Posts Tagged ‘ความสุข’

11
ส.ค.

ได้อะไรจากการรักษาศีล 5

Posted under Happy life 3 Comments

 วิธีสร้างบุญบารมีในพระพุทธศาสนามี 3 ขั้นตอน? คือการให้ทาน? การถือศีลและการเจริญภาวนาในที่นี้นำอานิสงส์ของการรักษาศีล 5 ที่เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร? สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก? องค์ที่ 19 วัดบวรนิเวศวิหารมาฝากดังนี้?

 

 1. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 1 ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้เมื่อน้อมนำมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะทำให้มีพลานามัยแข็งแรง? ปราศจากโรคภัย? ไม่ขี้โรค? อายุยืนยาว? ไม่มีศัตรูหรืออุบัติเหตุต่างๆมาเบียดเบียนให้ต้องบาดเจ็บหรือสิ้นอายุเสียก่อนวัยอันสมควร

 2. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 2 ด้วยการไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เจ้าของมิได้เต็มใจให้ ด้วยเศษของบุญที่นำมาเกิดเป็นมนุษย์ย่อมทำให้ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย? การทำมาหากินเลี้ยงชีพในภายหน้ามักจะประสบช่องทางที่ดี? ทำมาค้าขึ้นและมั่งมีทรัพย์? ทรัพย์สมบัติไม่วิบัติหายนะไปด้วยภัยต่างๆ? เช่น? อัคคีภัย? วาตภัย? โจรภัยฯลฯ

 3. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 3 ด้วยการล่วงประเวณีในคู่ครองหรือคนในปกครองของผู้อื่น? ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็จะประสบโชคดีในความรัก? มักได้พบรักแท้ที่จริงจังและจริงใจ? ไม่ต้องอกหัก? อกโรย และอกเดาะ? ครั้นเมื่อมีบุตรธิดาก็ว่านอนสอนง่าย? ไม่ดื้อด้าน? ไม่ถูกผู้อื่นหลอกลวงฉุดคร่าอนาจารไปทำให้เสียหาย? บุตรธิดาย่อมเป็นอภิชาตบุตรซึ่งจะนำเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูล

4. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 4 ด้วยการไม่กล่าวมุสา ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์จะทำให้เป็นผู้ที่มีสุ้มเสียงไพเราะพูดจามีน้ำมีนวลชวนฟัง? มีเหตุมีผล? ชนิดที่เป็น “พุทธวาจา”มีโวหารปฏิภาณไหวพริบในการเจรจาจะเจรจาความสิ่งใดก็มีผู้เชื่อฟังและเชื่อถือสามารถว่ากล่าวสั่งสอนบุตรธิดาและศิษย์ให้อยู่ในโอวาทได้ดี

5. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 5 ด้วยการไม่ดื่มสุราเมรัย? เครื่องหมักดองของมึนเมา ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้? เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ย่อมทำให้เป็นผู้ที่มีสมอง?? ประสาท? ปัญญาความคิดแจ่มใส?? จะศึกษาเล่าเรียนสิ่งใดก็แตกฉานและทรงจำได้ง่าย? ไม่หลงลืมฟั่นเฟือนเลอะเลือน? ไม่เสียสติวิกลจริต?? ไม่เป็นโรคสมอง?? โรคประสาท? ไม่ปัญญาทราม? ปัญญาอ่อนหรือปัญญานิ่ม

?*****************************

ที่มา : วิธีสร้างบุญบารมี    พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร? สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก? องค์ที่? 19 วัดบวรนิเวศวิหารพิมพ์เผยแพร่โดย กองทุนธรรมวิหาร? จังหวัดเชียงใหม่?

?เรียบเรียง : สรวงธร  นาวาผล

Tags: , , ,
11
ส.ค.

4 หลักการ 30 แนวทางทำบุญ

Posted under Happy life No Comments

??????? 4? หลักการ 30? แนวทางการทำบุญป็นเรื่อง? ” การทำบุญ” ที่พระไพศาล? วิสาโล? จากเครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศานาและสังคมไทยได้เขียนไว้ในหนังสือ 30วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ? และเป็นแนวทางของการปฏิบัติดี? ปฏิบัติชอบทั้งเพื่อยังประโยชน์แก่ตนเอง? ผู้อื่นและสังคมในวงกว้าง ?

???????? การดำเนินชีวิตไปในทางบุญในที่นี้หมายถึงการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่ความสว่าง? สะอาด?? สงบ โปร่ง เบา ด้วยการขัดเกลาตนเองอย่างเข้าใจถึงความจริงแท้ของการมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นๆ????ในสังคมที่มีความสลับซับซ้อนและเคร่งครัดรัดตัวด้วยความเครียดสารพัดชนิดนี้ มนุษย์ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมกรรม ควรต้องเร่งทะนุบำรุงจิตใจของกันและกันพร้อมกับร่วมสร้างสังคมที่เป็นสุขด้วย??? เบื้องต้นเริ่มที่การลดละความโลภ? ความเห็นแก่ตัวพร้อมทั้งมีความปรารถนาให้เพื่อนมนุษย์ผู้ประสบกับความทุกข์ได้พ้นทุกข์และผู้มีสุขก็ขอให้สุขยิ่งขึ้นไป????

???????? พระไพศาล วิสาโลกล่าวถึง30วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม ไว้4? หลักการ 30? แนวทางซึ่งเก็บเฉพาะหัวข้อมาฝากกันดังนี้

??????????????? หมวดที่ 1 การสละทรัพย์อย่างฉลาด ประกอบด้วย

??????????????????????????????? 1.1 การถวายสังฆทาน

??????????????????????????????? 1.2 การบริจาคของให้เด็กด้อยโอกาส

??????????????????????????????? 1.3 การให้ทุนสร้างสนามเด็กเล่น

??????????????????????????????? 1.4 การเกื้อกูลเยาวชนในสถานพินิจ

??????????????????????????????? 1.5 การช่วยผู้พิการ

??????????????????????????????? 1.6 การสงเคราะห์สัตว์

??????????????????????????????? 1.7 การไถ่ชีวิตสัตว์

??????????????????????????????? 1.8 การแจกหนังสือธรรมะ

??????????????? หมวดที่ 2 การทำชีวิตให้โปร่งเบา

??????????????????????????????? 2.9 การงดอบายมุข

??????????????????????????????? 2.10 การลดละภาระชีวิต

??????????????????????????????? 2.11 การกินอาหารมังสวิรัติ

??????????????????????????????? 2.12 การรักษาศีล 5

??????????????? หมวดที่ 3 การเกื้อกูลด้วยแรงกาย

??????????????????????????????? 3.13 การเป็นครูสอนเด็ก

??????????????????????????????? 3.14 การอุ้มเด็กป่วย

??????????????????????????????? 3.15 การเป็นอาสาสมัครบ้านพักคนชรา

??????????????????????????????? 3.16 การเขียนการ์ดให้เด็กสถานพินิจ

??????????????????????????????? 3.17 การปลูกป่าเก็บขยะในอุทยาน

??????????????????????????????? 3.18 การสร้างกุฏิให้วัด

??????????????????????????????? 3.19 การเกื้อกูลผู้เดือดร้อนรอบตัว

??????????????????????????????? 3.20 การช่วยเหลือชุมชน

??????????????? หมวดที่ 4 หมวดฝึกจิตชำระใจ

??????????????????????????????? 4.21 การทำสมาธิ

??????????????????????????????? 4.22 การแผ่เมตตา

??????????????????????????????? 4.23 การยิ้มเสมอ

??????????????????????????????? 4.24 การฟังธรรม

??????????????????????????????? 4.25 การสนทนาธรรม

??????????????????????????????? 4.26 การเข้าวัดปฏิบัติธรรม

??????????????????????????????? 4.27 การอ่อนน้อมถ่อตน

??????????????????????????????? 4.28 การชื่นชมความดีผู้อื่น

??????????????????????????????? 4.29 การเผื่อแผ่ความดีให้ผู้อื่น

??????????????????????????????? 4.30 การคิดดีคิดชอบ

??????????? รายละเอียดของการทำบุญที่กล่าวมานี้อ่านได้จากหนังสือที่อ้างอิงไปแล้ว?? อย่าลืมว่า? การทำบุญ? ทำได้ไม่ยากเลย

***********************************

??เรียบเรียง : สรวงธร? นาวาผล

Tags: , , ,
11
ส.ค.

10 วิธีทำบุญตามแนวทางพุทธศาสนา

Posted under Happy life No Comments

?????? “บุญ” แปลว่าเครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์? ทำอะไรก็ตาม? ถ้าช่วยลดละความโลภ? ความเห็นแก่ตัวและอารมณ์เศร้าหมอง? ทำจิตใจเอิบอิ่มก็ถือว่าเป็นบุญและจะเป็นบุญยิ่งขึ้นหากเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย

????? บุญในพุทธศาสนาทำได้มากมายหลายวิธี? สรุปได้เป็น 10 วิธีคือ

1.บริจาคเงินทองและสิ่งของเรียกว่าทานมัย

2.ลดละความประพฤติที่ไม่ดีและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่? เรียกว่าศีลมัย

3.ฝึกจิตรักษาใจให้สงบเกิดปัญญาเรียกว่าภาวนามัย

4.สละแรงกายช่วยเหลือผู้อื่นส่วนรวม เรียกว่าไวยาวัจจมัย

5.มีความอ่อนน้อมถ่อมตัว เรียกว่า อปจายนมัย

6.มีความยินดีในการทำความดีของผู้อื่นเรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย

7.เผื่อแผ่ความดีให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมหรือได้รับส่วนบุญ? เรียกว่าปัตติทานมัย

8.ฟังธรรมะและศึกษาข้อคิดที่ดีงามเรียกว่า? ธรรมสวนมัย

9.ให้ธรรมะและข้อคิดที่ดีงามแก่ผู้อื่น เรียกว่า ธรรมเทฯมัย

10.นึกคิดในทางที่ถูกต้องดีงามเรียกว่า ทิฎฐุชุกรรม

?****************************

ที่มา: 30 วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม โดย? พระไพศาล? วิสาโล เครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศานาและสังคมไทย

?เรียบเรียง : สรวงธร นาวาผล

Tags: , ,
27
ก.ค.

การไหว้พระ สวดมนต์ ดีอย่างไร

Posted under Happy life 4 Comments

????? การไหว้พระสวดมนต์? เป็นที่ทราบกันอยู่แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ดี? ที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติให้ได้เป็นปกติ?? มีความเชื่อว่าการสวดมนต์หรือสาธยายพระคาถานั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้จิตเกิดบุญโดยจิตอันมีความสุขอันเกิดจากการสงบและอาศัยอำนาจของจิตที่เป็นบุญนี่แหละที่อาจบันดาลทำให้เกิดอานุภาพที่จะคุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาดปราศจากภัยอันตรายได้?? บางท่านกล่าวว่าเราสวดมนต์ไหว้พระเพื่อขัดเกลาจิตใจ? ตั้งใจมั่นที่จะน้อมรับเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตที่เราเชื่อมั่นว่าจะพาชีวิตเราไปสู่ความสุข? ความเจริญ มีสาระทั้งยามมีชีวิตและยามที่จากโลกนี้ไป?

????? ในหนังสือบทสวดมนต์ถวายพรพระและพระคาถาต่างๆ? โดยพระธรรมสิงหบุราจารย์(หลวงพ่อ? จรัญ? ฐิตธมฺโม) กล่าวถึงอานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์ไว้ดังนี้?

๑. การสวดมนต์ทุกวันเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

๒. เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง(ภาวนามัย)

๓. ทำให้จิตบังเกิดกุศลได้ง่าย

๔. ทำให้ใจสงบสุขุม

๕. เหมาะสำหรับการเตรียมตัวก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

๖. เป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้

๗. สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา

๘. เพื่อป้องกันภัยวิบัติ

๙. เพื่อความสำเร็จในสมบัติทั้งปวง

๑๐. เพื่อให้ทุกข์ต่างๆหมดไป

๑๑. เป็นการขจัดภัยต่างๆ

๑๒. เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วยต่างๆ

***************************************************

? สรวงธร นาวาผล เรียบเรียง

Tags: , ,
07
ก.ค.

คุณภาพแห่งชีวิต ปฏิทินความหวังจากครรภ์ถึงเชิงตะกอน

Posted under Happy life 2 Comments

??????????ความต้องการการดูแล ความรู้สึกปลอดภัยเมื่อยู่ในสังคม และสิ่งแวดล้อมเดียวกันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาสำหรับทึกคน? สังคมในอุดมคติกลายเป็นภาพฝันที่หลายคนอยากให้เกิดขึ้นจริง??? หลายคนมีความฝันและความต้องการ ที่อาจมีความสอดคล้องกับท่านศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ้งภาภรณ์ ที่มีมุมมองถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของการดำรงอยู่และเติบโตในสังคม? ความต้องการนี้ช่างสอดคล้องกับหลายๆคนในสังคม?ถึงแม้ว่าท่านจะเขียนบทความชิ้นนี้มานาน แต่ช่างเหมาะเจาะกับสภาพสังคมในตอนนี้ยิ่งนัก เลยหยิบยกมาฝากกันค่ะ?

เมื่อผมอยู่ในครรภ์ของแม่? ผมต้องการให้แม่ได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์และได้รับความเอาใจใส่และบริการอันดีในเรื่องสวัสดิภาพของแม่ และเด็ก

ผมไม่ต้องการมีพี่น้องมากอย่างที่พ่อแม่ผมมีอยู่และแม่ผมต้องไม่มีลูกถี่นัก

พ่อกับแม่จะแต่งงานกันถูกกฎหมายหรือธรรมเนียมประเพณีหรือไม่ไม่สำคัญแต่ที่สำคัญที่พ่อกับแม่ต้องอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขทำความอบอุ่นให้ผมและพี่น้อง

ในระหว่าง 2-3 ขวบแรก ของผมซึ่งร่างกายและสมองผมกำลังเติบโตในระยะที่สำคัญ?? ผมต้องการให้แม่กับตัวผมได้รับประทานอาหารที่เป็นคุณประโยชน์

ผมต้องการไปโรงเรียน? พี่สาวหรือน้องสาวผมก็ต้องการไปโรงเรียนจะได้มีความรู้หากินได้และจะได้รู้คุณธรรมแห่งชีวิต?? ถ้าผมมีโอกาสเรียนชั้นสูงๆขึ้นไปก็ให้มีโอกาสเรียนได้ไม่ว่าพ่อแม่ผมจะรวยหรือจนจะอยู่ในเมืองหรือชนบทแร้นแค้น

เมื่อออกจากโรงเรียนแล้ว? ผมต้องการงานอาชีพที่มีความหมายทำให้ได้รับความพอใจว่าตนได้ทำงานเป็นประโยชน์แก่สังคม

บ้านเมืองที่ผมอาศัยอยู่จะต้องมีขื่อมีแป? ไม่มีการข่มขู่กดขี่หรือประทุษร้ายกัน

ประเทศของผมควรจะมีความสัมพันธ์อันชอบธรรมและเป็นประโยชน์กับโลกภายนอก?? ผมจะได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงความคิดและวิชาของมนุษย์ทั้งโลกและประเทศของผมจะได้มีโอกาสรับเงินทุนจากต่างประเทศมาใช้เป็นประโยชน์

ผมต้องการให้ชาติของผมได้ขายผลิตผลแก่ต่างประเทศด้วยราคาอันเป็นธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นชาวไรชาวนาผมก็อยากมีที่ดินของผมพอสมควรสำหรับทำมาหากินมีช่องทางได้กู้ยืมเงินมาขยายงาน? มีโอกาสรู้วิธีทำกินแบบใหม่ๆมีตลาดดีและขายสินค้าได้ราคายุติธรรม

ในฐานะที่ผมเป็นกรรมกร? ผมก็ควรจะมีหุ้นส่วน? มีส่วนในโรงงาน? บริษัท? ห้างร้านที่ผมทำอยู่

ในฐานะที่ผมเป็นมนุษย์? ผมก็ต้องการอ่านหนังสือพิมพ์และหนังสืออื่นๆที่ไม่แพงนัก จะฟังวิทยุ?? ดุโทรทัศน์ก็ได้โดยไม่ต้องทนรบกวนจากการโฆษณามากนัก

ผมต้องการสุขภาพอนามัยอันดีและรัฐบาลจะต้องให้ป้องกันโรคแก่ผมอย่างฟรีกับบริการการแพทย์? รักษาพยาบาลอย่างถูกอย่างดีเจ็บป่วยเมื่อใดหาหมอพยาบาลได้สะดวก

ผมจำเป็นต้องมีเวลาว่างสำหรับเพลิดเพลินกับครอบครัว?? มีสวนสาธารณะที่เขียวชอุ่ม? สามารถมีบทบาทและชมศิลปะ? วรรณคดี? นาฏศิลป์?? ดนตรี? วัฒนธรรมต่างๆเที่ยวงานวัด? งานลอยกระทง? งานนักขัตกฤษ์? งานกุศลอะไรได้พอสมควร

ผมต้องการอากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจ? น้ำดื่มบริสุทธิ์สำหรับดื่ม

เรื่องอะไรที่ผมทำเองไม่ได้หรือได้แต่ไม่ดีผมก็จะขอความร่วมมือกับเพื่อฝูงในรูปของสหกรณ์หรือสโมสรหรือสหภาพจะได้ช่วยซึ่งกันและกัน

เรื่องที่ผมจะเรียกร้องข้างต้นนี้? ผมไม่เรียกร้องเปล่า?? ผมยินดีเสียภาษีอากรให้ส่วนรวมตามอัตภาพ

ผมต้องการโอกาสที่มีส่วนในสังคมรอบตัวผม?? ต้องการมีส่วนในการวินิจฉัยโชคชะตาทางการเมือง? เศรษฐกิจและสังคมของชาติ

เมียผมก็ต้องการโอกาสต่างๆเช่นเดียวกับผมและเราสองคนควรจะได้รับความรู้และวิธีการวางแผนครอบครัว

?เมื่อแก่ผมและเมียก็ควรได้ประโยชน์ตอบแทนจากการประกันสังคมซึ่งผมได้จ่ายบำรุงตลอดมา

เมื่อจะตายก็ขออย่าให้ตายอย่างโง่ๆอย่างบ้าๆคือตายในสงครามที่คนอื่นก่อให้เกิดขึ้น?? ตายในสงครามกลางเมือง? ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์?? ตายเพราะน้ำหรืออากาศเป็นพิษหรือตายเพราะการเมืองเป็นพิษ

เมื่อตายแล้วยังมีสมบัติเหลืออยู่?? เก็บไว้ให้เมียผมพอใจในชีวิตของเธอถ้าลูกยังเล็กอยู่ก็เก็บไว้เลี้ยงลูกให้โตแต่ลูกที่โตแล้วไม่ให้?? นอกนั้นรัฐบาลควรเก็บไปหมดจะได้ใช้เป็นประโยชน์ในการบำรุงชีวิตของคนอื่นๆบ้าง

ตายแล้วเผาผมเถิดอย่าฝัง? คนอื่นจะได้มีที่ดินทำมาหากินและอย่าทำพิธีรีตองในงานศพให้วุ่นวาย

?นี่แหละคือความหมายของชีวิต? นี่แหละคือการพัฒนาที่จะควรให้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของทุกคน

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายที่อุตสาห์อ่านมาจนจบ?? ขอความสุขสวัสดีและสันติสุขจงเป็นของทุกท่านทั้งหลายและพระท่านได้กล่าวไว้ดังนี้เกี่ยวกับความสวัสดี

??????????????? เราตถาคตไม่เห็นความสวัสดีอื่นใดของสัตว์ทั้งหลายนอกจากปัญญาเรื่องตรัสรู้? ความเพียร?? ความสำเร็จอินทรีย์และความเสียสละ”

…………………………………………………………………………………………

*บทความนี้เดิมเขียนเป็นรายงานชื่อ? ” The Quality of Life of South East Asian:A Chronical of Hope? From Womb to Tomb” เสนอต่อ SEADAG (South East Asian Development Advisory Group) ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์? Bangkok? Postประจำวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๑

:D รวบรวม? สรวงธร นาวาผล

Tags: , , ,
23
มิ.ย.

ความหมายของความสุข

Posted under Happy health 8 Comments

?????????ความสุข? เป็นคำธรรมดาสามัญที่สุดเท่าที่เราจะนึกได้เมื่ออยากจะอวยพรหรือมอบสิ่งๆดีๆให้แก่กัน??จากรายงานการศึกษาเรื่องความสุขทำให้ได้ทราบความหมายที่ลึกซึ้งและวิธีการอันจะนำมาซึ่งความสุขตามที่หลายๆคนปรารถนา? ลองมาร่วมกันค้นหาความหมายของความสุขกันค่ะ

??????? มีการศึกษาเกี่ยวกับความสุขสืบต่อกันมาหลายศตวรรษและมีคำมากมายที่ให้เรียกความสุข? ได้แก่? ความเป็นอยู่อันดี? คุณภาพชีวิต?? ความพึงพอใจในชีวิต?? แต่ความสุขเป็นคำที่ใช้แพร่หลายที่สุด

????? ความสุขหมายถึงอะไรอาจมีคำตอบสองอย่างสำหรับคำถามนี้คือ

? ก. ภาวะทางอารมณ์ทางบวกความร่าเริงสนุกสนาน

?ข.ความพึงพอใจในชีวิตทั้งมวลหรือบางส่วนของชีวิต

??? ความสุขไม่ได้มีความหมายตรงข้ามกับความทุกข์? ความซึมเศร้า? หรือสุขภาพไม่ดีแม้ว่ามันจะมีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะเหล่านี้ก็ตาม

??????????????? ความสุขประกอบด้วยอะไรบ้าง? แอนดรูว์และวิทธี(Andrews? and Whithey,1978) เสนอว่า ความสุขมีองค์ประกอบดังนี้

1. อารมณ์ทางบวก

2. ความพึงพอใจในชีวิต

3. ปราศจากอารมณ์ทางลบหรือความเศร้าโศก

??????????? ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน? อาจมีองค์ประกอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสุขอีกได้แก่? การบรรลุความปรารถนาแห่งตน? เช่น บรรลุยังเป้าหมายในชีวิต? การมีความเจริญงอกงาม?? มิติของความสุขภายในจิตใจที่มีความใกล้เคียงกันคือ? การได้ใช้เวลาว่าง?? การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอันเป็นที่รัก? เช่น? สามี? ลูก? เป็นต้น? หรือการดื่มด่ำไปกับความงามของธรรมชาติ(Argyle? and Crossland,1991:Lu and Argyle,1994) คำอธิบายความสุขอย่างกว้างๆ คือ

ประสบการณ์ภายในจิตใจของบุคคลด้านบวก

??????? ปรัชญาเมธีของจีนเสนอว่า ?ความสุขหมายถึงการมีชีวิตที่ดี (Xin Hua dictionary, 1987) วู? (Wu , 1992) ชี้ว่าความสุข? คือการมีอายุยืนยาว?? ความรุ่งเรือง? สุขภาพ? ความไม่มีโรค? ความสงบ? การรู้สึกผ่อนคลายจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย? สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับชีวิต ?คำสอนขงจื้อนับว่ามีอิทธิพลที่สุดต่อวัฒนธรรมความเชื่อของคนจีนโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวลูกหลาน? ชีวิตของแต่ละคนเป็นการเชื่อมต่อกับบรรพบุรุษ?? การสืบต่อวงศ์ตระกูล?? ครอบครัวจึงเป็นศูนย์กลางของชีวิตของบุคคล? เพื่อให้บรรลุเป้าหมายบุคคลจึงต้องทำงานหนักเพื่อรักษาและขยายครอบครัว?? ระบบค่านิยมของขงจื้อแบ่งความสุขเป็น? 4 ด้านได้แก่

1.องค์ประกอบของครอบครัว?? ความรับผิดชอบต่อครอบครัว? การเชื่อฟังผู้ใหญ่

2 .องค์ประกอบของกลุ่ม? ยอมรับโครงสร้างของลำดับชั้นทางสังคม?? ไว้วางใจผู้มีอำนาจ? ทำให้เกิดความเป็นปึกแผ่น? ความกลมกลืนและเป็นไปตามบรรทัดฐานของกลุ่ม

3. องค์ประกอบการทำงานได้แก่การศึกษา? การเรียนรู้? ทักษะ? การทำงานหนัก? การอดออม??

4. องค์ประกอบในการประพฤติปฏิบัติ?? ความสงบสุข?? ความถ่อมตนและความมีวินัย? ความสุขตามปรัชญาของขงจื้อ? เน้นที่ความเป็นอยู่อันดีของครอบครัว? สังคมมากกว่าความสุขส่วนบุคคล?

??????? วัฒนธรรมจีนจึงเน้นการแบ่งปันความสำเร็จให้แก่กลุ่ม? การทำประโยชน์ ให้แก่สังคมถือเป็นความสุขสูงสุด? ความพยายามหาความสุขใส่ตนถือเป็นสิ่งไม่มีคุณค่า? น่าละอาย

??????? ลูและชิ(Lu and Shi,1997)ได้ทำแบบแผนแหล่งของความสุขโดยทำกับประชากรไต้หวัน? ได้แห่งความสุข 9 ด้านดังนี้

1.การได้รับการยอมรับนับถือ? เช่น? คำชมเชย?? การให้เกียรติ

2.การมีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดี เช่น ครอบครัวอบอุ่น ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต

3.ความพึงพอใจจากการได้รับการตอบสนองความต้องการทางวัตถุ ?หาเงินได้มาก? มีเงินเพียงพอในการจับจ่ายใช้สอย

4.ความสำเร็จในการทำงาน เช่น มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน? ทำงานบรรลุเป้าหมาย

5.มีความสบายใจ? ?รู้สึกผ่อนคลาย? เช่น? เข้าใจความหมายของชีวิตหรือเชื่อในโชคชะตามันเป็นเช่นนั้นเอง

6.มีความสุขจากการที่คนอื่นยอมเสียสละ? เช่น ได้หยุดพักผ่อนในขณะที่คนอื่นทำงานหนัก

7.รู้สึกถึงการควบคุมตนเองและมีความประจักษ์ในตน เช่น บรรลุเป้าหมายในชีวิตหรือพยายามให้ดีที่สุดและได้รับคำวิจารณ์ที่ตนปรารถนา

8.อารมณ์ทางบวก? เบิกบานใจ? ผ่อนคลาย? ไม่มีอะไรทำให้โกรธ

9.สุขภาพ เช่น ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ

???????? จากผลการศึกษาของลูและชิ พบว่าความสุขเกิดจากการได้รับการยอมรับนับถือโดยบุคคลอื่นให้การยอมรับการกระทำหรือความสำเร็จ?? นอกจากนี้ความสุขยังเกิดจากการมีความสัมพันธ์ที่ดีบุคคลอื่น?? ความเป็นปึกแผ่น? ความซื่อสัตย์จากพวกพ้องและบุคคลในครอบครัว?? การได้รับความสำเร็จในอาชีพ?? การงาน? ทำให้มีหลักฐาน? มั่นคง เป็นการช่วยเหลือครอบครัว? การควบคุมตนเอง?? การพัฒนาตนเอง? ความประจักษ์ในตนเอง? คือการเป็นคนดีมีศีลธรรม? มีคุณธรรม? เป็นความยินยอมยอมรับความเป็นไปในชีวิต

???????? ในทศวรรษที่ผ่านมาความสุขเป็นรูปแบบใหม่ที่เข้ามาแทนที่? รูปแบบการรักษาทางร่างกายและจิตใจในหนังสือสุขภาพคนปี 2000 (USDHHS,1990)ได้วางเป้าหมายการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเป็นเป้าหมายหลักทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเป็นการปรับบริการทางด้านสุขภาพเนื่องจากสองในสามของประชากรอเมริกันที่ตายก่อนถึงวัยอันควร? มีสาเหตุมาจากแบบในการดำเนินชีวิต???75 % ของเงินที่ใช้ในการบริการทางด้านสุขภาพใช้รักษาผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง?? นอกจากนี้ค่ารักษาพยาบาลยังเพิ่มขึ้น 5% ถึง 12 %เพิ่มสูงกว่ารายได้ของประชาติในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา(? 1960-1990)จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการเน้นที่โรคและความเจ็บป่วยมาเป็นสุขภาพและความเป็นอยู่อันดี(Randall,1996)

????????? มายเออร์? สวีนี่และวิทเมอร์(Myer,Sweeney,and Whitmer,2000)ได้เสนอ กงล้อแห่งความผาสุก หรือ ความสุขสบาย(wheel? and wellness)เ พื่อเป็นรูปแบบในการรักษาแบบองค์รวมโดยรวมเอาหลักการ?? ผลจากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์?? สังคมและจิตวิทยา? มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเป็นอยู่อันดีของบุคคลตลอดทุกช่วงชีวิต?? เป็นการเน้นการป้องกัน? การพัฒนาแบบองค์รวม? อันเป็นทิศทางใหม่ในการดูแลสุขภาพ? ตัวอย่าง เช่น? ไม่เน้นการใช้ยาและการผ่าตัดในการรักษาโรคหัวใจ?? การบำบัดยังรวมถึงการจัดการความเครียด? การปรับปรุงการสื่อสาร? การปรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล? การปรับแบบการดำเนินชีวิต? เช่น?? ออกกำลังกาย โภชนาการ?? การฝึกสมาธิ

กงล้อแห่งความผาสุกหรือความสุขสบายของบุคคลประกอบด้วยงานชีวิต? 5? ด้าน?? ดังนี้?

???? 1. จิตวิญญาณ? เป็นการตระหนักรู้? เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งถึงความเป็นหนึ่งเดียวหรือรู้สึกเชื่อมโยงกับจักรวาล? เป็นความเชื่อ? ค่านิยม? ศาสนา เป็นลักษณะที่เป็นแกนของบุคคลที่มีสุขภาพดี? เป็นแหล่งของมิติต่างๆ ของความสุขสบายอื่นๆ เช่น? การทำกิจกรรมทางศาสนาหรือการฝึกทางจิตวิญญาณอื่นๆ

????? 2. การให้ทิศทางแก่ตนเองเพื่อไปสู่เป้าหมายระยะยาว? ประกอบด้วย

??????????????? 2.1 ความรู้สึกในคุณค่าแห่งตน ??ความนับถือตนเอง? เห็นอัตมโนทัศน์?? ปัจจัยสำคัญของการมีอัตมโนทัศน์ทางบวก คือ ความเป็นอิสระแก่ตน? การสนับสนุนทางสังคม? การควบคุมตนเองจากภายใน? หรือความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตน ??ความนับถือตนเองสูง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและเสริมสร้างความเป็นอยู่อันดี

??????????????? 2.2 การควบคุมตนเอง ??การควบคุมจากภายในตน(internal? locus? of control)ความวิตกกังวลต่ำ? มีพฤติกรรมที่ดูแลสุขภาพ? เช่น? สามารถควบคุมน้ำหนัก? ออกกำลังกาย

??????????????? 2.3 ความเชื่อสอดคล้องกับความเป็นจริง? มนุษย์เราไม่ได้ถูกรบกวนจากสิ่งอื่นแต่เกิดจากความคิดของเรา? คนที่มีสุขภาพดีจะสามารถประมวลผลข้อมูลอย่างถูกต้องและมีการรับรู้ตามความเป็นจริง?? สามารถยอมรับตนเองว่าไม่สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง

??????????????? 2.4 ตระหนักในอารมณ์ของตนเองและจัดการกับสิ่งนี้ได้ ??มีการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมรวมทั้งมีอารมณ์ทางบวก

??????????????? 2.5 การแก้แก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์? ?คนที่แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมักควบคุมตนเองได้?? ความคิดไร้เหตุผลน้อย?? วิพากษ์วิจารณ์ตนเองต่ำ?? ทนต่อความกดดัน?? การปรับตนเหมาะสม?? คนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมักมีความนับถือตนเองสูงและมีความพอใจในตนเอง

??????????????? 2.6 อารมณ์ขันโดยเฉพาะการได้หัวเราะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเพิ่มพูนระบบภูมคุ้มกันทนต่อความกดดัน?? การปรับตนเหมาะสม

??????????????? 2.7 โภชนาการ? มีความสัมพันธ์ของการกินและสุขภาพ? อารมณ์? การกระทำและความยืนยาวของชีวิต

??????????????? 2.8 การออกกำลัง เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ?? ความแข็งแรงและความเชื่อมั่น

??????????????? 2.9 การดูแลตนเอง มีนิสัยระมัดระวังในความปลอดภัย?? ปกป้องตนเองจากอันตราย? เพิ่มพู? คุณภาพชีวิต

??????????????? 2.10 การจัดการความเครียด?? บุคคลที่สามารถจัดการกับความเครียด?? มีระบบภูมิคุ้มกันความเครียด?? วิธีจัดการกับความเครียด? เช่น?? การฝึกการสื่อสารและพฤติกรรมกล้าแสดงออก? การแก้ปัญหา?? การสนับสนุนทางสังคม

??????????????? 2.11 เอกลักษณ์ทางเพศ รู้ถึงความเป็นหญิงหรือชายของตนตามการนิยามและโครงสร้างทางวัฒนธรรม? มีความเชื่อมั่นหรือความสบายใจในความเป็นชายหรือหญิงของตน

??????????????? 2.12 เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ?เป็นความคิดที่มีหลายมิติโดยรวมเอาเอกลักษณ์ทางชาติพันธุ์????? ความประทับใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมทำให้บุคคลมีความเข้มแข็งและมีความเจริญงอกงาม

3.งานและเวลาว่าง? เพศชายที่ได้รับการยอมรับในการทำงานเพิ่มพูนความเชื่อมั่นและการควบคุมตนเอง? ในเพศหญิงการมีรายได้มีผลต่อความเป็นอยู่อันดี?? ความรู้สึกว่ามีความสามารถในการทำงานมีผลด้านบวกต่อความพึงพอใจในชีวิต

??????????????? เวลาว่างหรือการเล่น “ได้แก่กิจกรรมทางกายภาพ? สังคม?? ปัญญา? ทำด้วยความสมัครใจ? สร้างสรรค์?? ช่วยเพิ่มพูความรู้สึกถึงความเป็นอยู่อันดี

??? 4. มิตรภาพ รวมเอาความสัมพันธ์ทางสังคมทั้งหมดของบุคคลกับคนอื่นทั้งเป็นรายบุคคลหรือกับชุมชน? ความสนใจทางสังคมเป็นธรรมชาติภายในของมนุษย์ เป็นความห่วงใยและการให้คุณค่าแก่บุคคลอื่น?

?การได้รับการสนับสนุนทางสังคม? ตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางสังคมของบุคคลทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวสัมพันธ์กับความนับถือตนเอง

?? 5.ความรัก?? ความรู้สึกว่าเป็นที่รัก? เป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน? ผูกพันใกล้ชิด? เกื้อกูลกัน?? ความรักช่วยปกป้องบุคคลจากโรคทางกายและใจ เพิ่มอายุให้ยืนยาว

??????????????? กงล้อแห่งความผาสุกหรือความสุขสบายเป็นการรวบรวมลักษณะของคนสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตช่วยเป็นพื้นฐานในการพัฒนามนุษย์เพื่อให้มีความเป็นอยู่อันดีโดยมีพื้นฐานจากจุดแข็งและทรัพยากรในตัวบุคคลและอาจมีการปรับเปลี่ยนแบบการดำเนินชีวิตบางด้าน

??????????????? สรุปได้ว่ากระบวนทัศน์ของความสุขที่กล่าวมาทั้งหมดมีลักษณะหลายอย่างร่วมกันและมีความคล้ายคลึงกันโดยการเน้นอารมณ์ทางบวก?? ความสามารถในการควบคุมตนเองและการมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสม? เป็นต้น มีข้อแตกต่างระหว่างโลกตะวันตกโลกและตะวันออกเกี่ยวกับกระบวนทัศน์ทางความสุข? ตะวันออกจะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่าโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวและสังคม? ขณะที่กระบวนทัศน์ทางตะวันตกเน้นที่ตัวบุคคล

……………………………………………………………………………………………….

??????????????? ที่มา? :? * รศ. ดร.ศิริบูรณ์? สายโกสุม? อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา? คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงวารสารฉบับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 ของสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์????

…………………………………………………………………………

Bibligraphy

??????????????? Andrews,F.M.,Whithey,(1978)Social indicators of wellbeing.New York: Plenum.

??????????????? Argyle,M.,&Crossland .J.(1991)The dimentions of positive emotions. British journal of Social Psychology,26,127-137.

??????????????? Lu,Luo, &Shih, J.B.(1997)Source of happiness:A quality approach. The J ournal of Social Psychology,137(2),181-187.

??????????????? Randall, J.L (1996)Evolution of the new paradigm. Primary Care,23,183-198.

U.S Department of Health and? Service.(1990) Healthy people 2000:National health Washington D.C. : U.S Government Printing? Office.

??????????????? Wu,Y.(1992) Source of inner happiness. Taipei :Tong? Da? Books.

??????????????? Xin hua dictionary(1987Beijing : Bussiness publications.

………………………………………………………………………………………….

เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล

Tags: , , , ,
23
มิ.ย.

?เมือง?น่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน

Posted under Happy kids No Comments

?????? การสร้างสิ่งแวดล้อมและสังคมให้กับเด็กและเยาวชนนั้นเป็นภาระที่ผู้ใหญ่ในสังคมต้องร่วมกันตระหนัก ซึ่งประเด็นเหล่านี้มีหลายๆ ฝ่ายที่ร่วมกันสร้างสังคม ที่น่าอยู่ให้กับเด็ก ๆ ซึ่งการทำเมืองน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นยุทธศาสตร์ที่กล่าวกันว่าเป็นความหวัง สำหรับการคลี่คลายสถานการณ์เสี่ยงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนให้ดีขึ้นได้??จากจดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพฉบับ สร้างสุข ปีที่ 5 ฉบับที่ 81? มิถุนายน2551มีบทความเรื่องการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนเริ่มต้นที่ ” ทำ” เมืองให้ “น่าอยู่” ???ซึ่งกล่าวถึงการทำเมืองน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนเป็นการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนระดับประเทศด้วยการเริ่มทำงานตั้งแต่รากฐานในระดับท้องถิ่น? ระดับจังหวัดด้วยแนวทาง “เมืองน่าอยู่” ที่ต้องประกอบด้วย? มิติต่างๆ ที่จะพัฒนาเด็กอย่างครบถ้วน 7? มิติ??? ดังนี้???????

  • 1.?เมืองปลอดภัย?
    • ส่งเสริมความปลอดภัยสำหรับเด็กออกแบบให้ถนนหนทาง โรงเรียนมีความปลอดภัย
    • ลดพื้นที่เสี่ยง พื้นที่อันตรายสำหรับเด็กในเขตเมือง
    • ลดสถิติอุบัติเหตุ สถิติอาชญากรรมที่เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง สถิติการละเมิดทางเพศ
    • ?เด็กมีความรู้สึกปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
  • 2.?เมืองสุขภาพ
    • ส่งเสริมเรื่องสุขภาพพลานามัยของเด็ก เช่น ปรับปรุงบริการสุขภาพสำหรับเด็ก มีมาตรการพิเศษในการดูแลสุขภาพเด็กกลุ่มเสี่ยง
    • มีการรณรงค์ด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น ลดละเลิกเหล้าบุหรี่ นิสัยการกิน การออกกำลังกาย
    • เด็กมีสุขภาวะดี อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคต่างๆลดลง สภาวะด้านสุขภาพจิตดี สภาวะความเสี่ยงด้านสุขภาพ เช่น อัตราตั้งท้องในวัยรุ่นลดลง
  • 3.?เมืองครอบครัว
    • ?ส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัว
    • มีการรณรงค์ทางสังคมทางสังคม เช่น รณรงค์พาลูกไปเที่ยว พาลูกไปวัด
    • รณรงค์เพื่อลดการใช้ความรุนแรงกับลูก
    • อัตราการหย่าร้าง สถิติความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดกับเด็กลดลง
    • การใช้เวลาของเด็กกับครอบครัวมากขึ้น
  • 4.?เมืองแห่งการเรียนรู้
    • มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษา?? การพัฒนาครู? พัฒนาแหล่งเรียนรู้บนฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น
    • ลงทุนในการพัฒนาโรงเรียนลักษณะพิเศษสำหรับเด็กด้อยโอกาส
    • ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก? สภาวะการทำงานของครูความพร้อมด้านต่างๆของโรงเรียนดีขึ้น
  • 5. เมืองที่คุ้มครองสิทธิเด็ก?
    • มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิเด็กจากการถูกละเมิดในลักษณะต่างๆ
    • มีการใช้กระบวนการยุติธรรมสมานฉันท์ในการดูแลเด็กที่กระทำความผิด
    • มีระบบเฝ้าระวังสถานการณ์เด็กในจังหวัด
    • สถิติการละเมิดสิทธิเด็กในลักษณะต่างๆลดลง
  • 6. เมืองที่ส่งเสริมพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็ก
    • ?มีการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะ? เช่น? สนามกีฬา? พิพิธภัณฑ์?? สวนสาธารณะ? ลานกิจกรรมทั้งด้านปริมาณและคุณภาพให้เด็กเข้าถึงและใช้งานได้สะดวก
    • สนับสนุนกิจกรรม? ชมรมกลุ่มสนใจของเด็ก
  • 7. เมืองที่เด็กมีส่วนร่วม?
    • เป็นเมืองที่ส่งเสริมให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกิจการของจังหวัด
    • มีกลไกให้เด็กมีส่วนร่วมวิพากษ์วิจารณ์แผนพัฒนาจังหวัดในส่วนที่มีผลกับเด็ก
    • มีระบบการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มเยาวชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการพัฒนาจังหวัด?

?? สรวงธร? นาวาผล? เรียบเรียง

Tags: , , , ,