ก.พ.
เสริมสร้างพลังสุขภาพจิต ก้าวผ่านวิกฤตสู่โอกาส
สังคมไทยและคนไทยต่างต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤตต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ทั้งวิกฤตในชีวิตส่วนตัว และวิกฤตที่เป็นผลพวงจากปัจจัยภายนอก
ในปี 2552 นี้ มีการคาดการณ์ว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากว่าเป็นวิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นทั้งในภาคการเงินและภาคการผลิตทำให้มีผลต่อการจ้างงาน ขณะเดียวกันปัญหาความขัดแย้งทางความคิด เช่น ความขัดแย้งทางการเมือง ก็จะเป็นความกดดันอีกด้านหนึ่งที่มีโอกาสจะเข้ามากระทบกับภาวะอารมณ์และจิตใจของคนไทย ทั้งในระดับตัวบุคคล ระดับครอบครัว ในที่ทำงาน และสังคมทั่วไปในวงกว้าง
ดังนั้น จึงคาดว่าวิกฤตต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2552 จะรุมเร้าและส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากและครอบคลุมคนทุกกลุ่มในสังคมมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540
ในภาวะเสี่ยงเช่นนี้ กรมสุขภาพจิตจึงเสนอแนวทางพร้อมทั้งเครื่องมือหรือเทคโนโลยีทางสุขภาพจิต เพื่อรองรับดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ เรียกว่า “แนวทางการเสริมสร้างพลังสุขภาพจิต”
แนวทางการสร้างพลังสุขจิตเพื่อรับมือภาวะวิกฤต
เป็นแนวทางพร้อมทั้งเครื่องมือหรือเทคโนโลยีทางสุขภาพจิตที่บุคลากรของกรมสุขภาพจิตจะใช้แนะนำกลุ่มประชาชนที่เผชิญปัญหาวิกฤต ผู้ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจในระดับที่เรียกว่า “มีปัญหาหาแต่ยังพอทรงตัวอยู่ได้” เช่น ผู้ที่ตกงานและอยู่ในภาวะเครียดหรือกดดัน รวมทั้งผู้ที่ต้องการจะพัฒนาตนเองเพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคได้ ควรใช้แนวทางปฏิบัติตัว “ปรับ 4 เติม 3″
ปรับ 4 เติม 3 เป็นสูตรหรือแนวทางที่นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิตรับรองว่าเป็นแนวทางที่ครอบคลุมและสามารถปรับใช้ได้กับภาวะวิกฤตหรือความกดดันจากสาเหตุต่างๆ ได้ทุกสาเหตุ
ปรับ 4
1.ปรับอารมณ์ : ให้มีสติ ไม่ท้อแท้ โกรธตัวเองหรือผู้อื่น ไม่ใช้อารมณ์แก้ปัญหา และให้อภัยกัน
2.ปรับความคิด : มองด้านดี ใช้เหตุผลข้อเท็จจริงให้มากขึ้น ค้นหาด้านดีของอีกฝ่าย ทำให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจมากขึ้น
3.ปรับการกระทำเลือกวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม เช่น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้
4.ปรับเป้าหมาย : รู้จักยืดหยุ่น ไม่ยึดมั่นถือมั่นกับเป้าหมายเดิม และการดำเนินชีวิต ให้เหมาะกับสถานการณ์ มองความขัดแย้งเป็นเรื่องปกติ
เติม 3
1.เติมศรัทธา : เชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เชื่อว่าชีวิตมีความหวัง มีคุณค่าชีวิตย่อมมีอุปสรรคเป็นธรรมดา
2.เติมมิตร : มีคนที่ไว้ใจไว้ขอคำปรึกษา พูดคุยหาทางออก
3.เติมจิตใจให้กว้าง : รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำให้มีข้อมูลเพิ่ม มองอะไรรอบด้านมากขึ้น เห็นความลำบากและปัญหาของคนอื่น
ข้อแนะนำเกี่ยวกับการฝึกตนเอง
สู่การเป็นคนที่มีพลังสุขภาพจิตดีสำหรับผู้ใหญ่
-สร้างความผูกพันและสัมพันธ์ที่ดี กับเพื่อน ครอบครัว ญาติพี่น้อง คนที่สามารถรับฟังปัญหาความคับข้องใจและให้ความช่วยเหลือคุณได้ “ความรู้สึกเชื่อมโยง มีสายใยผูกพันกับใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้เมื่อเราเจอปัญหาสำคัญในชีวิต”
-ใช้อารมณ์ขันและเสียงหัวเราะ คิดว่าในวิกฤตนี้มีอะไรที่น่าขำอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่มีเลย ลองหันไปดูหนังหรืออ่านหนังสือการ์ตูนตลกๆ ที่ทำให้คุณหัวเราะได้
-เรียนรู้จากประสบการณ์ ทบทวนว่าคุณเคยเจอปัญหานี้มาก่อนหรือไม่และคุณเคยจัดการอย่างไรและอย่าทำซ้ำในสิ่งที่ไม่ได้ผลในครั้งก่อน
-มีความหวังและมองโลกในแง่ดี เมื่อคุณกอบกู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้ ให้มองไปข้างหน้าและในแต่ละวันให้คิดว่าวันนี้มีอะไรดีขึ้นบ้าง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม
-ดูแลตัวเองทั้งด้านสุขภาพ ร่างกาย และอารมณ์ ทำงานอดิเรกที่ชอบออกกำลัง และนอนพักผ่อนให้มากๆ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
-ยอมรับการเปลี่ยนแปลง พยายามยืดหยุ่นเข้าไปไว้ อย่ายึดมั่นกับเรื่องจุกจิกเล็กน้อยที่จะกวนใจ เช่น หากมีคนมาช้าในการนัดหมายที่ไม่สำคัญมาก็ไม่ควรจริงจังถึงขั้นจะคลาดเวลาเลยไม่ได้ การเป็นคนตรงจนเกินไปจะเพิ่มความเครียด ความกังวล และปรับตัวยากเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ค่อยแน่นอน
-กำหนดเป้าหมายรายวันและทำเพื่อเป้าหมายนั้นแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย การกำหนดสิ่งที่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จในวันหนึ่งๆ และทำให้ได้ จะทำให้รู้สึกว่าประสบความสำเร็จและรู้สึกดีกับตัวเองทุกวัน
-ลงมือทำ เมื่อมีปัญหาให้คิดและวางแผนว่าจะทำอะไรถึงจะแก้ไขได้ และลงมือทำ
-เรียนรู้สิ่งใหม่เกี่ยวกับตัวเอง ย้อนมองตัวเองในอดีตและคิดว่าเดี๋ยวนี้คุณเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร คุณอาจจะรู้สึกชื่นชอบตัวเองในมุมใหม่ๆ เช่น หลังจากตกงานกลายเป็นคนที่ทำกับข้าวเก่งขึ้น เป็นต้น
-คิดถึงตัวเองในแง่ที่ดีขึ้น ภูมิใจในตัวเองว่าสามารถทำสิ่งต่างๆ มากมาย และมีคุณสมบัติหลายอย่างที่น่าชื่นชม
-มองโลกให้กว้างไกล คิดถึงเรื่องของตัวเองเทียบกับสถานการณ์ในสังคมและของโลก
การเพิ่มพลังสุขภาพจิต
ด้านความ “ฮึด” หรือ “มีกำลังใจ”
ความฮึด หรือ กำลังใจ มีที่มาจากสองด้าน คือ
จากภายในตัวเอง คือ การที่เป็นคนมุ่งมั่น ไม่ยอมแพ้ มีพลังใจที่จะต่อสู้ มองเห็นคุณค่าของตัวเองและของครอบครัว มีความเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ต้องผ่านพ้นไปเหมือนครั้งก่อนๆ ที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน
จากปัจจัยภายนอก เช่น มีคนรักมีครอบครัว มีเพื่อน หรือ หน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือ เช่น มีการพูดคุยระบายความทุกข์กับคนที่รักและห่วงใย การได้รับข้อคิดสอนในและคำปลุกปลอมใจจากคนที่หวังดี การที่มีผู้รู้ช่วยชี้แนวทาง เหล่านี้จะช่วยเพิ่มเติมความหวังและกำลังให้มากขึ้น แทนที่จะท้อแท้และยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตง่ายๆ
การฝึกคิดเชิงบวก และการรู้จักพูดคุย แบ่งปันความทุกข์ความสุขกับคนที่รักและไว้ใจ จะช่วยให้คนไทยเราเป็นคนมีกำลังใจ มีแรงใจที่จะ “ฮึด” ขึ้นมาสู้กับปัญหาได้เป็นอย่างดี
โดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หน้ากระแสทรรศน์ วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2552
Tags: ความสุข, คุณธรรม, สติปัญญา, สุขภาพจิต