<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title> &#187; สมอง</title>
	<atom:link href="http://www.wearehappy.in.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wearehappy.in.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Aug 2010 04:50:45 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>มาออกกำลังสมองกันเถอะ</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/fitbrain/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/fitbrain/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 04:14:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weareprair</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy health]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1619</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_14.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy health" /><br/>การออกกำลังสมองหรือการบริหารสมอง ทำได้ง่ายๆลองฝึกทำทุกวัน วันละ 10 – 20 นาที ดังต่อไปนี้


สงบภายใน ฝึกสติ รับรู้ลมหายใจ               
ในแต่ละช่วงของวัน (ครั้งละ 3 – 5 นาที เป็นอย่างน้อย) ให้ปล่อยตัวเองจากความวุ่นวายต่างๆ กลับเข้าสู่ความว่างภายในตนเอง ด้วยการผ่อนลมหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ รับรู้ถึงลมหายใจเบาๆ ที่ผ่านปลายจมูก ลึกเข้าไปจนกระทั่งลมที่หายในเข้าดันท้องให้ป่องออกมาให้สุด แล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ค่อยๆ ให้ท้องแฟบ จนลมออกมาจนหมด รับรู้ถึงลมหายใจออกร้อนๆ ที่ปลายจมูก ทำซ้ำๆ ช้าๆ สม่ำเสมอ ปล่อยใจ ปล่อยอารมณ์ความรู้สึก ปล่อยความคิด ให้ว่าง
วิธีนี้เป็นการฝึกสติด้วยการรับรู้ลมหายใจ เป็นการพักสมองชั่วครู่ ให้เวลาสมองในการจัดระบบรวบรวมสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา เพื่อให้สมองพร้อมที่จะรับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามา อย่างไม่สับสน ปนเป
สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกตน เพื่อเข้าถึงปัญญาญาณ ออกนอกกรอบความคิด เพื่อความเป็นอิสระและทรงพลัง ให้ฝึกนั่งสมาธิทุกวัน ครั้งละ 30 – 60 นาที
จิบน้ำบ่อยๆ หล่อเลี้ยงสมองให้สดใส               
วางขวดน้ำไว้ประจำบนโต๊ะ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/fitbrain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสียงดนตรีคลาสสิค อาจช่วยให้เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนด เพิ่มน้ำหนักตัวได้เร็วขึ้น และแข็งแรงขึ้น</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-kids/music/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-kids/music/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2010 02:00:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy kids]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาการเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงดู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1323</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/myicon02.gif" width="19" height="19" alt="" title="Happy kids" /><br/>เป็นที่ทราบกันดีว่า เด็กทารกที่ได้ฟังดนตรีเป็นประจำ จะช่วยลดความเครียด ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้เด็กทารกสงบลงได้
?
แต่รายงานล่าสุดยังชี้ด้วยว่า เสียงดนตรีคลาสสิค ยังจะช่วยให้เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนด เพิ่มน้ำหนักตัวได้เร็วขึ้น และแข็งแรงขึ้นด้วย
เสียงดนตรีคลาสสิคของ Wolfgang Amadeus Mozart ที่คุณหมอที่ศูนย์การแพทย์ Tel Aviv ในอิสราเอล เปิดให้เด็กทารก 20 คนซึ่งเกิดก่อนกำหนด ที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ฟังวันละครั้ง ครั้งละ 30 นาที พบว่าหลังจากฟังดนตรีแล้ว
เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนดกลุ่มนั้น จะสงบลงและใช้พลังงานน้อยลง กว่าเด็กทารกกลุ่มที่ไม่ได้ฟังดนตรี นักวิจัยบอกว่า เมื่อเด็กทารกใช้พลังงานน้อยลง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แคลลอรี่จำนวนมาก ในการเจริญเติบโต เด็กที่เกิดก่อนกำหนดเหล่านั้น จึงมีน้ำหนักตัวมากขึ้นและแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กเหล่านั้น
รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า เสียงดนตรีสามารถลดความเครียด ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และเพิ่มความอิ่มตัวของปริมาณก๊าซออกซิเจนในทารก ที่เกิดก่อนกำหนด โดยความอิ่มตัวของออกซิเจนนั้น คือดัชนีวัดปริมาณอ๊อกซิเจน ในกระแสเลือด เทียบกับปริมาณอ๊อกซิเจนสูงสุด ที่สามารถลำเลียงไปกับเส้นเลือดได้ ซึ่งหากตัวเลขความอิ่มตัวนี้อยู่ในระดับต่ำ อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางหัวใจ หรือปอดได้ และแม้งานวิจัยชิ้นนี้จะใช้กลุ่มตัวอย่างน้อยเกินไป
แต่นักวิจัยก็เชื่อว่าข้อมูลที่ได้นั้น มีนัยสำคัญทางสถิติ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Pediatrics ฉบับเดือนมกราคมชิ้นนี้ ยังไม่ได้ทดลองใช้เสียงดนตรีอื่น นอกจากดนตรีคลาสสิคของ Mozart จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าดนตรีแนวอื่น จะให้ผลอย่างเดียวกันหรือไม่
สำหรับสาเหตุดลใจให้นักวิจัยเลือกใช้เพลงของ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-kids/music/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจ้าของรางวัลโนเบลประจำปีนี้ มีใครบ้าง</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/nobell/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/nobell/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Dec 2009 03:02:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy society]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การอยู่ร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความดี]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1173</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_03.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy society" /><br/>เจ้าของรางวัลโนเบลประจำปีนี้ มีใครบ้าง และเหตุใดพวกเขาจึงได้รับรางวัลดังกล่าว?
พิธีมอบรางวัลโนเบลประจำปีนี้กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 10 ธันวาคม ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนซึ่งบรรดาผู้ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาต่างๆ ก็ออกมาเปิดเผยถึงสาเหตุหรือเคล็ดลับที่เกื้อหนุนให้พวกเขา และเธอได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ 
เสรีภาพทางความคิด อิสระในการวิจัย การสนทนา และกาแฟ ฟังดูแล้วอาจจะไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด แต่นั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จของผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ฟิสิกส์และเศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้
จอร์จ อี สมิธ นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2009 เล่าว่า บรรดานักวิทยาศาสตร์ ที่ห้องทดลองเบลล์ที่เขาทำงานอยู่นั้น ไม่ค่อยจะใส่ใจต่อคำสั่งหรือการตัดสินใจของหัวหน้าเท่าไรนัก แต่จะใช้วิธีหารือร่วมมือกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ ในขณะที่ วิลลาร์ด เอส บอยล์ด เพื่อนร่วมงานของเขาบอกว่า เสรีภาพในการเลือกงานวิจัยของตนเอง คือกุญแจสำคัญสู่ความความสำเร็จ จอร์จ อี สมิธและ วิลลาร์ด เอส บอยล์ด ได้รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ร่วมกันจากผลงานการคิดค้นอุปกรณ์ส่งสัญญาณ หรือตัวเซนเซ่อร์สำหรับกล้องถ่ายรูปดิจิตัลครับ ส่วนนักวิทยาศาสตร์อีกผู้หนึ่งที่ได้รางวัลโนเบลในสาขานี้ คือ ชาร์ล เค เคา ชาวอเมริกันเช่นกัน จากผลงานการค้นพบวิธีส่งผ่านสัญญาณแสง ในระยะไกลผ่านทางใยแก้วนำแสงขนาดเล็กเท่าเส้นผม
ในสาขาเคมีนั้น นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน โธมัส เอ สไตตซ์ 1 ใน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/nobell/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมองเรียนรู้ได้ไม่จำกัด</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/vision/brainy/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/vision/brainy/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2009 02:00:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy vision]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกฝน]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนรู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=785</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_09.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy vision" /><br/>เมื่อก่อน คนเรามักมีความเชื่อว่า สมองเรียนรู้ได้ดีที่สุดถึงแค่อายุเดียว พอผ่านวัยเด็กไปแล้วสมองก็ทำงานลดระดับลงเรื่อยๆ พอเข้าวัยชรา สมองก็เสื่อมสภาพ ทำอะไรไม่ค่อยได้ คิดอะไรไม่ค่อยออก เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ก็ไม่ได้
ดิฉันทำงานด้านสมองและการพัฒนาอัจฉริยภาพต้องพบปะผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้ามาเพราะอยากเรียนรู้วิธีการพัฒนาสมองของตนเอง ทุกคนจะมีคำถามแปลกๆ มากมายเกี่ยวกับสมอง แต่คำถามหนึ่งซึ่งดิฉันได้ยินเป็นประจำเลยก็คือ &#8220;ดิฉัน/ผม ทำงานหนักมากช่วงนี้คิดอะไรไม่ค่อยออก คิดว่าสมองคงค่อยเสื่อมแล้วล่ะ มีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง&#8221; ทุกครั้งที่ได้ยินดิฉันก็จะขำปนเป็นห่วงว่าคนส่วนใหญ่มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับสมองของตนเองผิดๆ อยู่พอสมควร

นอกจากความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของตัวเองผิดแล้วส่วนใหญ่ก็ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของลูกผิดอีกด้วย เพราะเรามักได้รับรู้เรื่อง &#8220;หน้าต่างการเรียนรู้&#8221; หรือ Window of Opportunities กันเป็นประจำว่า ถ้าไม่สอนเด็กเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก่อนอายุเท่านั้นเท่านี้แล้ว เด็กจะไม่มีโอกาสเรียนรู้เรื่องนั้นๆ ได้เลยจนวันตาย เช่น ถ้าไม่เรียนภาษาที่สองก่อนอายุสิบสองปี แล้วเด็กจะไม่มีวันได้สำเนียงอย่างเจ้าของภาษาไปตลอดชีวิต&#8230;. ซึ่งจริงๆ แล้วเรื่อง &#8220;หน้าต่างการเรียนรู้&#8221; นี้ เป็นเรื่องที่มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง แต่สมองของเราไม่ได้แบ่งแยกเป็นดำกับขาวขนาดนั้นค่ะ เรื่องไหนที่เราพลาดการเรียนรู้ไปในวัยหนึ่ง เราก็สามารถที่จะยังเรียนรู้เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่า มันอาจเรียนยากขึ้น ก็เท่านั้นเอง

ยกตัวอย่างผู้ใหญ่หลายท่านที่ไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เมื่อโตขึ้น สามารถสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้ ก็ต้องมานั่งเรียนภาษากันใหม่แทบจะทั้งหมดบางท่านต้องเรียนอังกฤษ บางท่านเป็นภาษาญี่ปุ่น หรือฝรั่งเศสก็เห็นเรียนกันได้ในระดับใช้การได้ดีทีเดียว ได้ปริญญาโท ปริญญาเอกในประเทศนั้นๆ ติดมือกลับมากันเป็นแถว ซึ่งเมื่อสอบถามดูก็พบว่า การเรียนนั้น ยากกว่าเรียนตอนเด็กๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/vision/brainy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สีไหนจะกระตุ้นการทำงานของสมองได้มากกกว่ากัน?</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/color-in-mylife/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/color-in-mylife/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 14 Jun 2009 05:20:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy health]]></category>
		<category><![CDATA[กระตุ้น]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[สี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=683</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_14.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy health" /><br/>ระหว่างสีแดง และสีฟ้า สีไหนจะกระตุ้นการทำงานของสมองได้มากกกว่ากัน?
ผลการทดลองศึกษาวิจัยบ่งชี้ว่า ทั้งสองสีนี้สามารถกระตุ้นการทำงานของสมองได้พอๆ กัน แต่เป็นคนละกรณีกัน
รายงานการศึกษาของนักวิจัยแคนาดา จากมหาวิทยาลัยแห่งบริชติช โคลัมเบียแสดงว่า สมองของคนเรานั้น จะถูกกระตุ้นด้วยสีต่างๆ อย่างไม่รู้ตัว โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ทำ
อาจารย์ผู้สอนวิชาการตลาดผู้หนึ่งยกตัวอย่างว่า สีแดงกับสีฟ้านั้น ต่างมีผลต่อสมอง แต่ขึ้นอยู่กับว่ากิจกรรมที่ทำอยู่นั้นคืออะไร โดยอธิบายว่า สีแดงนั้นจะช่วยมากกว่า ในขณะที่เราทำงานเกี่ยวกับการให้ความสนใจเรื่องรายละเอียด ในขณะที่ถ้างานนั้นเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ สีฟ้าจะมีผล

นักวิจัยทำการศึกษาจากอาสาสมัคร 600 คน โดยให้กลุ่มตัวอย่าง จำรายการสิ่งของต่างๆ ที่ได้เห็นบนจอคอมพิวเตอร์ และถ้าจอคอมพิวเตอร์เป็นพื้นสีแดง ความจำจะดีขึ้นราว 31%
แต่ในขณะเดียวกัน พื้นจอคิมพิวเตอร์สีฟ้า จะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มทดลอง ได้มากกว่าพื้นจอสีแดงถึง 2 เท่า
ข้อมูลในเรื่องนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ในแง่ของการตลาด และการโฆษณา
ที่มา :? Voice of America ? Thai ภาคภาษาไทย
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/color-in-mylife/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการรักษาสุขภาพของสมองให้แข็งแรงก็คือ การใช้สมองของเรานั่นเอง</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/smart-brain/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/smart-brain/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 31 May 2009 02:00:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy health]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉลาด]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=617</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_14.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy health" /><br/>? นายแพทย์ ริชาร์ด เรสแตก ประสาทแพทย์ และนักประพันธ์ผู้ซึ่งแต่งหนังสือที่มียอดการจำหน่ายสูงที่สุดคนหนึ่งกล่าวว่า เราเรียนรู้เกี่ยวกับสมองของคนเราในช่วงสิบปีที่แล้ว มากกว่าที่เราเรียนรู้ในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมา ใน &#8220;Think Smart&#8221; ซึ่งเป็นชื่อหนังสือเล่มใหม่ที่คุณหมอเขียนนั้น เขาแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เกี่ยวกับสมอง และการทำงานของสมอง 
สมองคนเรา ยิ่งใช้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเฉียบแหลมมากขึ้นเท่านั้น? ตลอดชีวิตของคนเรา โครงสร้างและการทำงานของสมองเปลี่ยนแปลงไป ในลักษณะที่โดนอิทธิพลของประสบการณ์ในชีวิตของคนเราโน้มน้าว ในหนังสือเล่มใหม่ &#8220;Think Smart&#8221; หรือ &#8220;คิดอย่างฉลาดสุขุม&#8221; นั้น ศาสตราจารย์ฝ่ายการรักษาเกี่ยวกับประสาทวิทยา แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย จอร์จ วอชิงตัน ริชาร์ด เรสแตก ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องสมองของมนุษย์เราไว้ มากกว่าสิบแปดเล่มพินิจพิเคราะห์ครั้งใหม่เกี่ยวกับอวัยวะมหัศจรรย์ และไม่สามารถอธิบายให้ทราบได้อย่างกระจ่างชัดชิ้นนี้ ยกตัวอย่างเช่น เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า สิ่งที่เป็นคุณต่อหัวใจก็จะเป็นคุณต่อ

สมองด้วย ขณะนี้ คุณหมอ ริชาร์ด เรสแตก กล่าวว่าผลของการศึกษาวิจัยเมี่อไม่นานมานี้ แสดงว่าโรคอ้วน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าเป็นต้นเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมนั้นจะนำไปสู่การที่สมองหมดสมรรถภาพในการทำงาน ดังนั้น การควบคุมน้ำหนักตัว การคุมความดันโลหิต และปริมาณของไขมันในเลือดจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะล้วนแต่ก่อปัญหาให้บรรดาหลอดโลหิตที่ส่งโลหิตไปหล่อเลี้ยงสมอง
คุณหมอแนะนำให้รับประทานอาหาร อย่างที่ผู้คนทางย่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนิยมกัน
อาหารดังกล่าว อุดมไปด้วยผลไม้ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/smart-brain/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถึงทุกคนในบ้าน?เรามารีบเข้านอนกันเถอะ</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/sleep-to-smart/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/sleep-to-smart/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 May 2009 02:00:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy health]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อารมณ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=591</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_14.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy health" /><br/>


สังเกตกันบ้างไหมว่าพักหลังๆ คนในบ้านของเรานอนดึกหรืออดนอนกันบ้างหรือเปล่า ?
???????
???????อาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับบางครอบครัวที่สามีกลับบ้านดึกไม่พอยังขนงานกลับมาทำที่บ้านจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน หรือภรรยานอนหลับคากองเอกสารที่โต๊ะทำงาน ในขณะที่บางบ้านอาจมีลูกๆนอนสลบบนกองหนังสือ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในช่วงเวลาสอบ
???????
???????และเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งอดหลับอดนอนมากๆ สมาชิกในบ้านที่คอยห่วงใยมักส่งเสียงเตือนปนไม่พอใจกับการนอนไม่พอก็เป็นได้ไม่ว่าจะเป็น &#8216;นอนไม่พอ&#8230;ระวังแก่นะ หรือ อดนอนแบบนี้&#8230;ไม่คุ้มกับเงินที่ได้มาเลยจริงๆ&#8217; แต่ทว่าเสียงเหล่านี้กลับไม่สามารถทัดทานเจ้าตัวให้ข่มตาหลับลงไปได้เลย&#8230;ตราบใดที่งานยังไม่เสร็จสิ้น














ภาพจากอินเทอร์เน็ต










???????ทั้งนี้ มีงานวิจัยเชิงทดลองโดยอาสาสมัครหนุ่มสาว ได้ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน และเมื่อเจาะตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครเหล่านี้ พบว่า พวกเขามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวานแล้ว
???????
???????อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังพบผลเสียของการอดนอนอีกว่า การอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน โดยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเร่งการเติบโต ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย โดยการที่คนเราอดนอนมากๆนั้นจะทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง และร่างกายรู้สึกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น
???????
???????นอกจากนี้ การนอนไม่เพียงพอนั้น ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อระบบประสาทว่า ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด ตามความต้องการอาหารของร่างกาย เมื่อระดับเลปตินลดลงจากการนอนน้อย ผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น แม้จะได้กินอาหารจนได้พลังงานเพียงพอแล้วก็ตาม
???????
???????ส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากการอดกลับอดนอนนั่นคือ หากสมากชิกในบ้านของคุณหรือตัวคุณเองที่อดนอนมากๆจะหน้าตาซีดเซียว ไม่มีน้ำมีนวล เจ็บป่วยง่ายขึ้นเมื่อเจอเชื้อโรคเพราะการนอนไม่พอจะส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกายนั่นเอง
นอนไม่พอ&#8230;ทำให้อ้วน
???????
?













ภาพจากอินเทอร์เน็ต











???????
???????
???????ซ้ำร้ายไปกว่าการกลายร่างเป็นคนอ้วน การนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจรการหลั่งฮอร์โมนแปรปรวน เนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลากลางคืน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ฉะนั้น นอกจากเราควรจะนอนให้เพียงพอแล้ว เรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย
??????? 
???????
???????ศ.เจอร์เกน ซัลเลย์ นักวิจัยพฤติกรรมการนอนหลับ วิทยาลัยแพทย์รีเกนส์เบิร์ก เปิดเผยว่า การอดนอนส่งผลกระทบเลวร้ายต่อร่างกาย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/sleep-to-smart/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมองด้านความคิดสร้างสรรค์</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/book-for-happylife/a-whole-new-mind-right-brainers/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/book-for-happylife/a-whole-new-mind-right-brainers/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2009 02:52:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy read]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนาการเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สมอง]]></category>
		<category><![CDATA[เพิ่มแท็กใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เลี้ยงดู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=391</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_44.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy read" /><br/>ในหนังสือเรื่อง "A Whole New Mind"  Daniel Pink กล่าวว่า ความสามารถด้านสมองซีกซ้ายที่เคยมีความสำคัญที่สุด ใช้ไม่ได้แล้วในโลกทุกวันนี้ เขาบอกว่า ความสามารถด้านสมองซีกซ้าย ซึ่งเป็นความสามารถในการคิดคำนวณตัวเลข การคิดเชิงเหตุผล เป็นแนวตรงนั้นยังมีความสำคัญ แต่น้อยกว่าความสามารถทางด้านสมองซีกขวา ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ศิลปะ สุนทรียภาพ การประดิษฐ์คิดค้น ดัดแปลงพลิกแพลง การออกแบบ การคิดอย่างมองภาพกว้าง ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นความสามารถที่มีความสำคัญที่สุดตอนนี้]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/book-for-happylife/a-whole-new-mind-right-brainers/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
