Posts Tagged ‘สังคม’
พ.ค.
คนปั่นจักรยานไปทำงานมากขึ้น
ในขณะที่ราคาน้ำมันกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลกรวมทั้งในสหรัฐ จำนวนรถจักรยานบนท้องถนนตามเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยองค์กรต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐบาลส่วนท้องถิ่นต่างช่วยรณรงค์สนับสนุนให้ประชาชนขี่จักรยานไปทำงานมากขึ้น
รัฐบาลสหรัฐประกาศให้วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นวันปั่นจักรยานไปทำงานแห่งชาติ ทั้งส.ส นายกเทศมนตรี เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐบาลและประชาชนในหลายร้อยเมืองทั่วสหรัฐต่างพร้อมใจกันปั่นจักรยาน เพื่อแสดงพลังและรณรงค์ให้ผู้คนเห็นความสำคัญของจักรยานในฐานะทางเลือกอีกทางหนึ่งของการเดินทางในปัจจุบัน
ชุมชนคนปั่นจักรยานในอเมริกามีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉพาะที่นครฟิลาเดลเฟียเวลานี้มีคนปั่นจักรยานไปทำงานมากกว่า 1 หมื่นคนในแต่ละวัน คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากราคาน้ำมันยังแพงขึ้นเรื่อยๆเช่นนี้ (เพิ่มเติม…)
Tags: การอยู่ร่วมกัน, จักรยาน, ประหยัดพลังงาน, สังคม, สิ่งแวดล้อม, อนุรักษ์พลังงานพ.ค.
ขบวนการรณรงค์เพื่อความสุข
ขบวนการรณรงค์เพื่อความสุขประกาศตัวในกรุงลอนดอนเมื่อเร็วนี้ มุ่งหมายจะกระตุ้นให้ผู้คนหันมาใส่ใจในสิ่งที่มีความสำคัญจริงๆ ในชีวิต
กลุ่มที่เรียกตนเองว่า Action for Happiness ประกาศตัวออกมาที่กรุงลอนดอนเมื่อเร็วๆนี้ กลุ่มนี้เป็นองค์กรที่ไม่มุ่งหวังกำไร ตั้งเป้าจะปลุกปั่นมวลชนให้ร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสุขกว่าที่เป็นอยู่ หลักการพื้นฐานของกลุ่ม คือ ความเมตตากรุณาก่อให้เกิดความสุข และการแสดงความเมตตากรุณานั้น เริ่มต้นด้วยการกระทำเล็กๆน้อยๆ เช่นเปิดประตูให้กับผู้ที่เดินมา ให้ที่นั่งแก่คนอื่นๆบนรถโดยสาร หรือรู้จักกล่าวคำขอโทษ อย่างนี้เป็นต้น Action for Happiness กล่าวว่า เวลานี้มีสมาชิกมากกว่า 4,000 คนใน 60 ประเทศ และหวังจะหา “นักกิจกรรมเพื่อความสุข” เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนล้าน ที่จะออกไปกระจายความสุขให้กับผู้คนได้ทั่วโลก
Tags: การอยู่ร่วมกัน, ความสุข, สังคม, แบ่งปันเม.ย.
หน้าตาดีคือหลักประกันแห่งความสุข แต่…
รายงานที่ใช้ชื่อว่า “Beauty is the Promise of Happiness” หรือความสวยงามคือหลักประกันแห่งความสุข รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างชายหญิงมากกว่า 25,000 คนใน 4 ประเทศ โดยเปรียบเทียบระดับความสุขกับลักษณะรูปร่างหน้าตาของแต่ละคน พบว่าคนที่อยู่ในกลุ่มดูดีหรือหน้าตาดีที่สุด 15% แรกจะมีระดับความสุขมากกว่าผู้ที่อยู่ในกลุ่มหน้าตาไม่ดีหรือดึงดูดใจน้อยที่สุดราว 10% แต่ก็มิได้หมายความว่าคนหน้าตาไม่ดีแล้วจะไม่มีความสุขแต่อย่างใด เพียงแต่คนหน้าตาดีกว่ามีแนวโน้มที่จะมีความสุขมากกว่าตามที่รายงานระบุไว้
คุณ Daniel Hamermesh และคุณ Jason Abrevaya นักเศรษฐศาสตร์ผู้จัดทำงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่า จากการวิจัยที่เน้นพิจารณาปัจจัยด้านการเงินและการงานเป็นหลักพบว่า โดยเฉลี่ยคนหล่อคนสวยจะมีรายได้สูงกว่าคนที่ดูแล้วมีความดึงดูดใจน้อยกว่าราว 5% นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับความสนใจจากคนรอบข้างมากกว่า ซึ่งรวมทั้งจากหัวหน้างาน คุณครู พี่เลี้ยง หรือแม้กระทั่งความสนใจจากเด็กๆ โดยนายจ้างบางบริษัทให้ความเห็นไว้ว่า สำหรับการสมัครงานในยุคสมัยนี้ คนมีความสามารถระดับธรรมดาแต่หน้าตาดี ดูจะมีภาษีกว่าคนฉลาดแต่ไร้ความดึงดูดใจ รายงานชี้ว่าคนหน้าตาดีกว่ายังมีโอกาสแต่งงานมีคู่ครองสูงกว่าอีกด้วย (เพิ่มเติม…)
Tags: การทำงาน, การอยู่ร่วมกัน, ความสุข, วิจัย, สังคมม.ค.
การแถมของเล่นเด็กในอาหารชุดสำหรับเด็ก
Center for Science in the Public Interest ในกรุงวอชิงตัน ยื่นฟ้องต่อศาลกล่าวหาว่าบริษัทอาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของสหรัฐ แมคโดนัลด์ กระทำผิดที่แถมของเล่นเด็กไว้ในอาหารชุดสำหรับเด็กที่เรียกว่า Happy Meal เพราะเป็นการล่อใจให้เด็กๆทานอาหารจานด่วนที่เชื่อกันว่าไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ การฟ้องร้องดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่กำลังเกิดความกังวลเรื่องปัญหาโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และก่อให้เกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของแมคโดนัลด์ต่อสังคม
Happy Meal คืออาหารชุดสำหรับเด็กของร้านอาหารจานด่วนแมคโดนัลด์ที่ประกอบด้วย แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้นหรือไก่บดชุบแป้งทอด มันฝรั่งทอดและน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม ซึ่งทาง Center for Science in the Public Interest หรือ CSPI ระบุว่าเป็นอาหารที่มีแคลลอรี่สูง และมีไขมัน น้ำตาล เกลือในระดับสูงซึ่งไม่เหมาะกับเด็กๆ สิ่งที่ CSPI ยื่นฟ้องต่อศาลไม่ใช่เรื่องโภชนาการดังกล่าว แต่เป็นเรื่องที่แมคโดนัลด์แถมของเล่นเด็กชิ้นเล็กๆไปกับ Happy Meal (เพิ่มเติม…)
Tags: ความสุข, พฤติกรรมการบริโภค, สังคม, สื่อ, อารมณ์, เด็กม.ค.
การเจริญเติบโตของสื่อดิจิทัลสำหรับปี 2554
ผู้สื่อข่าวหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวหรือบล็อกต่างๆ เริ่มออกมาให้ความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวโน้มการเจริญเติบโตของสื่อดิจิทัลสำหรับปี 2554กันอย่างครึกโครม ทำให้ผมเลยต้องออกมาเขียนบ้าง แต่จะเขียนเหมือนเขาก็กระไรอยู่ เลยขอเขียนมุมกลับกันบ้างว่า ผู้บริโภคจะมีแนวโน้มในการใช้สื่อดิจิทัลอย่างไรบ้างในปี 2554
โดยข้อมูลเหล่านี้เกิดจากการสังเกต และลองนั่งคิดดูว่าผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ นั้น มีการใช้สื่อดิจิทัลอย่างไรบ้าง
1. มีวิจารณญาณในการเชื่อถือข้อมูลมากขึ้น
เดี๋ยวนี้ผู้บริโภคสามารถแยกแยะข้อมูลต่างๆ ได้ดีขึ้น และมองออกได้ง่ายว่าอันไหนเป็นโฆษณาและอันไหนเป็นข้อมูลที่ผู้บริโภคเขียนกันจริง โดยข้อมูลที่ทำให้ผมเชื่อในเรื่องนี้ ก็คือ มีกระทู้หนึ่งในเว็บพันทิป ได้เขียนถามไว้ว่า ใครเชื่อบล็อกเกอร์ที่มาเขียนรีวิวสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ กันมากแค่ไหน ผมลองอ่านคำตอบดูซึ่งมีหลายสิบคำตอบที่บอกว่า ตัวเองแยกแยะออก และไม่เชื่อไปเสียทั้งหมด บ้างบอกว่าเห็นเลยว่าบทความไหนเป็นบล็อกเกอร์ที่ได้สินค้ามารีวิว หรือบทความไหนเป็นบล็อกเกอร์ซื้อของมาจริง แล้วมารีวิว รวมไปถึงการเห็นข้อความทางสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น ทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ค แล้วมีการเช็คแหล่งข่าวกันก่อนที่จะบอกต่อกันอีกด้วย เห็นได้จากที่ผู้บริโภคมีการเขียนข้อความเตือนให้ผู้บริโภคด้วยกันเช็คแหล่งข่าว ก่อนการรีทวีตข้อความใดๆ กันอยู่เสมอ
ม.ค.
ของที่หายไปในทศวรรษใหม่
เครื่องใช้ไม้สอยหลายอย่าง ที่มนุษย์เคยพึ่งพา หรือสร้างความบันเทิง กำลังจะหมดประโยชน์ไปในปี 2554 และจะถูกแทนที่เทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่
เครื่องเล่นวีซีดี และวิดีโอ
เมื่อเครื่องเล่นดีวีดี ได้รับการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นเมื่อปี 2538 และเปิดตัวในสหรัฐเมื่อปี 2540 อุปกรณ์ให้ความบันเทิงภายในบ้านชนิดนี้ก็ค่อยๆ เข้ามาแทนที่เครื่องเล่นวิดีโอภายในต้นทศวรรษหลังปี 2543 เช่นเดียวกับเครื่องเล่นวีซีดี ที่ผลิตออกมาให้ได้ใช้และเลิกใช้ในเวลาไม่นานนัก
ในปี 2548 หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ได้ลงคำไว้อาลัย ว่าเทปวิดีโออันเป็นที่รัก ที่ได้เคยช่วยให้ชาวอเมริกันหลายล้าน เพลิดเพลินใจไปกับหนังฮอลลีวู้ดโดยไม่ต้องออกไปนอกบ้านนั้น ได้จากพวกเราไปแล้วในวัย 29 ปี มันจากไปอย่างสงบหลังจากป่วยเรื้อรังมานานด้วยโรคหมดความสำคัญทางด้านเทคโนโลยี
แผนที่กระดาษ
เครื่องจีพีเอส หรืออุปกรณ์กำหนดพิกัดบนพื้นโลกผ่านสัญญาณดาวเทียม ซึ่งปัจจุบัน มีราคาถูกลง เล็กลง และพกพาได้สะดวกขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจีพีเอสติดตั้งในรถยนต์ หรือในโทรศัพท์มือถือ มีคนมากขึ้นที่ใช้แผนที่ในมือถือสำหรับทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่เดินทางทั่วประเทศ ไปจนถึงการมองหาร้านอาหาร นอกจากนี้ ยังมีบริการแผนที่กูเกิล และแมพเควสต์ ที่สามารถบอกเส้นทางได้เกือบทุกหนแห่งเพียงแค่พิมพ์คำจุดหมายปลายทางให้ระบบช่วยสืบค้น (เพิ่มเติม…)
ม.ค.
ความรักช่วยรักษาและเยียวยาความเจ็บปวด
ความรักนั้นนอกจากไม่ได้สร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังช่วยรักษาความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้อีกด้วย
รายงานวิจัยชิ้นล่าสุดซึ่งเผยแพร่ในวารสาร PLoS ONE ชี้ว่าจริงๆแล้วความรักนั้นนอกจากไม่ได้สร้างความเจ็บปวดแล้ว ยังช่วยรักษาความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้อีกด้วย
รายงานวิจัยชิ้นล่าสุดของนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Stanford ซึ่งเผยแพร่ในวารสาร PLoS ONE ชี้ว่าความรักช่วยรักษาความเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ โดยนักวิจัยรวบรวมข้อมูลจากนักศึกษาวัยรุ่น 15 คนซึ่งกำลังตกอยู่ในห้วงรักครั้งแรกในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์ อย่างที่เรียกกันว่ามองทุกอย่างเป็นสีชมพู (เพิ่มเติม…)
Tags: การอยู่ร่วมกัน, ความรัก, งานวิจัย, สังคม


