บทความจากหมวด ‘Happy family’

11
ก.ย.

หอมกรุ่นกลิ่นหนังสือ

Posted under Happy family, Happy read 1 Comment

??การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ให้ประสบการณ์ที่มีความงามอย่างยิ่ง?ให้รสสัมผัสตอบสนองการรับรสสุนทรียทางอารมณ์ได้ครบถ้วนทั้งรูป รส?กลิ่น?เสียง? สัมผัส และอยากจะชวนอ่านหนังสือ จะเห็นด้วยหรือเปล่านะ ไม่เชื่อก็ลองหาเวลาสักนิด?? เข้าใจว่าสมัยนี้เวลาทุกอย่างรัดตัวไปหมด???

????? บางคนถึงขนาดลั่นวาจาว่า?” เวลาจะหายใจหายคอแทบไม่มี” ?แต่ถ้าพอจะแบ่งเวลาสักนิดเพื่อให้รางวัลแก่ตนเองอย่างง่ายในราคาที่พอเพียงก็อยากจะชวนว่าลอง หยิบหนังสือที่ถูกใจ? สักเล่มหนึ่ง?

?????? อาจจะเป็นหนังสือเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน?? การปลูกต้นไม้??ทำสวน?? หนังสือเกี่ยวกับเสื้อผ้า? หน้า? ผม?? หนังสือเกี่ยวกับการปรุงอาหาร? เครื่องดื่มและของว่าง? หนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยี? คอมพิวเตอร์? รถยนต์? กล้องถ่ายรูป?? เครื่องเสียง???การ์ตูน?นวนิยาย? สารคดี? กวีนิพนธ์ และอื่นๆอีกมากมายที่จาระไนได้ไม่ถ้วนทั่วแน่นอน

???????เอาว่าลองเลือกหนังสือมาสักเล่มหนึ่ง?? ไม่ลองก็จะไม่รู้นะจะบอกให้?? พอได้หนังสือที่ถูกใจแล้ว? จากนั้นหามุมหนึ่งเหมาะๆ??? อาจจะเป็นใต้ต้นไม้ในสวน??? ข้างกระถางต้นไม้??หน้าทีวี(ที่ไม่เปิด) ในบ้านหรือแม้แต่บางซอกในห้องน้ำ (เย็นดีออก)? จะนั่งหรือนอนก็ได้อันนี้ก็ตามสะดวก??

??????? จากนั้นเริ่มหยิบหนังสือเล่มที่ถูกใจมาค่อยๆ พิจารณารูปเล่ม?? ปกหน้าปกหลัง? กระดาษ? สี? และตัวหนังสือที่ใช้? เรื่อยไปถึงวิธีการนำเสนอเนื้อหา?? ขณะนั้นให้ปล่อยใจตามสบาย สูดลมหายใจเข้าลึกๆให้เต็มปอดและระบายออกยาวๆให้สุด? นิ่ง??สงบ? ผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกทั้งหมดอยู่กับหนังสือที่อยู่ตรงหน้า เมื่อกาย ใจ? อารมณ์ความรู้สึกของเราพร้อม?? เสียงของหัวใจจะบอกเราเองว่าแล้วการอ่านหนังสือนั้นที่ว่าให้อรรถรสครบถ้วนนั้นเป็นอย่างไร?

???????? ในกรณีที่ท่านเป็นคุณพ่อ?? คุณแม่?? คุณตา? คุณยาย? คุณย่า คุณปู่หรือผู้ที่มีเด็กๆอยู่แวดล้อมด้วยแล้วการอ่านหนังสือนอกจากจะให้ความสุขแก่ท่านเป็นการส่วนตัวแล้วถือว่าการอ่านหนังสือของท่านเป็นการสอนลูกหลานผ่านการปฏิบัติให้เห็นจริงในวิถีชีวิตอีกด้วย???? การให้ประสบการณ์ของการอ่านหนังสือเด็กแก่บุตรหลานไม่ว่าจะอ่านหนังสือให้เห็น??? อ่านหนังสือร่วมกัน?? อ่านให้ฟัง หรือจัดหาหนังสือวางไว้ในที่สะดวกหยิบ ถือว่าเป็นการให้มรดกทางปัญญาที่ล้ำค่ายิ่ง

???????? จึงอยากจะชวนให้อ่านหนังสือ……………..สื่อความสุขและการเรียนรู้ที่ไม่ต้องการวัสดุอุปกรณ์เครื่องพ่วงใดๆนอกจากความพร้อมของท่านเอง?

*************************

? ที่มา : สรวงธร นาวาผล

Tags: , ,
11
ส.ค.

เชาวน์ปัญญาและไอคิว

Posted under Happy family 13 Comments

???????” ไอคิว “? หรือ ” เชาวน์ปัญญา ” นั้นมีความหมาย ที่ครอบคลุมรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถด้านต่างๆของบุคคลและเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในหลายๆส่วนที่รวมกันเป็นบุคลิกภาพทั้งหมดหรือความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ?? เรามาร่วมกันค้นหาความหมายของเชาวน์ปัญญากันค่ะ

?????? เมื่อมีการพูดคำว่า? ” เชาวน์ปัญญาและไอคิว “ นั้นอาจจะเข้าใจว่าเป็นคำๆเดียวกัน? เรื่องนี้? อาจารย์สมทรง? สุวรรณเลิศ? นักจิตวิทยาคนแรกในประเทศไทยที่เป็นผู้บุกเบิกงานทางด้านจิตวิทยาคลินิกให้เป็นที่รู้จักในวงการจิตเวชศาสตร์ ท่านได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ในบทความทางวิชาการของท่านซึ่งต่อมาได้มีผู้นำเอาบทความเหล่านั้นมารวบรวมไว้ในหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานเกษียณอายุราชการอาจารย์ สมทรง?? สุวรรณเลิศ ปี พ.ศ. 2537?? ซึ่งเห็นว่าให้ความรู้และความเข้าใจต่อเรื่องนี้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเนื้อหาเหล่านี้กลับไม่ได้เก่าแก่หรือล้าสมัยไปตามกาลเวลา?? จึงนำมาเผยแพร่ดังนี้

?????? คำว่า? ” เชาวน์ปัญญา “? นั้นมีความหมาย ที่ครอบคลุมรายละเอียดเกี่ยวกับความสามารถด้านต่างๆของบุคคลและเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งในหลายๆส่วนที่รวมกันเป็นบุคลิกภาพทั้งหมดหรือความเป็นตัวตนของบุคคลนั้นเช่น เชาวน์ปัญญาในความหมายของการรับรู้ที่เน้นหนักในเรื่องความสามารถในการรับการศึกษาและการประกอบกิจกรรมต่างๆซึ่งได้แก่ความสามารถที่สำคัญ? เช่น

  • ความสามารถในการเรียนรู้ เข้าใจโดยผ่านประสบการณ์ในการเรียนแและความสามารถในการรับรู้และรักษาความรู้ไว้ได้
  • ความสามารถในการวิเคราะห์ เข้าใจเหตุผลและการกระทำกิจการต่างๆได้อย่างมีจุดมุ่งหมาย
  • ความสามารถในการเข้าใจ แก้ไขปัญหาและกระทำกิจกรรมที่มีทั้งความยากง่ายและซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและไม่เสียกำลังงานมากนัก
  • ความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลและเข้าใจสถานการณ์ต่างๆที่มีลักษณะเป็นนามธรรมหรือสัญญลักษณ์ทั้งในด้านภาษา ท่าทาง รูปภาพ อาจเรียกความสามารถด้านนี้ว่าเป็นความสามารถในการคิดรวบยอด
  • ความสามารถในด้านการจดจำ คงความจำไว้ได้ คิดทบทวน และใช้ประสบการณ์ที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยพบมาก่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถเฉพาะทาง เช่น ด้านภาษา การคิดคำนวณ ศิลปะและเครื่องยนต์กลไก เป็นต้น

???? เชาน์ปัญญาในอีกความหมายหนึ่งเป็นเรื่องความสามารถในการปรับตัวทางสังคมซึ่งประกอบด้วย

  • ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตนเองและปรับตัวต่อสถานการณ์และบุคคลต่างๆได้อย่างเหมาะสม
  • ความสามารถในการรู้จักวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง สามารถปรับปรุงและเรียนรู้การยับยั้งอารมณ์ในการโต้ตอบต่อสถานการณ์และบุคคล
  • ความสามารถในการเข้าใจสังคม สิ่งแวดล้อมตลอดจนการติดต่อเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นๆ

???? ความสามารถทั้งสองด้านมีความเกี่ยวข้องกัน?? เมื่อเราพูดถึงเชาวน์ปัญญาเรามักจะหมายถึงความสามารถด้านต่างๆและรวมไปถึงการที่บุคคลใช้ความสามารถเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในด้านการเรียนรู้และการปรับตัวทางสังคมด้วย

????? ส่วนคำว่าไอคิว, IQ ” นั้นย่อมาจากภาษาอังกฤษคำว่า Intelligence Quotient เป็นคำที่บอกถึงระดับความสามารถทางเชาวน์ปัญญาของบุคคลในช่วงระยะเวลาที่บุคคลนั้นได้รับการทดสอบว่าอยู่ในระดับสูงต่ำเพียงใด? จะเกี่ยวข้องกับคะแนนที่ได้รับจากการวัดหรือการทดสอบซึ่งแบบทดสอบแต่ละชนิดจะมีความหมายแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะของแบบทดสอบนั้นๆ??? เช่น

การจัดจำแนกระดับเชาวน์ปัญญาจากแบบทดสอบของเวคสเลอร์

การจัดจำแนกระดับเชาวน์ปัญญาของแบบทดสอบของสแตนฟอร์ด? บิเนท์

ไอคิว

ระดับเชาวน์ปัญญา

ไอคิว

ระดับเชาวน์ปัญญา

130ขึ้นไป

อัจฉริยะ

140-169

อัจฉริยะ

120-129

ฉลาดมาก

120-139

ฉลาดมาก

110-119

ค่อนข้างฉลาด

110-119

ค่อนข้างฉลาด

90-109

ฉลาดปานกลาง

90-109

ฉลาดปานกลาง

80-89

ปัญญาทึบ

80-89

ปัญญาทึบ

70-79

คาบเส้นปัญญาอ่อน

79-79

คาบเส้นปัญญาทึบ

ต่ำกว่า69

ปัญญาอ่อน

30-69

ปัญญาอ่อน

?????? จากสาระความรู้ที่อาจารย์สมทรง สุวรรณเลิศท่านได้เขียนไว้ในบทความทางวิชาการของท่านและผู้เขียนได้ยกมาแสดงไว้ในที่นี้นั้น? ผู้เขียนเห็นว่านอกจากจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการให้ความรู้ในเรื่อง ” เชาวน์ปัญญาและไอคิว” แล้วน่าจะเป็นประโยชน์ในแง่ให้ความเข้าใจอีกด้วยว่าเชาวน์ปัญญาของบุคคลนั้นจะถูกจำแนกออกเป็นแต่ละด้านและจากการทดสอบ แม้ว่าจะรายงานผลออกมาเป็นค่าคะแนนที่เป็นผลรวมว่าจากแบบทดสอบพบว่า เด็กหรือผู้รับการทดสอบมีไอคิวเท่านั้นเท่านี้ก็ตาม? แต่สิ่งที่ควรพิจารณาในระดับลึกและไม่ด่วนตัดสินว่าเด็ก? โง่? ฉลาด? สมองทึบหรือปัญญาอ่อนตามผลการทดสอบคือควรได้พิจารณาจุดเด่น? จุดด้อยของเด็กไปในแต่และด้านซึ่งจะปรากฎในแบบทดสอบนั้นๆ แล้วหาช่องทางที่จะส่งเสริมหรือสนับสนุนให้เด็กได้แสดงออกถึงความสามารถด้านที่ถนัดขณะเดียวกันก็หาทางลดจุดด้อยของเด็กไปด้วย? น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด? ทั้งยังพึงตระหนักว่าแบบทดสอบที่บอกถึงระดับเชาวน์ปัญญาหรือไอคิวของเด็กนั้นเป็นเพียงเครื่องมือชนิดหนึ่งซึ่งจะช่วยให้รู้จักเด็กหรือผู้รับการทดสอบในแง่มุมกว้างๆแต่ละด้านตามที่กล่าวมาข้างต้นเท่านั้น??

?????? หากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กมีความสนใจต้องการความรู้เรื่องนี้เพิ่มเติมสามารถปรึกษาหรือขอความรู้ได้จากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาตามโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนทุกแห่งหรือจะไปที่ศูนย์สุขวิทยาจิตที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับโรงพยาบาล???? รามาธิบดีก็ได้ค่ะ

?********************************************

ที่มาข้อมูล :?? สรวงธร นาวาผล เรียบเรียงจากหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานเกษียณอายุ?? อาจารย์สมทรง? สุวรรณเลิศ? จัดทำโดยนางอัมพร? รัตนวิทย์? น.ส. พวงร้อย? วรกุล? น.ส. ขนิษฐา? สันติกุล?? นายวันชัย? ไชยสิทธ์? น.ส สุชีรา ภัทรายุตวรรตน์และน.ส.จุฑาทิพย์? วงษ์สุวรรณ??

Tags: , , , ,
08
มิ.ย.

การอ่านให้ประโยชน์ 7 ประการ

Posted under Happy family 1 Comment

??การอ่านหนังสือ(ที่ดี)มีประโยชน์อย่างน้อย ๗ ประการดังนี้

๑. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ลูก ถ้าพ่อแม่อ่านนิทานให้ลูกฟังจนเป็นนิสัยและสร้างความสุขอันล้นเหลือให้ลูก เด็กร้อยทั้งร้อยชอบฟังนิทาน

๒. สร้างพลังจินตนาการ ผู้ที่อ่านมากจะมีพลังของจินตนาการมาก พลังจินตนาการนำไปสู่ความจริง ความดีและความงาม

๓. สร้างพลังความรู้ ใครอ่านมากมีความรู้มาก ชาติที่ขาดพลังความรู้พัฒนาไปไม่ได้

๔. สร้างพลังทางปัญญา การอ่านมากทำให้สร้างโครงสร้างทางสมองที่ทำให้รู้และคิดเชื่อมโยงทำให้เข้าใจเรื่องยากๆได้ เรื่องยากๆต้องอ่านจึงจะเข้าใจ ฟังอย่างเดียวไม่เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจเรื่องยากก็ไม่เข้าใจสังคมปัจจุบันซึ่งซับซ้อนถ้าขาดพลังทางปัญญาสังคมก็วิกฤต

๕. สร้างพลังทางจริยธรรมเพราะจริยธรรมเกิดจากปัญญาที่เข้าใจความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยงในความซับซ้อน

๖. สร้างความสุขการอ่านทำให้เกิดความสุขอย่างล้นเหลือ เมื่อมีความสุขจากการอ่านก็ไม่ไปทำสิ่งที่ฟุ่มเฟือยไม่ดีอื่นๆ

๗.สร้างบุลิกภาพ คนอ่านน้อย รู้น้อยย่อมเอะอะโวยวายก้าวร้าวคนอ่านมากมีปัญญามาก มีความสุขมาก ย่อมสุขุมคัมภีรภาพ ชาติที่อ่านน้อยกับชาติที่อ่านมากจึงมีบุคลิกภาพต่างกัน เพราะการอ่านกำหนดเป็นบุคลิกภาพของชาติ

การอ่านอย่างเดียวจึงให้ประโยชน์อย่างน้อย ๗ ประการซึ่งเป็นเรื่องสำคัญๆทั้งสิ้น การลงทุนด้วยการอ่านอย่างเดียวจึงให้ได้กำไรยิ่งกว่าการลงทุนเรื่องอื่นๆทั้งสิ้น ถ้าอยากให้ประเทศไทยดี จึงควรลงทุนในการอ่านด้วยการสร้างหนังสือดีๆให้มากและสร้างนิสัยในการอ่านกันทุกระดับคือทุกคนทุกครอบครัว ทุกชุมชน ทุกองค์กรและสถาบันเมื่อเป็นดังนั้น สังคมไทยจนเปลี่ยนบุคลิกของชาติและสามารถออกจากวิกฤติการณ์ไปสู่ความเจริญและศานติสุขได้

————-

ที่มา : คอลัมน์คุยกับผู้อ่าน โดย? ศาสตราจารย์นายแพทย์ ปรเวศ วะสี? หนังสือ?? หมอชาวบ้านปีที่๒o ฉบับที่๒๔o เมษายน ๒๕๔๒

? ??เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล

Tags: , , ,
06
พ.ค.

จูงมือหนู หนูเข้าสู่โลกการอ่าน (หนังสือ)

Posted under Happy family 1 Comment

???????????มีข้อมูลจากหลายแหล่งความรู้กล่าวถึงประโยชน์อันมหาศาลของการอ่านหนังสือต่อผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กๆประมวลได้ว่า หากพ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ยังเล็กส่งผลให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสำเร็จในชีวิต

???????? การอ่านทำให้เด็กพัฒนาความสามารถในการแสดงออกด้วยการพูดและเขียน การอ่านช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และกระตุ้นให้เด็กมีจินตนาการ การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่สมองต้องทำงานด้วยการคิด ตีความ วิเคราะห์ และฝึกการสร้างจินตนาการจากตัวหนังสือให้เป็นภาพ? ข้อมูลเหล่านั้นถือเป็นตัวตั้งที่รอตัวคูณคือพฤติกรรมการอ่านเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงประสงค์เป็นทวีคูณทั้งต่อผู้อ่านและสังคม หากผู้คนและเด็กๆรักหนังสือและการอ่านน่าจะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างใหญ่หลวงทั้งต่อเด็ก สังคมและประเทศชาตินั่นเอง

????????????จากการดำเนินโครงการ ?ชวนอ่านหนังสือดี เปิดพื้นที่การเรียนรู้? โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ผ่านแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน(สสย.)ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่าการรักอ่านน่าจะเป็นสิ่งที่มีมาแต่กำเนิดในมนุษย์ทุกคนแต่บนเส้นทางของการเจริญวัยนั้นเองที่อาจจะมีปัจจัยส่งเสริมหรือปัจจัยบั่นทอนพฤติกรรมการรักอ่านซึ่งทางโครงการฯเรียกว่า?สภาพแวดล้อม? ?สภาพแวดล้อม?ในที่นี้หมายรวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เป็นบุคคล?? พื้นที่และกลไกอื่นๆในสังคม เมื่อจะจูงมือเด็กๆเข้าสู่โลกของหนังสือและการอ่านจำเป็นต้องใส่ใจและเข้าใจองค์ประกอบในเรื่องเหล่านั้นทั้งระบบ

??????????อย่างไรก็ตามประสบการณ์จากการดำเนินโครงการฯเห็นว่า?การปลุกและการปลูกนิสัยรักหนังสือและการอ่าน ?ที่หากจะเริ่มจากจุดเล็กๆนั้นน่าจะมีแนวทางดังนี้
????????? 1.ผู้ใหญ่ต้องตระหนักว่าตนเองเป็นสิ่งแวดล้อมบุคคลที่สำคัญต่อการที่จะส่งเสริมหรือทำลายการรักอ่านของเด็ก?? ผู้ใหญ่ต้องเชื่อมั่นในพลังของหนังสือและการอ่านว่าช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้รอบด้าน
????????? 2.รักษา ?การรักอ่าน?ของเด็กๆไว้ด้วยการให้มีโอกาสเข้าถึงหนังสืออย่างต่อเนื่อง?
????????? 3.ให้เด็กมีประสบการณ์ด้านบวกต่อหนังสือและการอ่าน เช่น สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น? สบายใจ? ผ่อนคลายให้เกิดขึ้นระหว่างการเล่านิทานหรืออ่านหนังสือร่วมกัน หรือ? ให้โอกาสเด็กได้เลือกหนังสืออ่านเองตามใจชอบ ให้เด็กมีอิสระในการเลือกอ่านตามรสนิยม หรือความชอบของตนเอง จะทำให้เด็กรักการอ่านมากกว่าเด็กที่ถูกบังคับให้อ่านตามความชอบของผู้ใหญ่ เป็นต้น
????????? ?4.นำการอ่านเชื่อมโยงเข้าสู่วิถีชีวิตหรือช่วยจัดตารางเวลาของชีวิตประจำวันโดยสอดแทรกเวลาของการอ่านเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืน? เช่น ชวนเล่นสนุกจากหนังสือ(หาหนังสือที่มีกิจกรรมน่าสนใจมาให้เด็กอ่านและชวนเด็กทำกิจกรรมสุกๆเหล่านั้น)? ชวนหาความรู้เพิ่มเติมบนความสนใจของเด็ก(ถ้าเด็กๆ ชอบทำอาหาร นอกจากจะพูดคุยและแลกเปลี่ยนกัน อาจจะชวนกันไปค้นคว้าหาตำราอาหารที่หลากหลายชนิดมาอ่านหาความรู้ร่วมกันเพิ่มเติม หรือในกรณีที่มีความสนใจด้านกีฬาอาจจะคุยกันถึงสิ่งพิมพ์หรือหนังสือที่เป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับกีฬาชนิดนั้นๆ) ฯลฯ
????????? 5.พาเด็กไปอยู่บรรยากาศที่มีการรวมตัวของผู้สนใจหนังสือและการอ่านจำนวนมากบ้าง? เช่น?? พาไปงานเทศกาลหนังสือ??? พา ไปเดินดู แนะนำและทำความรู้จักกับหนังสือที่หลากหลายประเภทตามแหล่งหนังสือต่างๆ เช่น ห้องสมุด, Book Tower, อุทยานการเรียนรู้ ฯลฯ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ และเสริมประสบการณ์ทางด้านหนังสือและการอ่าน รวมทั้งอาจจะให้โอกาสได้ทดลองใช้บริการของแหล่งหนังสือต่างๆเหล่านั้นด้วย
???????? 6.หากิจกรรมส่งเสริมการอ่านสนุกๆเล่นกับเด็ก กิจกรรมง่ายๆธรรมดาๆอย่าง เช่น การเล่น? ?ทายคำถามหาคำตอบ?ก็ทำให้เด็กสนุกและเพลิดเพลินได้
???????? 7.เลือกหนังสือเป็นของขวัญหรือให้รางวัล แก่เด็กๆ ตามโอกาสสมควรถือว่าเป็นการนำเด็กเข้าสู่โลกของและการอ่านได้อีกทางหนึ่งโดยซื้อหนังสือที่เด็กชอบ และบางครั้งหากเป็นไปได้ก็เลือกหนังสือที่เด็กและพ่อแม่ต่างชอบเหมือนกัน แล้วหาเวลาอ่านหนังสือเล่มนั้นด้วยกันเป็นการนำเด็กเข้าสู่โลกของหนังสือและการอ่าน ได้อีกทางหนึ่ง เช่นกัน
??????? 8.แนะนำแก่เด็ก ว่าการอ่านสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น บางทีคนเราอาจอ่านหนังสือเพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลินเท่านั้น แต่บางทีอาจจะอ่านเพื่อหาข้อมูลประดับความรู้ หรือช่วยทำการบ้านด้วยก็ได้

?????????????การจะจูงมือหนูๆเข้าสู่โลกของการอ่านได้นั้นไม่มีสูตรสำเร็จ เพื่อให้เด็กอ่านหนังสือออก อ่านหนังสือเก่ง เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนคาดหวัง? ในขณะเดียวกันเด็กเองก็มีธรรมชาติของการอยากรู้อยากเห็น อยากอ่าน อยากเปิดหนังสือดูเรื่องราวๆ ต่างๆอยู่แล้ว? แต่อย่าลืมว่าการยัดเยียดและหากเด็กต้องตกอยู่ในบรรยากาศของการถูกบังคับ? ความตั้งใจดีของผู้ใหญ่ที่ถือที่ถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมที่สำคัญของเด็กจะกลายเป็นรอยประทับใจด้านลบและผลักเด็กออกจากหนังสือและการอ่านได้เช่นกัน

? ?โดย : สรวงธร? นาวาผล

Tags: , ,
06
พ.ค.

หนังสือน่าอ่าน

Posted under Happy family No Comments

?

?

เคยเก็บเอาต้นไม้และใบหญ้า?????? ดอกไม้ป่าซังข้าวเอามาเล่น

ม้าก้านกล้วยใบลานทุกเช้าเย็น ??????? เคยได้เล่นเมื่อวันเก่ายังเฝ้าจำ

ที่เพียรเขียนเพียรวาดให้ปรากฏ?????? ร้อยเรียงหมดจากใจให้งามขำ

เพื่อบันทึกฝากไว้ภาพและคำ??????????? เป็นลำนำเล่าสู่ผู้เยาว์วัย

?

??????????????? เรื่องเล่นในวัยเยาว์ บอกเล่าเรื่องราวการเล่นของเด็กๆ และสะท้อนวิถีชีวิตของคนไทยยุคประมาณ พ.ศ.2500 ต้นๆ ที่ครอบครัวและชุมชนยังมีวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ของเล่นของเด็กๆส่วนมากจึงทำมาจากธรรมชาติ เช่นต้นไม้ ดอกไม้ ใบไม้ เมล็ดพืช เช่นใบสาน ใบตอง ผลยางนา ลูกเดือย ผักปลัง กะลามะพร้าว เป็นต้น ผสมผสานกับการใช้จินตนาการ ซึ่งช่วยสร้างให้เด็กๆเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีจิตใจอ่อนโยน รักธรรมชาติและสรรพชีวิต โดยมีตัวอย่างทั้งหมด 28 การละเล่น ที่ผู้เขียนใช้วิธีเขียนแบบร้อยกรองง่ายๆแล้วเล่าเรื่องขยายความด้วยร้อยแก้ว มีภาพประกอบลายเส้นอิสระ?

?

Tags: ,