มาสถือเป็นเรื่องพิเศษ

ในขณะเดียวกัน วงการอาหาร โดยเฉพาะสมาคมผู้ผลิตขนมหวานแห่งชาติ ก็กำลังพยายามหาทาง ที่จะทำให้ผู้นิยมรับประทานชอคโกแล็ต รับประทานชอคโกแล็ตได้มากขึ้น โดยมีความรู้สึกผิดน้อยลง และไม่ต้องรอโอกาสพิเศษอย่างเช่น เทศกาลคริสต์มาสเพื่อที่จะรับประทานชอคโกแล็ต

คุณซูซัน สมิธ รองนายกสมาคมผู้ผลิตขนมหวานแห่งชาติยืนยันว่า ชอคโกแล็ต และโกโก้ไม่ได้เป็นแค่ขนม หรือของหวานเท่านั้น เวลานี้ มีคนใช้ชอคโกแก็ต และโกโก้เป็นส่วนผสมในการปรุงอาหารต่างๆ มากขึ้นทุกที

และในงานเลี้ยงอาหารกลางวันของสมาคมฯ ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อเร็วๆ นี้ คุณซูซันบอกว่า อาหารจานหลัก เป็นเนื้อสันในหมักกับนมถั่วเหลือง โรสแมรี่และโกโก้ (เพิ่มเติม…)

Tags: , , ,
13
ธ.ค.

เพื่อน 5 คน ที่คุณต้องการมากที่สุด ในที่ทำงาน

Posted under Happy life No Comments

ปัจจุบันในขณะที่คนทำงานส่วนใหญ่ ใช้เวลาอยู่ในที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน จึงน่าจะเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ชีวิตในที่ทำงานนั้นน่ารื่นรมย์ขึ้น หรืออย่างน้อยก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ และยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานของแต่ละคนได้ด้วย โดยรายงานสำรวจของสำนักวิจัย Gallup ระบุว่าการมีเพื่อนใกล้ชิดในที่ทำงาน ช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างได้เกือบ 50%

ใครๆ ก็อยากมีเพื่อนดีๆ สักคน คนเฒ่าคนแก่ตั้งแต่สมัยโบราณก็แนะนำว่า จะคบใครก็ดูให้ดีดี คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล นักเขียนอเมริกัน Tania Khadder มีคำแนะนำซึ่งตีพิมพ์อยู่ในเว๊บไซต์ Yahoo ว่า เพื่อน 5 คนในที่ทำงานที่อาจเป็นเสมือนบัณฑิตนำผลดีมาสู่เราๆ ท่านๆ นั้น มีใครกันบ้าง

(เพิ่มเติม…)

Tags: , , , , ,
19
พ.ย.

นิทรรศการเพื่อให้บริการแก่ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่

Posted under Happy life No Comments
กรุงปารีสมีสมญาหลายอย่างด้วยกัน แต่ที่รู้จักกันทั่วไป คือ City of Light หรือนครแห่งแสงสี หรือ City of Romance นครแห่งความรัก ในขณะเดียวกันตัวเลขของสถาบันประชากรศาสตร์ศึกษาแห่งชาติของฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของชีวิตสมรสในฝรั่งเศสจบลงด้วยการหย่าร้าง
newslife?
คุณ Brigitte Gaumet เลยจัดงานนิทรรศการขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม เรียกชื่อว่า “New Start” หรือการเริ่มต้นใหม่ เพื่อให้บริการแก่ผู้ที่อยากจะไต่กลับขึ้นมาจากหลุมรัก และหาทางเริ่มต้นชีวิตใหม่ (เพิ่มเติม…)
Tags: , , ,
01
มิ.ย.

“Green Concept” 6 แนวทางเพื่อบ้านประหยัดพลังงาน

Posted under Happy life No Comments

???? เป็นเรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่นำมาฝากกันค่ะ หากครอบครัวของท่านผู้อ่านท่านใดกำลังมีแผนจะปลูกสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย เราก็มีแนวทางดี ๆ 6 แนวทางที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานให้ท่านผู้อ่านพิจารณาประกอบการตัดสินใจค่ะ
???????
???????สาเหตุที่ต้องให้ความสำคัญกับ “บ้านประหยัดพลังงาน” มากขึ้นในโลกยุคปัจจุบัน เป็นเพราะสังคมโลกทุกวันนี้ การได้มาซึ่งพลังงานค่อนข้างสะดวกง่ายดายมากกว่าในอดีต หากแต่ราคาก็ถีบตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นภาระของหลายคนที่ต้องแบกรับด้วยเช่นกัน

greentree

???????
???????เพื่อไม่ให้บ้านต้องกลายเป็นสถานที่สิ้นเปลืองพลังงาน และดูดเงินเก็บของครอบครัวไปแทนที่จะนำไปใช้ตามความจำเป็นด้านอื่น ๆ ทีมงาน Life & Family ขอถือโอกาสนี้ นำเสนอความรู้ดี ๆ จากศาสตราจารย์ ดร. สุนทร บุญญาธิการ ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารประหยัดพลังงาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาฝากท่านผู้อ่านที่ต้องการมีบ้านสบายกันค่ะ
??????? (เพิ่มเติม…)

Tags: , , ,
17
พ.ค.

การตลาดสำหรับเด็กๆ ที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น หรือที่เรียกกันว่า TWEEN

Posted under Happy life No Comments

ในสหรัฐนั้น การซื้อขายสินค้าสำหรับเด็กๆ ที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น กลายเป็นธุรกิจใหญ่โต ที่มีมูลค่ามากกว่าปีละสี่หมื่นล้านดอลล่าร์ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เด็กๆ อเมริกันที่มีอายุระหว่าง 7-14 ปีนั้น มีค่าใช้จ่ายมากกว่า 2,000 ดอลล่าร์ต่อคนต่อปี

Bella Haiz เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ ซึ่งกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น เป็นตัวอย่างหนึ่ง ของผู้ที่มีความสนอก สนใจในเรื่องของแฟชั่น เธอเล่าว่าเธอไปซื้อของกับคุณพ่ออยู่บ่อยๆ ?

42-16472104

และก็เป็นหน้าที่ของบรรดานักการตลาด ที่จะต้องหาวิธีดึงดูดใจเด็กๆ วัยรุ่นเหล่านี้ เด็กหญิง Bella มักจะเข้าเวบไซต์ที่มีชื่อว่า Fashionology dot com ซึ่งเธอสามารถออกแบบเสื้อผ้าของตัวเองได้

Bella จะเลือกรูปแบบของเสื้อที่ต้องการ จากนั้นก็เลือกสี สำหรับ Bella แล้ว การทำเช่นนี้ก็เหมือนๆ กับการเล่นเกม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า วิธีการนี้ เป็นวิธีที่ค่อนข้างใหม่ ที่บรรดานักการตลาดใช้ล่อใจเด็กๆ ที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งมีอายุระหว่าง 7-14 (เพิ่มเติม…)

Tags: , ,
02
พ.ค.

รอยยิ้ม สามารถทำนายอนาคตของชีวิตแต่งงานได้อย่างไร?

Posted under Happy life No Comments

รายงานวิจัยล่าสุดในสหรัฐแนะนำว่า ถ้าใครอยากจะรู้ล่วงหน้าว่า ชีวิตการแต่งงานของตนเองจะราบรื่นหรือไม่ ให้ลองไปเปิดสมุดเก็บภาพเก่าๆ ของคู่ชีวิตคุณดู แล้วลองสังเกตุว่าในภาพเหล่านั้น สามี หรือภรรยาในปัจจุบันของคุณฉีกยิ้มกว้างแค่ไหน เพราะนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำนายอนาคตของชีวิตแต่งงานของคุณได้

คุณผู้ฟังจำได้ไหมว่า เมื่อตอนสมัยยังเป็นเด็กหรือวัยรุ่น เวลาถ่ายรูปคุณชอบฉีกยิ้มกว้างๆ หรือนั่งเก็กหน้าขรึม หลายท่านอาจบอกว่า จำไม่ได้และถึงจำได้จะมีประโยชน์อะไร แต่รายงานวิจัยล่าสุดของมหาวิทยาลัย DePauw ในรัฐอินเดียน่าแนะนำให้ลองไปหาสมุดภาพเก่าๆ หรือหนังสือรุ่นมาเปิดดูว่า รอยยิ้มของคุณในภาพนั้นพิมพ์ใจแค่ไหน เพราะนั่นอาจบ่งบอกถึงอนาคตของชีวิตคู่ได้แบบไม่ต้องพึ่งหมอดูเลย

CB026240

นักวิจัยเก็บข้อมูลเรื่องนี้ ด้วยการเปิดหนังสือรุ่นเก่าๆ ของกลุ่มตัวอย่าง แล้วจัดอันดับรอยยิ้มตั้งแต่ 1 ถึง 10 คือถ้ายิ้มกว้างหรือยิ้มสวยที่สุดก็จะได้คะแนน 10 เต็ม ผลการวิจัยพบว่า 10% แรกของคนที่ได้คะแนนรอยยิ้มสูงที่สุด ไม่มีการหย่าร้างในชีวิตแต่งงานเลย ในขณะที่ 10% ของคนที่ได้คะแนนต่ำสุด มีชีวิตแต่งงานล้มเหลวถึงเกือบ 1 ใน 4 โดยนักวิจัยบอกว่าคะแนนดังกล่าวนั้นมาจากการฉีกยิ้มของกล้ามเนื้อ 2 ส่วน คือคือกล้ามเนื้อที่ดึงริมฝีปากขึ้นไป และกล้ามเนื้อที่สร้างรอยย่นรอบดวงตา
(เพิ่มเติม…)

Tags: , , , ,
24
ก.พ.

“กล้าสอน” กระบวนการสอนที่แตกต่าง

Posted under Happy life No Comments

หนึ่งในสามประเด็นเรื่อง “กล้าสอน” อันเป็นข้อสุดท้ายที่พาล์มเมอร์ (Parker J. Palmer) พูดถึง คือ “เรื่องของวิธีการสอน” หนึ่ง ตัวตนของครู หรือโลกภายในของครู สอง เรื่องขององค์ความรู้ และสาม จะพูดถึงประเด็นวิธีการสอน ซึ่งคิดว่าพาล์มเมอร์กำลังพูดถึง “วิถี” มากกว่า “วิธี” และที่จริงเรื่องวิธีการสอนก็ไม่ได้แยกออกไปจาก “ตัวตนของครูและองค์ความรู้” เลย แต่การพูดถึงวิธีการสอนต่างหากออกมา โดยกลับไปเชื่อมโยงกับทั้งสองประเด็นก่อนหน้าบ้างนั้น จะมีมิติใหม่ที่ทำให้เราสามารถเห็นและเข้าใจกระบวนการสอนแบบนี้มากขึ้น

พาล์มเมอร์ให้ความสำคัญกับการโอบกอดคู่ตรงกันข้าม หรือธรรมชาติที่มีขั้วสองอย่างที่ขัดแย้งกัน หากแต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ ภาษาอังกฤษเรียกว่า paradox ซึ่งคนที่สนใจพุทธศาสนานิกายเซนจะคุ้นเคยกับ “นัยยะขัดแย้ง” เช่นนี้

ยกตัวอย่างในวิธีการสอนโดยโอบอุ้มเวทีการเรียนรู้ พาล์มเมอร์ใช้คำว่า “open but charged” คือ ผู้นำพาการเรียนรู้จะสร้างพื้นที่เปิด แต่ในขณะเดียวกันก็ charged ด้วย อาจจะแปลว่า เปิดเหมือนไม่เปิด แต่ก็ยังเปิดอยู่ และสร้างแรงกดดัน คือ เพิ่มแรงเพิ่มความเข้มข้นเข้าไปในวงเปิดนั้น

หรืออีกคำหนึ่งของพาล์มเมอร์ คือ “open but bound หรือ เปิดแต่ก็มีขอบเขต” นี่เป็นตัวอย่างของการนำแนวทางสองอย่างที่ฟังดูขัดแย้งกัน แต่นำมาวางคู่กัน อยู่ด้วยกัน

ปัญญาแห่งวิธีการสอนดังกล่าว เป็นปัญญาปฏิบัติ เป็นศิลปะ มิใช่เป็นสิ่งที่พอได้อ่านถ้อยคำอธิบายแล้ว แม้ไม่มีประสบการณ์มาเลย ก็ยังเอาไปทำได้ ไม่ใช่อย่างนั้นเด็ดขาด หากแต่จะต้องนำไปปฏิบัติ และอาจจะต้องเคยเห็นพื้นที่เปิดที่เต็มไปด้วยพลังอัดแน่นอย่างเข้มข้นมาก่อนด้วย การเรียนรู้แบบที่พาล์มเมอร์อยากให้เกิดในห้องเรียนนั้น

เขากล่าวว่าต้องการสร้างสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศของการตื่นรู้อย่างไม่ธรรมดาให้เกิดขึ้น เมื่อได้บรรยากาศเช่นนั้นแล้ว นั่นแหละจึงจะเกิดการเรียนรู้อย่างไม่ธรรมดา อันเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง

ผู้เขียนคิดถึงการตื่นตัวพิเศษด้วยจิตตื่นโพลง ด้วยจิตตื่นรู้ ที่ไม่เพียงผ่อนคลายและปลอดภัย แต่มากกว่านั้น จะทำอย่างนั้นได้ ไม่มีทางเลยที่ครูจะไม่นำพาตัวตนเข้ามาเกี่ยวข้อง เกี่ยวพันอย่างทุ่มเททั้งตัว ตัวตนของครูต้องเข้ามา ต้องเปิดและอัดพลังเข้มข้นเข้ามาด้วย

ใน เวิลด์คาเฟ่ หนังสือเล่มหนึ่งของทีมเวิลด์คาเฟ่ ที่นำเสนอกระบวนการเรียนรู้แบบไดอะล็อค อย่างหนึ่ง จวนนิต้า บราวน์ (Juanita Brown)ใช้คำว่า “ทำซุปให้ข้น” ในวงการที่ศึกษาเรื่องสมองจะใช้คำว่า “Optimum Learning State” หรือ “สภาวะการเรียนรู้ที่ดีที่สุด” ซึ่ง แอนนา ไวส์ (Anna Wise) ได้กล่าวถึงไว้ในหนังสือของเธออัน เกี่ยวกับคลื่นสมอง

กล่าวคือใน “สภาวะการเรียนรู้ที่ดีที่สุด” นี้ คลื่นสมองจะทำงานพร้อมกันเต็มพิกัด ทุกคลื่น หมายถึงสมองสามชั้นจะทำงานร่วมกันเต็มพิกัด ก่อให้เกิดจิตตื่นรู้ อันเป็นที่จิตสามารถมองเห็นโลกภายนอกภายในพร้อมกันอย่างแจ่มชัด ทรงพลัง และมีพลังขับเคลื่อนเตรียมพร้อมที่จะเขียนโลกใบใหม่ โดยเขียนโลกภายในใหม่ พร้อมกันการสังเกตที่โลกภายนอกนั้นจะค่อยๆ คลี่บานยักย้ายเปลี่ยนแปลงไปตามโลกภายในที่เขียนขึ้นใหม่ กล่าวคือ การศึกษาที่แท้จริง เป็นการศึกษาที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในตัวตน หรือในโลกภายในของผู้เรียน ซึ่งเมื่อโลกภายในเปลี่ยน โลกภายนอกก็จะแปรเปลี่ยนตามไปด้วยกัน

ถ้าเราเอา “ชุดความรู้แบบเก่า” เข้าไปจับ เราอาจจะพยายามถอดบทเรียนของครูชั้นเซียน ออกมาเป็นวิธีการสอน แล้วเอาไปให้ครูฝึกหัดลอกเลียนใช้กัน แต่แล้วมันจะออกมาไม่ได้ตามที่ครูชั้นเซียนเคยทำได้ เพราะนี่คือปัญญาปฏิบัติ หรือ ศิลปะ ซึ่งลอกเลียนจากภายนอกไม่ได้ ปัญญาปฏิบัติจะขึ้นต่อบริบทที่มีชีวิต ณ ขณะนั้นๆ ด้วย ความเข้าใจในกลุ่มคนที่เข้ามาเรียนรู้ร่วม บรรยากาศสภาพแวดล้อม ธรรมชาติแวดล้อม ดิน ฟ้า อากาศ ระบบนิเวศ ใจคนที่เข้าร่วม ภูมิหลัง ความเป็นมาของผู้เข้าร่วม การตื่นโพลง ความรับรู้อันแหลมคมเป็นพิเศษของครูชั้นเซียนคนนั้น ทั้งหมดทั้งสิ้น

นี่คือความหมายที่แท้จริงของปัญญาปฏิบัติ วิธีการสอนไม่ตายตัว หากแต่ไหลเลื่อน เคลื่อนที่ เปลี่ยนแปลง เชื่อมโยง ตลอดเวลา

สเตฟานี เพจ มาร์แชล (Stephanie Pace Marshall) หนึ่งในนักการศึกษาคนแรกๆ ที่พยายามหันเหระบบการศึกษาให้กลับมาใช้อุปไมยอุปมาของระบบชีวิต ได้กล่าวถึงมิติวิธีการสอนในระดับชุมชน โดยได้พัฒนาแนวคิด การสร้างสรรค์ “ชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างก่อเกิด” เอาไว้อย่างน่าฟังในหนังสือ The Power to Transform : Leadership that brings learning and schooling to life (2006) โดยเธอได้กล่าวว่า

“ชุมชนการเรียนรู้อย่างก่อเกิดย่อมจะ

1.เชื้อเชิญ พัฒนา และหล่อเลี้ยงศักยภาพอันมีอยู่อย่างหลากหลายในตัวเด็ก ในการสร้างความหมาย บูรณาการ สำรวจ ค้นพบ ประดิษฐ์ สร้างสรรค์ และก่อให้เกิดปัญญา

2.เชื่อมโยงเด็กกลับไปสู่โลกแห่งธรรมชาติ ชุมชน และครอบครัวของมนุษยชาติอีกครั้ง เช่นเดียวกับการเชื่อมโยงกลับไปสู่เอกภาพ องค์รวม การอิงอาศัยกันและกัน ความหลากหลาย ความสดใหม่ ตลอดจนการสรรค์สร้างของระบบชีวิตอันปราศจากขอบเขตจำกัด

3.ให้เด็กได้กลับไปหมั้นหมายกับความร่ำรวยของชีวิตด้านใน อันได้แก่ อารมณ์ความรู้สึก ญาณทัศนะ จินตนาการ ความรัก ประสบการณ์ และจิตวิญญาณ เพื่อนำไปเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้

4.หล่อเลี้ยงศักยภาพในเด็กแต่ละคน เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพขึ้นมาในชีวิตของตัวเอง อย่างชาญฉลาด และ “ร่วม” ก่อร่างสร้างอนาคตแห่งมนุษยชาติ ด้วยการพัฒนาศักยะแห่งการเผยออก หรือความสามารถในการสืบค้นความหมายจากแบบแผนต่างๆ การคิดเชิงระบบ การมองการณ์ไกล และสามารถกระทำการด้วยฐานแห่งจริยธรรม”

แล้วสำหรับวิธีการสอน หรือกระบวนการเขียนโลกใบใหม่ระดับสังคม เธอได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

“ไม่มีช่วงเวลาไหนสำคัญเท่าช่วงเวลานี้อีกแล้ว ที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนการรับรู้ใหม่ และออกแบบระบบโรงเรียนใหม่ ให้เป็นที่ซึ่งจิตใจ หัวใจ และจิตวิญญาณของเด็ก ตลอดจนอนาคตของมนุษยชาติจะได้รับการหล่อเลี้ยงให้เจริญงอกงาม อนาคตของมนุษยชาติจะถูกกำหนดขึ้นด้วยจิตของเด็ก ตลอดจนคุณภาพแห่งการดำรงอยู่บนพื้นพิภพของพวกเขาเหล่านั้น นี่คือเวลาแห่งการปรับเปลี่ยน เคลื่อนย้ายออกจากกระบวนทัศน์แบบลดทอน สั่งการ และการทำอะไรให้เป็นมาตรฐานเดียวกันของระบบโรงเรียน นี่เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดแล้วที่เราจะสรรค์สร้างการเรียนรู้และระบบโรงเรียนอย่างก่อเกิด ซึ่งสนับสนุนเกื้อกูลชีวิต และเป็นเรื่องราวของเด็กเฉพาะแต่ละคนที่จะได้รับการปลุกเร้าให้เกิดจิตใจอันมีองค์รวม สุขภาวะ สั่นไหวด้วยคลื่นพลังอย่างกระตือรือร้น และกอปรไปด้วยปัญญา อันเป็นปัญญาที่จะหาหนทางอันเป็นธรรมชาติของตัวเอง ในการที่จะสร้างสรรค์อนาคตของมนุษยชาติอย่างยั่งยืน

“ฉะนั้น การเล่าเรื่องเสียใหม่เช่นนี้ จะกลายมาเป็นแผนที่นำทางอย่างใหม่ให้แก่เรา”

โดย วิศิษฐ์ วังวิญญู แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2552 คอลัมน์กระแสทรรศน์

Tags: , ,