23
มิ.ย.

เจาะลึกสถานการณ์สุขภาพเด็กเล็กผ่าน 13 ตัวชี้วัดล่าสุด

Filed in Happy kids

??????? “เด็กปฐมวัย”หรือเด็กเล็กวัย 0-5 ปี นับเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเริ่มต้นพัฒนารากฐานชีวิตในทุกด้านนับ ตั้งแต่สมอง?? ร่างกาย? การคิด?? การเขียน? จนเรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาของพัฒนาการอย่างแท้จริง

??????????????? ในรายงานสุขภาพคนไทย พ.ศ. 2551*ที่ออกเผยแพร่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้นำเสนอตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ? 13?? ด้านที่สะท้อนพัฒนาการของเด็กไทย ช่วงปฐมวัยในปัจจุบันว่าอยู่ในสภาพเช่นไร

??????????????? 1.สุขภาพแรกคลอด?? น้ำหนักตัวแรกเกิดเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพเด็กได้อย่างชะงัด? น้ำหนักมาตรฐานของเด็กที่มีสุขภาพปกติได้แก่ 2.5 กิโลกรัม? น่ายินดีที่เด็กไทยมีน้ำหนักได้มาตรฐานมากขึ้นเป็นลำดับจากร้อยละ 87 ในปี 2540 เป็นร้อยละ 89 ในปี 2549 แต่นั่นหมายถึงว่ายังมีเด็กไทยถึง 7 หมื่นคนที่น้ำหนักแรกคลอดน้อยเกินกว่าที่ควร

??????????????? 2.โรคภัยไข้เจ็บ เด็กทารกและวัยต่ำกว่า 5 ปีมีภูมิต้านทานต่ำกว่าวัยอื่นๆ?? ดังนั้นจึงมีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย? ข้อมูลรายงานการป่วยต่อแสนประชากรของเด็กอายุต่ำกว่า? 5 ปี แสดงให้เห็นว่าโรคภัยไข้เจ็บสำคัญของเด็กไทยวัยนี้คืออุจจาระร่วงเฉียบพลันและปอดอักเสบ

??????????????? 3.นมที่ได้ดื่ม? ทารกที่ได้ดื่มนมแม่เหมือนได้เกราะวิเศษเพราะการดื่มนมแม่ลดการตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของเด็กวัยทารกจนถึง 5 ปีได้เด็กจึงควรได้กินนมแม่เป็นอาหารอย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดไปจน 6 เดือน? แต่ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย พ.ศ.2548-2549 ชี้ให้เห็นว่ามีเด็กวัยแรกเกิด-3 เดือนแค่ร้อยละ7.6 และเด็กแรกเกิด-5เ ดือนแค่ร้อยละ 5.4 ที่มีโอกาสดังกล่าวนอกจากนี้เด็กควรเลิกกินนมขวดเมื่ออายุ 1 ขวบครึ่งเป็นอย่างช้าเพื่อป้องกันฟันผุ? แต่ปรากฏว่าเด็กไทยจะเลิกดูดขวดนมเมื่ออายุ 2 ขวบ6เดือน

??????????????? 4.อาหารเสริม ขณะที่เด็กควรได้กินนมแม่อย่างตลอด? 6 เดือนแรกของชีวิตแต่เด็กไทยเกือบครึ่งหนึ่งกลับได้รับอาหารอื่นเสริมตั้งแต่ก่อน 4 เดือนที่น่าเป็นห่วงคือเด็กวัย3-5ปีได้รับน้ำตาลมากกว่า 6 ช้อนชาต่อวันถือว่าเป็นปริมาณที่ล้นเกินทำให้เสี่ยงโรคมากมายยิ่งไปกว่านั้นยังมีเด็กเล็กแค่ 1 ใน 3 ที่มีโอกาสได้กินผักผลไม้ทุกวันทำให้ขาดวิตามินและเกลือแร่ที่ทำให้เติบโตอย่างแข็งแรง

??????????????? 5.ขาดสารอาหาร? การสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการพ.ศ.2538 และ 2546 ชี้ให้เห็นว่าแม้มีแนวโน้มว่าเด็กเล็กมีน้ำหนักและส่วนสูงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแต่ยังคงน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้และที่สำคัญคือเด็กมากกว่า 1 ใน10 เตี้ยกว่าที่ควร

??????????????? 6.สุขภาพ? ฟันข้อมูลการดูดขวดนมตอนนอนและการกินน้ำตาลล้นเกินของเด็กไทยรวมทั้งรายงานที่ว่าเด็กไทยดื่มน้ำอัดลมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งสะท้อนความเสี่ยงว่าเด็กจำนวนมากจะเติบโตพร้อมกับสุขภาพฟันที่ย่ำแย่?? อย่างไรก็ตาม? ผลการสำรวจทันตสุขภาพรายปีจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศรายงานผลที่น่าชื่นใจขึ้นว่าแนวโน้มของสุขภาพฟันของเด็กเล็กดีขึ้นโดยเด็กอายุ? 3 ปีที่ฟันผุลดลงจาก ร้อยละ ?72 ในปี 2545 เหลือร้อยละ 62.8 ในการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา

??????????????? 7.ความฉลาดทางอารมณ์ น่าดีใจที่มีรายงานจากกรมสุขภาพจิตเมื่อปี? 2550 ว่าเด็กไทยวัย3-5ปีมีความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิวอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับวัย

??????????????? 8.การพัฒนาอัจฉริยภาพด้านต่างๆ แต่ที่น่าเสียดายคือมากกว่าครึ่งของของเด็กวัยเดียวกันนั้นมีพัฒนาการด้านภาษาและการกระทำช้ากว่าปกติเพราะขาดการกระตุ้นพัฒนาการเรียนรู้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมถือเป็นการเสียโอกาสทองที่เด็กจะพัฒนาอัจฉริยภาพด้านต่างๆเพราะเมื่อพ้นช่วงที่เหมาะสมไปแล้วจะพัฒนาได้ยาก

??????????????? 9.โรคเรื้อรัง ความพิการและเด็กกำพร้า ข่าวร้ายคือเกือบ 1 ใน 3 ของเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวียังเป็นเด็กปฐมวัย? นอกจากนั้นเด็กวัยนี้ประมาณ 1 ใน 10 ยังมีความพิการอย่างน้อย 1 อย่างและยังพบว่าเด็กวัยนี้ที่เสี่ยงต่อการเป็นลูกกำพร้าเพราะมีพ่อหรือแม่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่อันตรายถึงตายได้รับความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานเพียงร้อยละ15 เท่านั้น

???????????????10.ผู้เลี้ยงดู? คุณภาพของ “พี่เลี้ยง” ที่เป็นผู้อุ้มชูดูแลชีวิตเล็กๆที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เต็มที่และยังเปราะบางต่อเชื้อโรคทั้งหลายส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นความตายของเด็กๆข้อมูลจากโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยพ.ศ.2546? พบว่าผู้เลี้ยงดูวัย 0-5 ปี เกินครึ่งจบการศึกษาระดับประถมและ1ใน5จบระดับมัธยมศึกษา

??????????????? 11.การเลี้ยงดู? โครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยให้ข้อมูลว่าครอบครัวไทยเกือบ ร้อยละ 80 แสดงความรักต่อลูกด้วยการกอดและผู้ที่เลี้ยงดูร้อยละ 82 บอกว่าเมื่อเห็นเด็กทำให้รู้สึกพอใจจะชมเชยหรือให้รางวัลเด็กแต่เมื่อไม่พอใจร้อยละ 60 จะกล่าวตักเตือนสั่งสอนร้อยละ18.5ลงโทษทางกายและร้อยละ17.2 จะดุด่าให้หยุดกระทำ

??????????????? 12.ศูนย์เด็กเล็ก? พบว่ายังต้องปรับปรุงคุณภาพจำนวนผู้ดูแลนั้นเพียงพอไม่เป็นปัญหาแต่เรื่องใหญ่อยู่ที่อุปกรณ์เครื่องเล่นส่วนใหญ่ยังไม่ปลอดภัยและอาหารที่นำมาขายหน้าศูนย์ฯก็ยังไม่ได้รับการควบคุมเรื่องโภชนาการให้ดีพอ

??????????????? 13.สื่อกับเด็ก เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจรายการโทรทัศน์ประเภท ป. (เหมาะกับเด็ก 3-5 ปี ) และ ด.(เหมาะสมกับเด็ก 6-12ปี ) พบว่ารวมกันไม่ถึง 1 ใน 4 ของช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้?? สถานการณ์ขณะนี้จึงเรียกได้ว่า”สื่อดียังมีไม่พอ” ผู้ผลิตสื่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรผลิตและสนับสนุนรายการสร้างสรรค์สำหรับเด็กวัย 0-5 ปีเพิ่มขึ้นที่ไม่น่าเชื่อก็คือ? ในช่วงเวลาที่เด็กเล็กดูโทรทัศน์มากที่สุดคือ 4 โมงเย็นถึง 6โมงครึ่ง มีรายการที่เหมาะกับเด็กเล็กแค่รายการเดียวเท่านั้น

???ที่มา : สรวงธร? นาวาผล?? คัดมาจาก *หนังสือรายปีจัดทำโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม? มหาวิทยาลัยมหิดล? โดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาระบบ ข้อมูลข่าวสารสุขภาพและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จะเผยแพร่สถานการณ์และข้อมูลด้านสุขภาพช่วงเดือน มีนาคม-เมษายนของทุกปี ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.hiso.or.th

Tags: , , , ,





แสดงความคิดเห็น

:p 8) :lol: =( :8 ;) :(( :o: :[ :) :D :-| :-[) :bloody: :cool: :choler: :love: :oups: :aie: :beurk: