บทความจากหมวด ‘Happy vision’
เม.ย.
สัปดาห์หนังสือ’53 อ่านหนังสือเพื่อชาติ
??? โรเบิร์ต ไอน์สไตน์ บอกว่าจินตนาการสำคัญกว่าความรู้
เครื่องมือนำไปสู่จินตนาการและความรู้ที่ดีอย่างหนึ่งคือ หนังสือ เพราะหนังสือบรรจุเรื่องราวจากประสบการณ์ จากชีวิตมนุษย์ไว้ทุกชาติ ทุกภาษา นอกเหนือจากให้ความรู้แล้วหนังสือยังให้แนวคิดและกระตุ้นให้เกิดจินตนาการ
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม เรื่อยไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน 2553 มีหนังสือดีๆสนองนักอ่านทุกระดับชั้น ระดับรากหญ้าก็อ่านได้ ระดับยอดตึกก็อ่านดี
“…ลมแรงพัดหลังคาผ้าใบสะพือลั่น เสียงเครื่องยนต์คำรามก้อง ขณะที่นายท้ายเร่งจังหวะเครื่องไต่ยอดคลื่นไปทีละลูกๆ เรือของเราทะยานขึ้นสูง แล้วทรุดฮวบลงต่ำครั้งแล้วครั้งเล่า…”

ความที่ยกมาคล้ายๆกับสถานการณ์บ้านเราในปัจจุบันหรือไม่หนอ ความนี้คัดมาจากความเรียงเรื่อง กลางทะเลลม รวมอยู่ในสายน้ำและทางช้าง ผลงานนักเขียนศิลปินแห่งชาติ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล อยู่ที่บูธของ สนพ.ประพันธ์สาส์น
นอกจากเล่มนี้ ยังมีหนังสือหลายชนิดหลากเนื้อหา อย่างหนังสือส่องทางอาชีพ ห้วงเศรษฐกิจตกวูบๆอย่างปัจจุบัน ผ่านไปที่บูธของสยามอินเตอร์ บุ๊คส์ “คิดก่อน…รวยก่อน” รวมเรื่องอาชีพแปลกๆของ สนพ.วาไรตี้ มีเดีย ในเล่มเต็มไปด้วยอาชีพทำเงินงามๆแปลกๆบางอาชีพแทบคาดไม่ถึง
ขณะที่บางอาชีพพิสดารจนไม่คิดว่าจะมีอยู่ในโลกเบี้ยวๆใบนี้ อย่างอาชีพขายแมงมุมตัวละ 30,000 บาท แม่ค้าข้าวแกงขายอิ่มละ 30 บาท เมื่อก่อนคนนั่งเบนซ์มากิน แต่เดี๋ยวนี้คนขายซื้อเบนซ์ได้แล้ว เป็นต้น
วรรณกรรมเยาวชน ขวัญใจเด็กๆก็มีอย่างความลับแห่งโดราเอมอน เส้นทางสู่การเป็นขวัญใจมหาชน ผลงานของโยโกยาม่า ยาสุยุกิ แปลโดย โชว์เดียร์ มามุติพงศ์ ค้นหาความมหัศจรรย์ของเจ้าหุ่นยนต์สีฟ้าที่พาให้เด็กๆ สู่โลกแห่งความคิด จินตนาการและความแก่นแก้วมากว่า 40 ปี
แฟนหนังสือของ ส.พลายน้อย หรือสมบัติ พลายน้อย นักเขียนสารคดีที่สร้างสรรค์ผลงานทรงคุณค่าไว้มาก อีกทั้งเป็นแบบอย่างของนักเขียนสารคดี ผลงานของ ส.พลายน้อย เป็นข้อมูลสำหรับนักเรียน นักศึกษามาอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 40 ปี
วันพฤหัสฯที่ 1 เมษายนนี้ เชิญร่วมแสดงมุทิตาจิต ส.พลายน้อย และฟังเสวนาเรื่อง หนังสือคือสมบัติ ที่ห้องมิตติ้งรูม 2 ระหว่างเวลา 14.00-16.00 น. บรรยากาศเป็นไปอย่างกันเอง เข้าไปแสดงมุทิตาจิตได้ด้วยใจ

ประชาคม
นิวัติ พุทธประสาท คลอดหนังสือใหม่มาให้อ่านกันในงานนี้ ลมหายใจ อุบัติซ้ำ รวมเรื่องสั้น 4 เรื่อง สื่อแนวคิดผ่านอาหารและความรัก รูปแบบการสร้างสรรค์แปลกๆใหม่ๆสไตล์นิวัติ หาอ่านได้ที่บูธของเม่นวรรณกรรม
อีกมุมมองหนึ่งต่อการเมืองไทย ประชาธิปไตยเปื้อนเลือด เหมือนมาไกล แต่ไปไม่ถึงไหน ผลงานของรุ่งมณี เมฆโสภณเล่มนี้ผู้เขียนบอกว่า ยิ่งค้นคว้า ยิ่งแจ่มชัด ยิ่งเหมือนประวัติศาสตร์การเมืองไทยในอดีตหวนกลับมามีชีวิต สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ จัดพิมพ์
บูธของมติชนปีนี้สีชมพู หนังสือเด่นคือ คู่ฟ้า สองพระบารมี จัดทำโดย กอ.รมน. เนื่องในวโรกาส 60 ปี แห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื้อหาว่าด้วยพระราชกรณียกิจต่างๆยังผลให้พสกนิกรไทยอยู่เย็นเป็นสุข

วินทร์
“อย่าปล่อยให้ความคิดหรือคำพูดของคนบางคนมาตัดสินชีวิตของโยม” เสียงเปล่งมาจากใจของพระนักเทศน์อารมณ์ดี ในหนังสือ หลวงพี่ มาแล้ว ขอเป็นพระ (เอก) ในหัวใจโยม ธรรมรสของพระอาจารย์สมปอง ตาลปุตฺโต เรียบเรียงโดยศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม สนพ.โพสบุ้คส์ เป็นธรรมะอ่านง่ายๆสบายๆ
กระซิบเบาๆว่า ช่วงแดดร้อนๆก่อนสงกรานต์ หามุมดีๆเอกเขนกอ่าน จักได้รสได้อารมณ์และได้สาระดีนักแล
คอวรรณกรรมแฟนของประชาคม ลุนาชัย หาอ่านได้ไม่ต่ำกว่า 4 เล่ม ที่บูธของนานมีอย่างแบกขุนเขาข้ามคีรี ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์อันสปายร์ เล่มนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนใหม่ๆ ได้มากๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการมองเรื่องที่ปรากฏในสังคม แนวคิดต่อโลกและชีวิต รวมทั้งศิลปะการร้อยเรียงถ้อยคำที่สละสลวย
เล่มอื่นๆของประชาคมยังมีอีก เช่น ปราบผีจอมป่วน กลางทะเลลึก และสงครามและความรัก เป็นต้น
อีกเล่มของสำนักพิมพ์เดียวกัน อ่านดวง ชนะกรรม ผลงานของ มณฑานี ตันติสุข เป็นศาสตร์แห่งโหรา ใครที่ต้องการก้าวสู่เส้นทางทำนายทายทัก และปรารถนาเห็นวิธีการทำนายของชาติอื่นๆ ลองหาซื้ออ่านกันได้
ผ่านบูธกวีเห็นเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เซ็นหนังสือให้เด็กๆ เข้าไปสนทนาเรื่องกวี ได้ความว่า เรื่องราวที่จะหยิบมาเขียนบทกวี ปัจจุบันมีความสมบูรณ์มาก แต่น่าเสียดายที่กวีรุ่นใหม่ไม่สนใจปรากฏการณ์ของสังคมและมองไม่เห็น “การสร้างสรรค์บทกวี ผู้เขียนต้องกลั่นออกมา” เนาวรัตน์แนะ และอธิบายว่า “การเขียนบทกวี สภาพเหตุการณ์ปัจจุบันเหมาะมาก อย่างสถานการณ์การแบ่งสี ไม่ว่าจะอยู่สีอะไรก็เขียนได้ สะท้อนออกมาให้ชัดเจน แต่น่าเสียดาย ที่มีคนทำกันน้อยเกินไป” เนาวรัตน์บอก
ภาษากวี “เมื่ออ่านออกเสียงจะสัมผัสได้ถึงความไพเราะ สมัยโบราณคนอ่านหนังสือได้น้อย คนที่อ่านหนังสือออกจะอ่านบทกวีเพราะๆ ให้คนอ่านหนังสือไม่ออกฟัง แต่แปลกที่เดี๋ยวนี้ คนอ่านหนังสือออกมาก แต่คนอ่านบทกวีกลับน้อยลง”
คงต้องเข้าใจว่า “กวีเดี๋ยวนี้ไม่เพียงแค่เขียนเพื่อพิมพ์เป็นหนังสืออ่านอย่างเดียว แต่มีรูปแบบการนำเสนอไปทางอื่นมาก เพราะโลกยุคใหม่ ทำให้มีทางเลือกมากขึ้น เป็นต้นว่า จัดพิมพ์หนังสือกันออกมาเอง นี่เป็นโอกาสของกวีเหมือนกัน แล้วยังมีบทกวีหนังสือทำมือ เขียนบทกวีลงในอินเตอร์เน็ต นี่ก็เป็นทางออกเหมือนกัน”
สำหรับสำนักพิมพ์ “เขาจะพิมพ์เฉพาะหนังสือรางวัล ดังนั้น ถ้าจะเกิดบนถนนกวีแบบเดิม คือส่งให้สำนักพิมพ์พิจารณา แล้วจัดพิมพ์ออกมาจะยากมาก” เนาวรัตน์บอก
พ้นบูธกวีได้พบบูธนักเขียนดับเบิ้ลซีไรต์ วินทร์ เลียววาริณ กำลังเซ็นหนังสืออย่างขะมักเขม้น วินทร์มีหนังสือใหม่ สี่ฤดู, ทั้งชีวิต หนังสือไฮกุสามัญประจำบ้านที่วินทร์แปล และเรียบเรียงไว้ได้อย่างน่าคิด เป็นต้นว่า “ในบ้านยากไร้ของเรา สิ่งมีค่าสิ่งเดียวของครอบครัวคือ เสียงหัวเราะของเด็กข้างกองไฟ”

และอีกเล่ม เป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อ อัฏฐสุตรา
หน้าบูธพบแฟนอักษรของวินทร์ชื่อ พิมพ์บงกช คูสิริ บอกว่า “ปกติอ่านวรรณกรรมจีนกำลังภายใน เมื่อมาอ่านผลงานของวินทร์ เลียววาริณ ทำให้ได้รู้ประวัติศาสตร์ของไทยและของโลกด้วย ทำให้ชอบ”
วินทร์ เลียววาริณ บอกว่า เรื่องผลักดันการอ่านหนังสือเป็นวาระแห่งชาตินั้น ให้เลิกได้แล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องสำคัญที่คนจะอ่านหนังสือกี่บรรทัดใน 1 ปี แต่ความสำคัญอยู่ที่คุณภาพของการอ่าน ถ้าคนอ่านหนังสือมีคุณภาพ คนก็มีคุณภาพและสังคมก็มีคุณภาพขึ้นมาโดยปริยาย
การสร้างนักอ่านวินทร์แนะว่า ต้องสร้างบรรยากาศให้ชวนอ่าน เป็นต้นว่า ให้มีหนังสือมากๆ หยิบอ่านได้ง่ายๆ หนังสือต้องมีคุณภาพ อ่านสนุกและเป็นหนังสือใหม่ๆ
“เมื่อเขาได้อ่านหนังสือ แล้วชอบเล่มใดเล่มหนึ่ง ก็จะทำให้เขาอ่านหนังสือไปตลอด นักเขียนแต่ละคนก็ผ่านการอ่านลักษณะนี้กันมาทั้งนั้น” วินทร์บอก
หนังสือสร้างคน คนสร้างชาติ ถ้าคนไม่เลือกอ่านหนังสือดี ชาติจะเป็นอย่างไร.
ที่มา:หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ.2553
ม.ค.
คำขวัญวันเด็กปี2553
คำขวัญวันเด็กปี 2553 จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ได้แก่ “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม”
มอบให้แก่น้องๆทุกคนนะคะ:lol:
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
Tags: คำขวัญวันเด็ก, วันเด็ก, เด็ก, เด็กดี, เยาวชนก.ค.
สมองเรียนรู้ได้ไม่จำกัด
เมื่อก่อน คนเรามักมีความเชื่อว่า สมองเรียนรู้ได้ดีที่สุดถึงแค่อายุเดียว พอผ่านวัยเด็กไปแล้วสมองก็ทำงานลดระดับลงเรื่อยๆ พอเข้าวัยชรา สมองก็เสื่อมสภาพ ทำอะไรไม่ค่อยได้ คิดอะไรไม่ค่อยออก เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็ไม่ได้
ดิฉันทำงานด้านสมองและการพัฒนาอัจฉริยภาพต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาเพราะอยากเรียนรู้วิธีการพัฒนาสมองของตนเอง ทุกคนจะมีคำถามแปลกๆ มากมายเกี่ยวกับสมอง แต่คำถามหนึ่งซึ่งดิฉันได้ยินเป็นประจำเลยก็คือ “ดิฉัน/ผม ทำงานหนักมากช่วงนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก คิดว่าสมองคงค่อยเสื่อมแล้วล่ะ มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง” ทุกครั้งที่ได้ยินดิฉันก็จะขำปนเป็นห่วงว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสมองของตนเองผิดๆ อยู่พอสมควร

นอกจากความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของตัวเองผิดแล้วส่วนใหญ่ก็ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของลูกผิดอีกด้วย เพราะเรามักได้รับรู้เรื่อง “หน้าต่างการเรียนรู้” หรือ Window of Opportunities กันเป็นประจำว่า ถ้าไม่สอนเด็กเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก่อนอายุเท่านั้นเท่านี้แล้ว เด็กจะไม่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องนั้นๆ ได้เลยจนวันตาย เช่น ถ้าไม่เรียนภาษาที่สองก่อนอายุสิบสองปี แล้วเด็กจะไม่มีวันได้สำเนียงอย่างเจ้าของภาษาไปตลอดชีวิต…. ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่อง “หน้าต่างการเรียนรู้” นี้ เป็นเรื่องที่มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง แต่สมองของเราไม่ได้แบ่งแยกเป็นดำกับขาวขนาดนั้นค่ะ เรื่องไหนที่เราพลาดการเรียนรู้ไปในวัยหนึ่ง เราก็สามารถที่จะยังเรียนรู้เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่า มันอาจเรียนยากขึ้น ก็เท่านั้นเอง
Tags: ฝึกฝน, สติปัญญา, สมอง, เรียนรู้


