ก.ค.
ศัพท์สุขภาพ – อนุมูลอิสระ(free Radicals)
????????? เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของคนเรา มีปัจจัยหลายอย่างที่บั่นทอนให้สุขภาพเราย่ำแย่และขาดความสุข? มีคำหนึ่งที่ในวงการคนรักสุขภาพสนใจไม่น้อย คือคำว่าอนุมูลอิสระ? คำนี้ได้ยินกันบ่อย แต่ก็ไม่ค่อยรู้ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำให้เราขาดสุขไปได้อย่าง วันนี้ก็เลยไปค้นคว้ามาฝากกันค่ะ
อนุมูลอิสระแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่คือ
1.อนุมูลอิสระที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอก? ได้แก่? ฝุ่น ควันบุหรี่? สารเคมี? สิ่งปนเปื้อนที่มากับอากาศที่เราหายใจเข้าไป? สารเติมแต่งอาหาร? สารกันบูดหรือสารเคมีที่ใช้ทางการเกษตร
2.อนุมูลอิสระที่มาร่างกายสร้างขึ้นมาเองได้แก่ สารเคมีที่หลงเหลือจากขบวนการทำงานทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย? เช่นกระบวนการเผาผลาญอาหารในชีวิตประจำวัน
อนุมูลอิสระ(free Radicals)คืออะไร?
??????????? อนุมูลอิสระเป็นสารที่มีอะตอมหรือหมู่อะตอมหรือโมเลกุลที่มีอิเลคตรอนโดดเดี่ยว(singlet หรือ unpaired electron)เป็นส่วนประกอบอยู่? จำนวนอิเลคตรอนไร้คู่นี้อาจมีหนึ่งตัวหรือหลายตัวต่อหนึ่งอนุมูลก็ได้ปรกติอะตอมหรือโมเลกุลที่เสถียรจะต้องมีจำนวนอิเลคตรอนอยู่เป็นคู่ๆเสมอถ้าอิเลคตรอนขาดหรือเกินกว่าเดิมเพียงหนึ่งตัวอะตอมหรือโมเลกุลจะมีความว่องไวมากในการรวมตัวกับสารอื่น? เช่น?? โปรตีน ไขมัน?? กรดนิวคลีอิก?? การกระทบของอนุมูลอิสระกับสารอื่นๆ? เช่นนี้จะทำให้เกิดการทำลายและสูญเสียโครงสร้างทางเคมีและหน้าที่ทางชีวภาพของสารชีวโมเลกุล?? มีการเสื่อมสภาพและการทำลายของเซลล์และเนื้อเยื่อเกิดเป็นพิษเรื้อรังและพยาธิสภาพได้ภายหลัง
?????????? อนุมูลอิสระเหล่านี้มีผลในทางเสื่อมโดยพบว่าอนุมูลอิสระและผลิตผลของมันจะรบกวนเมแทบอลิซึม(metabolism)ของเซลปรกติทำให้เซลล์ถูกทำให้เสื่อมหรือเสียหายได้ในหลายรูปแบบ? เช่น
1.กระตุ้นการเพิ่มฤทธิ์ของสารก่อมะเร็ง
2.เพิ่มความเป็นพิษของสารเคมีแปลกปลอมทั้งหลาย
3.ทำให้มีการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อเกิดความชราของร่างกาย
4.ทำลายโครงสร้างทางเคมีของดีเอ็นเอและโครโมโซม
5.ทำให้เกิดโรคมะเร็งโดยตรง
6.ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อและโรคอื่นๆหลายชนิด
ที่มาของอนุมูลอิสระ? สามารถแบ่งได้อย่างง่ายๆคือ
1.อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกายเอง
2.อนุมูลอิสระจากภายนอกร่างกาย? อาทิเช่น
?????? 2.1 การติดเชื้อทั้งจากแบคทีเรียและไวรัส
?????? 2.2 การอักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ(autoimmune? diseases)เช่น? ข้ออักเสบ? รูมาตอยด์? โรคเก๊าท์
?????? 2.3 รังสี
????? 2.4 สิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ? เช่น ควันเสียและเขม่าจากเครื่องยนต์? ควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง
?????2.5การออกกำลังอย่างหักโหม
??????? การยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่น (Antioxidation) เป็นขบวนการกำจัดการก่อตัวของอนุมูลอิสระ(free Radicals)ที่มีคุณสมบัติทางเคมีที่สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) จะทำให้เซลล์ตายส่งผลทำให้เกิดความบกพร่องของอวัยวะตามมาเช่น โรคความเสื่อมชนิดต่างๆของอวัยวะ ผิวพรรณ เหี่ยวย่นก่อนวัย โรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s Diseases) โรคหัวใจ(Heart Diseases )ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุของภาวะชราและการตายได้
?สารแอนตี้ออกซิแดนท์(Antioxidants)
??????? สารแอนตี้ออกซิแดนท์(Antioxidants) คือ สารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระและเป็นสารที่สามารถยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันจากอนุมูลอิสระ ในสิ่งมีชีวิตจะมีระบบการป้องกันการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อจากอนุมูลอิสระอยู่แล้วซึ่งประกอบไปด้วยแอนติออกซิแดนท์มากมายหลายชนิดที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป? บางตัวเป็นเอนไซม์ บางตัวเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำได้? บางตัวละลายได้ในไขมัน? เหล่านี้ทำหน้าที่ในการเป็นตัวป้องกันและกำจัดการก่อตัวของอนุมูลอิสระ? นอกนั้นยังทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลาย
- น้ำหมักชีวภาพเพื่อการบริโภคหรือน้ำหมักพืช หมายถึงเครื่องดื่มที่ได้จากส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชชนิดเดียวหรือหลายชนิด เช่น ลูกยอ ลูกสมอไทย เหง้ากระชายดำ ผลมะขามป้อม ผลมะเม่า ที่สดหรือแห้งและอยู่ในสภาพดีมาล้างให้สะอาด อาจหั่นหรือตัดแต่งนำมาหมักหรือสกัดน้ำด้วยจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกรดแลกติก เป็นส่วนประกอบหลัก เช่น แบคทีเรียแลกโตบาซิลลัส เดลบรูคิอิ ซับส์ บัลการิคัส(Lactobacillus casie) ไบฟิโดแบคทีเรีย(ฺbifido bacterium)และแลคโตบาซิลลัส อะซิโดฟิลัส(Lactobacillus acidophilus)หรือจุลินทรีย์อื่นที่สามารถใช้ในการผลิตน้ำหมักพืชทั้งนี้อาจมีจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักบ่มที่มีชีวิตคงเหลืออยู่ dkidki
- การนำผัก ผลไม้ สมุนไพรมาผ่านกระบวนการหมักเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพมีประโยชน์ดังนี้
-เป็นการถนอมผลผลิตช่วยให้เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ไว้ได้นานขึ้น
-พืชอาจถูกทำลายส่วนประกอบหรือถูกเปลี่ยนโครงสร้างให้อยู่ในรูปที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
-ผลิตภัณฑ์น้ำหมักที่ได้มีกลิ่น?? รสชาติที่ดีขึ้นซึ่งอาจลดรสขม? เฝื่อนของพืช
-อาจได้สารสำคัญจากกระบวนการหมักซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากจุลินทรีย์ในกระบวนการหมัก? เช่น? ได้สารวิตามิน?? สารอาหาร? หรือสารที่มีสรรพคุณทางยา? สารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค
ประโยชน์ของน้ำผักชีวภาพเพื่อการบริโภค
??????? ประโยชน์ต่างๆของน้ำหมักชีวภาพนั้นเกิดจากส่วนประกอบหลักคือพืชที่ใช้มาหมักและจุลินทรีย์ในการหมักซึ่งอาจเป็นจุลินทรีย์เสริมสุขภาพ(Probiotic)ที่คัดเลือกมาเป็นต้นเชื้อหรือหัวชื้อในการหมัก?? ดังนั้นประโยชน์จากการบริโภคน้ำหมักชีวภาพจากพืชจึงมีดังนี้
-ได้สารที่เป็นประโยชน์ซึ่งอาจได้จากการละลายออกมาจากพืชที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการหมัก หรือเกิดจากการสร้างโดยจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เช่นแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลกติกหรือแลกติกแอสิดแบคทีเรีย
-ได้ประโยชน์จากตัวเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำหมักเป็นจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียโบรไบโอติก
-เพิ่มคุณสมบัติในการดูดซึมและลดอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคในระบบทางเดินอาหาร
???????? การบริโภคน้ำหมักชีวภาพเป็นการคาดว่าจะได้รับประโยชน์ที่เกิดจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่มียู่ในน้ำหมักซึ่งมีสรรพคุณในการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ? ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นและกำจัดการก่อตัวของอนุมูลอิสระ?? ขณะนี้มีกระแสการนิยมบริโภคน้ำหมักชีวภาพกันมาก โดยฉพาะน้ำลูกยอที่เป็นที่นิยมและราคาค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่และข้อมูลรองรับที่ถูกต้องยังไม่เพียงพอ? ผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องสนใจ? ศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นแนวทางในการพิจาณณาเลือกบริโภคหรือเพื่อการผลิตใช้เองในชุมชนต่อไป
อ้างอิง: คอลัมน์ สุขภาพอนามัย โดย ผศ. ดร.ไชยวัฒน์? ไชยสุต ตีพิมพ์ในนิตยสารสนองโอฐสภากาชาดไทย? นิตยสารเพื่อสุขภาพรายสามเดือนฉบับที่ ๑๗๔ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๕๐หน้า๙-๑๐.
?เรียบเรียงโดย ?สรวงธร นาวาผล
Tags: สุขภาพ