Posts Tagged ‘ธรรมมะ’
เม.ย.
ความดีเป็นสิ่งที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่เกิด
รายงานชิ้นล่าสุดเรื่องสมอง และระบบประสาทแสดงให้เห็นถึงหลักการพื้นฐานด้านชีววิทยา ที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ของมนุษย์แต่ละคน
ซึ่งนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบริคเล่ย์เขียนไว้ในหนังสือชื่อ Born to be good ว่าความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิดนั้น ทำให้มนุษย์เราวิวัฒนาการมารวมกลุ่ม ร่วมกันทำงานได้อย่างไร
ศาสตราจารย์ Dacher Keltner นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตเบริคเล่ย์กล่าวว่า โดยปกติแล้ว มนุษย์แต่ละคนมักจะสนใจแต่ตัวเอง และชื่นชอบการแข่งขัน แต่รายงานวิจัยล่าสุด และการค้นคว้าของเขาเองเกี่ยวกับระบบประสาท แสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมมนุษย์นั้นมีสองด้าน ซึ่งอีกด้านหนึ่งนั้นคือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แม้แต่ผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกับตัวเอง

ส.ค.
4 หลักการ 30 แนวทางทำบุญ
??????? 4? หลักการ 30? แนวทางการทำบุญป็นเรื่อง? ” การทำบุญ” ที่พระไพศาล? วิสาโล? จากเครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศานาและสังคมไทยได้เขียนไว้ในหนังสือ 30วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ? และเป็นแนวทางของการปฏิบัติดี? ปฏิบัติชอบทั้งเพื่อยังประโยชน์แก่ตนเอง? ผู้อื่นและสังคมในวงกว้าง ?
???????? การดำเนินชีวิตไปในทางบุญในที่นี้หมายถึงการดำเนินชีวิตที่นำไปสู่ความสว่าง? สะอาด?? สงบ โปร่ง เบา ด้วยการขัดเกลาตนเองอย่างเข้าใจถึงความจริงแท้ของการมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นๆ????ในสังคมที่มีความสลับซับซ้อนและเคร่งครัดรัดตัวด้วยความเครียดสารพัดชนิดนี้ มนุษย์ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมกรรม ควรต้องเร่งทะนุบำรุงจิตใจของกันและกันพร้อมกับร่วมสร้างสังคมที่เป็นสุขด้วย??? เบื้องต้นเริ่มที่การลดละความโลภ? ความเห็นแก่ตัวพร้อมทั้งมีความปรารถนาให้เพื่อนมนุษย์ผู้ประสบกับความทุกข์ได้พ้นทุกข์และผู้มีสุขก็ขอให้สุขยิ่งขึ้นไป????

???????? พระไพศาล วิสาโลกล่าวถึง30วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม ไว้4? หลักการ 30? แนวทางซึ่งเก็บเฉพาะหัวข้อมาฝากกันดังนี้
??????????????? หมวดที่ 1 การสละทรัพย์อย่างฉลาด ประกอบด้วย
??????????????????????????????? 1.1 การถวายสังฆทาน
??????????????????????????????? 1.2 การบริจาคของให้เด็กด้อยโอกาส
??????????????????????????????? 1.3 การให้ทุนสร้างสนามเด็กเล่น
??????????????????????????????? 1.4 การเกื้อกูลเยาวชนในสถานพินิจ
??????????????????????????????? 1.5 การช่วยผู้พิการ
??????????????????????????????? 1.6 การสงเคราะห์สัตว์
??????????????????????????????? 1.7 การไถ่ชีวิตสัตว์
??????????????????????????????? 1.8 การแจกหนังสือธรรมะ
??????????????? หมวดที่ 2 การทำชีวิตให้โปร่งเบา
??????????????????????????????? 2.9 การงดอบายมุข
??????????????????????????????? 2.10 การลดละภาระชีวิต
??????????????????????????????? 2.11 การกินอาหารมังสวิรัติ
??????????????????????????????? 2.12 การรักษาศีล 5
??????????????? หมวดที่ 3 การเกื้อกูลด้วยแรงกาย
??????????????????????????????? 3.13 การเป็นครูสอนเด็ก
??????????????????????????????? 3.14 การอุ้มเด็กป่วย
??????????????????????????????? 3.15 การเป็นอาสาสมัครบ้านพักคนชรา
??????????????????????????????? 3.16 การเขียนการ์ดให้เด็กสถานพินิจ
??????????????????????????????? 3.17 การปลูกป่าเก็บขยะในอุทยาน
??????????????????????????????? 3.18 การสร้างกุฏิให้วัด
??????????????????????????????? 3.19 การเกื้อกูลผู้เดือดร้อนรอบตัว
??????????????????????????????? 3.20 การช่วยเหลือชุมชน
??????????????? หมวดที่ 4 หมวดฝึกจิตชำระใจ
??????????????????????????????? 4.21 การทำสมาธิ
??????????????????????????????? 4.22 การแผ่เมตตา
??????????????????????????????? 4.23 การยิ้มเสมอ
??????????????????????????????? 4.24 การฟังธรรม
??????????????????????????????? 4.25 การสนทนาธรรม
??????????????????????????????? 4.26 การเข้าวัดปฏิบัติธรรม
??????????????????????????????? 4.27 การอ่อนน้อมถ่อตน
??????????????????????????????? 4.28 การชื่นชมความดีผู้อื่น
??????????????????????????????? 4.29 การเผื่อแผ่ความดีให้ผู้อื่น
??????????????????????????????? 4.30 การคิดดีคิดชอบ
??????????? รายละเอียดของการทำบุญที่กล่าวมานี้อ่านได้จากหนังสือที่อ้างอิงไปแล้ว?? อย่าลืมว่า? การทำบุญ? ทำได้ไม่ยากเลย
***********************************
?
?เรียบเรียง : สรวงธร? นาวาผล
พ.ค.
ความสุขที่แท้
????????
คนเรามีวิธีแสวงหาความสุขที่ต่างกัน? ความสุขที่เกิดขึ้นก็ต่างกันบางคนมีความสุขที่ได้กินของอร่อย? บางคนมีความสุขเมื่อได้ฟังเพลงเพราะๆ บางคนสุขใจที่ได้เดินห้างฯลฯความสุขที่กล่าวมานี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเป็นความสุขเกิดจากสิ่งเร้า อาจจะเป็นการรับเข้ามาทางตา? หู? จมูก ลิ้น หรือร่างกายแล้วส่งความรู้สึกไปที่ใจ? ข้อเสียของการมีความสุขแบบนี้คือบ่อยครั้งเข้าจะชาชิน? นำไปสู่การเพิ่มแรงกระตุ้นหรือสิ่งเร้าให้มากขึ้น? เสพมากขึ้นจึงจะเป็นสุข???
????? ความสุขจากสิ่งเร้าจิตกระตุ้นผัสสะ(พุทธศาสนาเรียกว่ากามสุข)จึงทำให้ชีวิตต้องดิ้นรนแสวงหาไม่มีหยุด? ครั้นได้มาก็พอใจเพียงชั่วคราวไม่นานก็อยากได้อีก? และอยากได้มากกว่าเดิมจึงต้องดิ้นรนแสวงหามาอีก? เศรษฐีพันล้านจึงไม่เคยพอใจกับเงินที่มี ทั้งๆที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด? ยังมีความสุขอีกประเภทหนึ่งที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักได้แก่ความสุขที่เกิดจากความสงบใจ?
????????? ในขณะที่ความสุขประเภทแรกต้องการความตื่นเต้นเร้าใจ? ความสุขประเภทที่สองกลับตรงกันข้าม? ยิ่งมีสิ่งเร้าน้อยเท่าไร? ใจก็ยิ่งสงบและสัมผัสกับความสุขที่ลึกซึ้ง? ในยามท่องป่าเที่ยวทะเลแทนที่จะสนุกกับเสียงดนตรี? เกมรอบกองไฟหรือการสนทนาฮาเฮลองปลีกตัวไปอยู่ที่เงียบๆวางความคิดนึกต่างๆชั่วคราวแล้วเปิดใจสัมผัสธรรมชาติอันเงียบสงัดหรือแหงนมองดูดวงดาวระยิบระยับในคืนเดือนมืดไม่นานไม่ช้าความสุขชนิดนี้ก็จะบังเกิดขึ้นที่ใจ? สุขเพราะใจเริ่มสงบ? ความสงบของธรรมชาติน้อมนำใจให้สงบตามได้ง่าย?? แม้ใหม่ๆจะอึดอัดเพราะใจยังโหยหาสิ่งเร้าแต่เมื่อใจเริ่มปรับตัวได้ก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขอันประณีตไม่ต่างจากคนที่ติดเหล้าหรือบุหรี่ย่อมเป็นทุกข์เมื่อขาดมันแต่ไม่นานก็จะพบกับความสุขที่ประเสริฐกว่าตอนได้เสพสิ่งเหล่านั้น??
????????? ความสุขประเภทนี้แม้ว่าจะสัมผัสได้ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงัดแต่ก็ไม่จำเป็นว่าเราต้องหลีกลี้หนีหน้าจากผู้คนจึงจะพบความความสุขดังกล่าวได้ความสงบได้ ??ความสงบที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใจหาได้อยู่ที่สิ่งแวดล้อมไม่? อยู่ที่บ้านเราก็สามารถสัมผัสกับความสงบใจได้หากรู้จักทำสมาธิภาวนาด้วยการปล่อยวางความนึกคิดต่างๆไว้ชั่วคราวแล้วน้อมใจมาอยู่กับลมหายใจหรืออิริยาบถที่ทำอยู่ในขณะนั้นหากทำได้คล่องแคล่วมีสติตื่นรู้ได้รวดเร็วก็สามารถรักษาใจให้สงบได้แม้อยู่ท่ามกลางเสียงอึกทึกถึงจะมีอะไรมากระทบ เช่น? คำตำหนิติเตียนก็สามารถปล่อยวางได้เร็วไม่เก็บมาครุ่นคิดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับหรือเอามาทำร้ายตนเองจนกลัดกลุ้ม
ใจที่สงบเกิดขึ้นได้จากการกระทำที่ถูกต้องดีงาม เริ่มจากการไม่เบียดเบียนหรือเอาเปรียบใครทำให้ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจจากนั้นก็ก้าวไปสู่การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่? มีน้ำใจต่อผู้อื่น?? ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก?? การหยิบยื่นความสุขแก่ผู้อื่นย่อมทำให้เรามีความสุขตามไปด้วย? ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเห็นแก่ตัวทำให้ความโลภน้อยลงจึงพอใจกับชีวิตที่เรียบง่าย??? ใช่หรือไม่ว่ายิ่งความอยากลดลงมากเท่าไร? ความสุขสงบในใจก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น?? ถึงที่สุดแล้วความสุขของเราก็อยู่ที่ใจเป็นสำคัญถ้าใจกังวลกลัดกลุ้มกินอะไรก็ไม่อร่อย? เพลงจะเพราะแค่ไหนก็ติดอยู่ที่หู? เข้าไม่ถึงใจ?
ชีวิตที่มีความสุขจึงไม่ได้อยู่ที่เงินล้นเหลือ?? มีสิ่งเสพ?? สิ่งบริโภคมากมายเพราะถึงจะมีเงินแสนล้านก็ยังต้องประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย?? ความไม่สมหวัง?? ความแก่? ความเจ็บและความตายอยู่นั่นเอง? ผุ้คนทั้งหลายกลัดกลุ้มเพราะสิ่งเหล่านี้แต่ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องทุกข์เพราะสิ่งเหล่านี้ก็ได้หากเราตระหนักในสัจธรรมว่าชีวิตนั้นไม่เที่ยง?? ความแปรปรวนเป็นเรื่องธรรมดา?? ผู้ที่เข้าใจความจริงย่อมรู้ดีว่าไม่มีอะไรที่น่ายึดถือ?? ถ้ายึดมั่น?? ถือมั่นให้มันเที่ยงหรืออยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจตนเมื่อใดก็มีแต่จะทุกข์สถานเดียว??
ใจที่รู้จักปล่อยวางไม่ว่าจะประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย?? ความเจ็บป่วย? ความล้มเหลว? หรือคำกล่าวร้ายก็ยังมีความสงบอยู่ได้ทั้งนี้เพราะความเข้าใจแจ่มแจ้งถึงสัจธรรมของชีวิตและโลก?? ปัญญาที่เข้าถึงสัจธรรมดังกล่าวย่อมทำให้จิตเกิดความสงบสุขอย่างแท้จริง
การกระทำที่ถูกต้องดีงาม(ศีล)การฝึกจิตให้มีความสงบและตื่นรู้(สมาธิ)และความตระหนักชัดในสัจธรรม(ปัญญา)คือวิถีสู่ความสุขที่แท้? นับเป็นความสุขที่ประเสริฐสุดเพราะ “ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ” พุทธภาษิตดังกล่าวเป็นสัจธรรมอันสากลอยู่เหนือยุคสมัย? หากไร้ซึ่งความสงบใจเสียแล้วเราย่อมไม่อาจมีความสุขที่แท้ได้เลย? แม้จะมีเงินมหาศาลหรือมีอำนาจล้นฟ้าก็ตาม
************************************
ที่มา : ประมวลความมาจากบทความเรื่อง ?ความสุขที่แท้?โดย พระไพศาล วิสาโล คอลัมน์ ลานธรรม ตีพิมพ์ ในสารโกมล ฉบับเดือนมีนาคม ? เมษายน 2551
?
??เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล