เม.ย.
พ่อแม่กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของลูก
การที่เด็กจะมีความคิดสร้างสรรค์ได้นั้น เด็กต้องรับรู้ถึงวัตถุประสงค์ในกระบวนการเรียนรู้ คือเรียนรู้เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการคิดแก้ปัญหา เพราะเราจะแก้ปัญหาไม่ได้เลยหากขาดซึ่งความรู้ใดๆ ก็ตาม นั่นเป็นคำตอบว่า เพราะเหตุใดคนที่รู้มากกว่าจึงได้เปรียบทางปัญญามากกว่า ถ้าเด็กตระหนักเข้าใจในจุดนั้นแล้ว วัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ก็จะเปลี่ยนไป ไม่ใช่การเรียนเพื่อนำมาสอบในโรงเรียนเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นความได้เปรียบทางการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว โดยไม่ให้เกิดปัญญานำความรู้มาแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองนั้นก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนากระบวนการทางความคิดที่เรียกว่า ความคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เด็กเกิดทักษะทางสติปัญญาในการนำความรู้มาใช้แก้ปัญหาได้
พ่อแม่ควรกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ เริ่มจากการให้ความสำคัญต่อการกระตุ้นทางด้านประสาทสัมผัส เพราะประสาทสัมผัสเป็นช่องทางในการรับข้อมูลและส่งเข้าไปในสมอง และจากการวิจัยพบว่า “การกระตุ้นทางด้านประสาทสัมผัสนั้นยังส่งผลให้เซลล์สมองแตกใยประสาทมาเชื่อมต่อระหว่างกัน และยิ่งเกิดใยประสาทมากเท่าไร การติดต่อสัมพันธ์ระหว่างเซลล์จึงเป็นไปได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นการคิดแก้ปัญหาจึงมีแนวโน้มว่าจะเกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น ดีกว่าการทำงานคนเดียวติดต่อประสานงานกับใครไม่ได้ การแก้ปัญหาก็อาจจะประสิทธิผลได้น้อย หรืออาจเกิดขึ้นไม่ได้เลยก็เป็นได้”

วิธีการกระตุ้นทางประสาทสัมผัส ควรให้ความสำคัญกับประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยการฝึกใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น การฝึกประสาทสัมผัสทางมือ ผู้ปกครองควรให้เด็กๆ มีโอกาสในการจับวัตถุหลากหลายพื้นผิว หรือสัมผัสสิ่งของที่ต่างอุณหภูมิกันทั้งอุ่นและเย็น อาจเป็นไปในลักษณะการเล่นเกม โดยที่ผู้ปกครองเตรียมวัสดุส่วนผสมต่างผิวสัมผัสใส่ไว้ในถุงสัมผัส หรือยัดใส่ลูกโป่ง และให้เด็กตรวจสอบวัสดุแต่ละอย่างก่อนนำมาเชื่อมโยงหาคำตอบว่า ในลูกโป่งแต่ละลูกนั้นข้างในมีวัสดุส่วนผสมอะไรอยู่ เป็นต้น
ที่มา : http://www.posttoday.com
Tags: การอ่าน, การเลี้ยงดู, ครอบครัว, ความคิดสร้างสรรค์, พัฒนาการเด็ก, เพิ่มแท็กใหม่, เรียนรู้
16เม.ย.
คุณสามารถทำให้ลูกน้อยของคุณเก่งและมีความคิดสร้างสรรค์ได้โดยของเล่นที่มีคุณภาพและความปลอดภัยระดับโลกลด40-70%เข้าไปในเว็ป http://www.plantoyshop.com :happy: