<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title> &#187; สังคม</title>
	<atom:link href="http://www.wearehappy.in.th/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.wearehappy.in.th</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 11 Aug 2010 04:50:45 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อกับการจัดเรตติ้งละครโทรทัศน์</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/heappy-family/familytv/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/heappy-family/familytv/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2010 04:10:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weareprair</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy activities]]></category>
		<category><![CDATA[Happy family]]></category>
		<category><![CDATA[Happy society]]></category>
		<category><![CDATA[การเลี้ยงดู]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เรตติ้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=2000</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/myicon05.gif" width="19" height="19" alt="" title="Happy activities" /><br/>เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อจัดเวทีเสวนาเรื่อง การจัดระดับความเหมาะสมของสื่อโทรทัศน์ ตอน &#8220;เนื้อหาละครกับช่วงเวลาการออกอากาศ&#8221; เมื่อวันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม 2553 ณ.อาคารสภาคริสตจักรในประเทศไทย ราชเทวี กรุงเทพฯ


เพราะละครไทยในปัจจุบันมีภาพที่ไม่เหมาะสมมากมาย เช่น ภาพความรุนแรง การชิงรักหักสวาท ฉากเลิฟซีน ฯลฯ
เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังฯจึงต้องขอออกมาย้ำในเรื่องการจัดเรตติ้งอีกครั้งหนึ่ง เพราะสื่อในปัจจุบันนี้มีผลต่อเด็กค่อนข้างมาก เห็นได้จากเมื่อไม่นานมานี้ที่เด็กผู้คอตายเพราะเลียนแบบละครเรื่องหนึ่ง เป็นสิ่งตอกย้ำว่า การที่เด็กได้เห็นภาพเหล่านี้บ่อยๆ จนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อผนวกกับความอยากรู้ อยากลอง ตามวัยแล้วก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าได้อย่างไม่คาดคิด
ขณะที่หลายประเทศมีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเรตติ้งรายการทีวี แต่ในประเทศไทยยังไม่มี ทำให้การจัดเรตติ้งในปัจจุบันยังไม่มีการกำกับควบคุมที่ดีพอจากภาครัฐ เป็นการให้สิทธิกับผู้ผลิตและสถานีออกอากาศเป็นผู้กำหนด ทำให้เกิดการจัดเรตติ้งที่ผิดเพี้ยนขึ้นมา 
ข้อเสนอทางแก้ไขอันดับแรกต้องเริ่มที่ครอบครัวก่อน พ่อแม่ต้องเลือกให้ลูกก่อน ขณะเดียวกันภาครัฐต้องมีการปรับระบบเรตติ้งให้ตรงกับสังคมโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดด้วย
ที่สำคัญคือ การจัดเรตติ้งจะเป็นเหมือนวัคซีนที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันด้านต่างๆให้แก่เด็กและเยาวชน

คุณเชษฐษ มั่นคง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวต้อนรับและเปิดงาน

วิทยากรให้ความรู้เรื่องพัฒนาการเด็กและระบบเรตติ้งของประเทศไทย



ผู้เข้าร่วมและสื่อมวลชนให้ความสนใจ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/heappy-family/familytv/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ กว่าคนเราจะรู้สึกว่ามีความสุขได้นั้น ก็ต้องรอจนอายุมีเลขห้านำหน้า</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-life/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-life/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 May 2010 09:36:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy life]]></category>
		<category><![CDATA[การอยู่ร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ความหวัง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ทัศนคติ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1649</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_20.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy life" /><br/>การศึกษาวิจัยชิ้นใหม่ ที่จะตีพิมพ์ในวารสารของสถาบันวิยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐเผย กว่าคนเราจะรู้สึกว่ามีความสุขได้ ต้องรอจนอายุมีเลขห้านำหน้า
ผลการศึกษาเรื่องความสุขครั้งล่าสุดนี้ ระบุว่า คนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปแล้ว จะมีความสุขมากขึ้น มีความเครียด และความวิตกกังวลน้อยกว่าคนในวัย 20 ปี
ข้อสรุปที่ว่านี้มาจากการวิเคราะห์รายงานการสำรวจของสำนัก Gallup ที่โทรศัพท์สัมภาษณ์คนอเมริกัน มากกว่า 340,000 คน เมื่อปี ค.ศ. 2008
การวัดความสุขในการศึกษาครั้งนี้ แบ่งออกเป็นสองลักษณะ กล่าวคือ ความสุขโดยรวม หรือการมองย้อนกลับไปในชีวิตของตน เปรียบเทียบกับประสบการณ์ในแต่ละวัน หรือจะว่าเป็นการวัดระยะสั้นก็ได้
หัวหน้าคณะนักวิจัย Arthur Stone อธิบายว่า ตัวแปรในมาตรวัดระยะสั้น ซึ่งมีความสุข ความสนุกสนาน ความเครียด ความวิตกกังวล ความโกรธ และความเศร้า นั้น เปลี่ยนไปพร้อมๆกับอายุ และแต่ละปัจจัยมีแนวโน้มที่ต่างกัน เช่น ความเครียดและความโกรธลดลงอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เริ่มเข้าวัยบรรลุนิติภาวะจนเข้าวัยชรา แต่ความวิตกกังวลมีอยู่อย่างคงเส้นคงวาจนอายุ 50 จึงจะเริ่มลดลง ส่วนความเศร้าสร้อยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่ออายุมีเลข 4 นำหน้า และลดลงเมื่อเปลี่ยนเป็นเลขห้า แต่โดยทั่วไปแล้วเป็นตัวแปรที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงแม้อายุจะมากขึ้น
สำหรับความสุขโดยรวมนั้น นักวิจัยบอกว่า ถ้าวาดแนวโน้มออกมาเป็นกราฟก็จะเป็นรูปตัว U คือเริ่มที่จุดสูง และลดลงมาตลอดจนกระทั่งอายุราวๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-life/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานวันวิสาขบูชาโลก 2553The 7th Conference of The United Nations Day of Vesak</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-activities/day-of-vesak53/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-activities/day-of-vesak53/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 May 2010 03:49:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weareprair</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy activities]]></category>
		<category><![CDATA[การอยู่ร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[คุณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[สติปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1624</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/myicon05.gif" width="19" height="19" alt="" title="Happy activities" /><br/>งานวันวิสาขบูชาโลกครั้งที่ 7  เป็นการจัดงานโดยประเทศไทยร่วมกับประเทศญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญสากลของโลก และร่วมกันประกาศหลักการทางพระพุทธศาสนา ผ่านกิจกรรมทางวิชาการ ศาสนพิธี วิถีชีวิตชุมชน และร่วมกันสร้างทางเลือกในการประยุกต์ใช้พระพุทธศาสนาแก้ปัญหาวิกฤติการณ์โลก

ผู้เข้าร่วมงาน มาจากหลายองค์กร ได้แก่พระภิกษุสงฆ์ ภิกษุณี และ ผู้นำชาวพุทธจากนานาชาติ  เอกอัครราชฑูตจากประเทศต่างๆที่พำนักอยู่ในประเทศไทย  นักปราชญ์  นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาจากนานาชาติ  องค์กรระหว่าประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา  พุทธศาสนิกชนจากนานาชาติ
งานเริ่มด้วยดนตรีกากากุ ซึ่งเป็นดนตรีพื้นเมืองจากประเทศญี่ปุ่น โดยกลุ่ม กากากุกัน จากนั้นเป็นการเจริญจิตตภาวนาโดยพระสงฆ์จากวัดไทยกุสินาราและวัดไทยลุมพินี ประเทศอินเดีย ต่อด้วยการเจริญจิตตภาวนาจากพระสงฆ์นิกายมหาญาณ ประเทศญี่ปุ่น


                นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงการสร้าง พุทธอุทยานโลก (World Buddhist Park) ที่อุทยานแห่งชาติเขาอิโต้ บนพื้นที่ 13,500 ไร่ ประกอบด้วย สังเวชนียสถาน 4 ตำบล แบ่งเป็น 3 โซน คือ
                Zone I                    “Holy Place”   สถานที่ตรัสรู้
                Zone II [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-activities/day-of-vesak53/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นักวิจัยชี้ แสงสลัวในห้องมืดๆ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม ในทางที่ไม่ดี</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-kids/psychological-science/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-kids/psychological-science/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 13:22:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy kids]]></category>
		<category><![CDATA[คนดี]]></category>
		<category><![CDATA[ความดี]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนรู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1417</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/myicon02.gif" width="19" height="19" alt="" title="Happy kids" /><br/>เคยมีรายงานก่อนหน้านี้ระบุไว้ว่า การที่ใครสักคน สามารถทำอะไรได้อย่างซ่อนเร้น ไม่มีคนรู้เห็น คนคนนั้นมีโอกาสก่ออาชญากรรม หรือกระทำผิดได้ง่ายกว่าปกติ แต่รายงานชิ้นใหม่ศึกษาไปไกลกว่านั้น และพบว่าแสงสลัวๆ และห้องมืดๆ ยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมในทางไม่ดีมากขึ้นด้วย 

นักวิจัยผู้จัดทำรายงานชิ้นนี้บอกว่า หากใครสักคน นั่งอยู่คนเดียวแล้วคุยผ่านอีเมลล์กับคนแปลกหน้า มีโอกาสสูงมากที่ใครคนนั้น จะโกหกออนไลน์ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยคือใคร โดยไม่จำเป็นว่าไฟในห้องนั้น จะมืดแค่ไหน 
แต่ในขณะเดียวกัน หากใครคนนั้นไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่ปกปิดซุกซ่อน และสามารถมองเห็นคนอื่นๆ ได้ แต่กลับรู้สึกว่าตนเองหลบเร้นจากสายตาของคนทั่วไป เช่นใต้แสงไฟสลัวๆ หรือในห้องที่มืดๆ ก็เป็นสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการกระทำความผิดได้ง่ายเช่นกัน ซึ่งนักวิจัยอธิบายพฤติกรรมนี้ว่า เป็นไปในลักษณะเดียวกับเด็กเล็กๆ ที่ปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นๆ จะมองไม่เห็นตนนั่นเอง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการเล่นซ่อนแอบแบบผู้ใหญ่?  
นักวิจัย Chen Bo Zhong แห่งมหาวิทยาลัย Toronto และเพื่อนร่วมงานทำการทดสอบความซื่อสัตย์ของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม
โดยให้กลุ่มแรก อยู่ในห้องที่มีแสงไฟระดับปกติ และอีกห้องหนึ่งเปิดไฟสลัวๆ พบว่า? กลุ่มที่อยู่ในห้องมืดกว่า มีโอกาสโกหกมากกว่าอีกห้องหนึ่ง ในขณะเดียวกัน จากการทดลองให้เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง เล่นเกมจับผิดทางการเงิน โดยให้มีเด็กบางคนสวมแว่นดำและบางคนสวมแว่นตาธรรมดา พบว่า เด็กที่สวมแว่นตาดำจะมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัวมากกว่าปกติ และยังมีพฤติกรรมซ่อนเร้น มากกว่าเด็กที่สวมแว่นตาธรรมดาอีกด้วย
ดังจะเห็นได้จากคำตอบในแบบสอบถามที่เด็กสวมแว่นตาดำมักจะเชื่อว่า ไม่มีใครสังเกตุเห็นว่าตนกำลังทำอะไรระหว่างการวิจัยหรือการเล่นเกมดังกล่าว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-kids/psychological-science/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานประชุมสมัชชาผู้บริโภค ?เงินของเรา สิทธิของใคร?</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/allgoodthing/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/allgoodthing/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Mar 2010 02:59:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>wearehappy</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องดีดีเต็มแผ่นดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ความคิด]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้บริโภค]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1399</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_23.gif" width="24" height="24" alt="" title="เรื่องดีดีเต็มแผ่นดิน" /><br/>ขอเชิญผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงานประชุมสมัชชาผู้บริโภค ?เงินของเรา สิทธิของใคร? (Your Money Your Rights) 10 บาท?.เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ในวันจันทร์ที่ 15 ? อังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2553 ณ ห้อง มิราเคิลแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพฯ 
กำหนดการ วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2553
08.30 ? 09.00 น.????????? ลงทะเบียน
09.00 ? 09.15 น. ???????? ต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม และชี้แจงวัตถุประสงค์การประชุม? 
??????????????????????????????????????????? โดย รศ. ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
09.15 ? 10.00 น.???????? ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ?สิทธิผู้บริโภค [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/allgoodthing/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ในยุคคอมพิวเตอร์นี้ มนุษย์เราใช้กระดาษกันน้อยลงจริงหรือไม่?</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/paperless/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/paperless/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 02:00:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy society]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1360</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_03.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy society" /><br/>เมื่อโลกย่างเข้าสู่ยุคคอมพิวเตอร์ ตอนช่วงพุทธทศวรรษที่เริ่มนับจากปีพุทธศักราช 2533 คนจำนวนมากคิดว่าเราจะใช้กระดาษน้อยลง เพราะเอกสารก็ดี และการติดต่อสื่อสารกันก็ดี ล้วนแต่ทำผ่านทางอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์
แต่การณ์มิได้กลับเป็นเช่นนั้น ผู้สื่อข่าว วอยซ ออฟ อเมริกา จูลี แกร็นท์ ( Julie Grant ) มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ทำไมนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงมีความวิตกกังวลเสียเหลือเกิน ในเรื่องกระดาษที่ชาวโลกกำลังใช้กัน ตามสำนักงานและที่บ้าน

คุณอัลเลน เฮิร์ชโกวิตซ์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ทำงานให้กับองค์กรที่มีชื่อว่า สภาป้องกันทรัพยากรธรรมชาติ มาตั้งแต่สมัยที่คนเริ่มส่งอีเมล์กันนั้น ทราบดีว่ายุคคอมพิวเตอร์จะไม่นำไปสู่สังคมที่ไม่ใช้กระดาษ
คุณอัลเลน เฮิร์ชโกวิตซ์กล่าวไว้ตอนนี้ว่า &#8220;ตั้งแต่ตอนแรกๆ เลยทีเดียว แม้แต่ที่ที่ทำงานของผมเสียด้วยซ้ำไป เราเริ่มเห็นคนพิมพ์เอกสาร ออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าเป็นแต่ก่อน ก็ใช้เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์เอาใหม่ หรือมีการพิมพ์อีเมล์ซึ่งไม่ควรจะพิมพ์ออกมา&#8221;
คุณอัลเลน เฮิร์ชโกวิตซ์กล่าวว่า เมื่อคิดโดยเฉลี่ยแล้วชาวอเมริกัน ใช้กระดาษเปลืองกว่าประชาชน ในประเทศอื่นๆ ถึงเจ็ดเท่าตัว และการพิมพ์เอกสาร ออกมาจากคอมพิวเตอร์เป็นแค่จุดเริ่มต้น ?คุณอัลเลน เฮิร์ชโกวิตซ์มองเห็นมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ความต้องการใช้กระดาษห่อของ กระดาษสำหรับมวนบุหรี่ กระดาษบางเและกระดาษชำระนั้น ก่อให้เกิดความวิบัติมากมายขนาดไหน
คุณอัลเลน เฮิร์ชโกวิตซ์กล่าวไว้ตอนนี้ว่า &#8220;มีการตัดโค่นต้นไม้ตามป่าโบราณ ที่มีมาเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปีก่อนคริสต์กาล ก่อนยุคโมเสส และก่อนยุคพระศาสดามะหะหมัดนั้น [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/paperless/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพราะเหตุใดประชาชนบางประเทศ จึงมีสุขภาพดีกว่าประชาชนประเทศอื่นๆ</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/healthiest-you/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/healthiest-you/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Feb 2010 10:21:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy health]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1357</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_14.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy health" /><br/>อาหาร วิธีการปรุงอาหาร และลีลาชีวิตที่แตกต่างกันออกไป สามารถเป็นเครื่องมือที่ช่วยอธิบายได้ว่า เพราะเหตุใดประชาชนบางประเทศ ผู้มีวัฒนธรรมแบบหนึ่งจึงมีร่างกายที่ผอมกว่า มีสุขภาพที่ดีกว่าและมีอายุยืนกว่าประชาชนในที่อื่นๆ 
นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพกล่าวว่า การเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศ ที่ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงเหลือเกินนั้น เป็นเรื่องที่ทรงความสำคัญถ้าเราต้องการลดน้ำหนัก ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ และมีชีวิตที่แข็งแรงมากขึ้น
หลังจากท่องโลกมาหลายปี ผู้เชี่ยวชาญด้านความสมบูรณ์ของร่างกาย จากการออกกำลัง และการรับประทานอาหารครบถ้วน ฮาร์ลีย์ พาสเตอร์แน่กเขียนหนังสือเล่มใหม่ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า The 5-Factor World Diet ซึ่งเขาจัดอันดับประเทศ ที่ประชาชนมีสุขภาพดีเยี่ยมรวม10 ประเทศไว้
คุณฮาลีย์ พาสเตอร์แน่กกล่าวไว้ตอนนี้ว่า &#8220;ตามทัศนะของผม ชาวญี่ปุ่น เป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงที่สุดในโลก พวกเขาอายุยืนที่สุดในโลก และผู้ที่เป็นโรคอ้วน โรคหัวใจและโรคเบาหวานมีน้อยรายมาก &#8220;เขากล่าวต่อไปว่า คนญี่ปุ่นมองอาหารทุกมื้อ เหมือนกับเป็นศิลปะแบบหนึ่งคือ อาหารจัดไว้สวยและมีรสอร่อย อีกทั้งคนญี่ปุ่นรับประทานปลา ถั่วเหลืองเป็นเม็ดๆ สาหร่ายทะเลและดื่มชาเขียวกันมากที่สุดในโลก?
เขากล่าวว่า พอรับประทานอาหารจนรู้สึกตัวว่าชักจะอิ่ม คนญี่ปุ่นจะหยุดรับประทาน และคอยดูท่าทีอีกสิบนาทีก่อนจะตัดสินใจว่า จะรับประทานอาหารต่อไปหรือไม่? และเกือบจะตลอดเวลาก็ว่าได้ พวกเขาจะรู้สึกอิ่มหมีพีมัน จนไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารต่อไปอีก
สิงค์โปร์ เกาหลี และจีนเป็นอีกสามประเทศทางเอเชีย ที่ติดอันดับ 10 ประเทศยอดเยี่ยมที่สุดของโลก ส่วนที่เหลือก็มีอิสราเอล สวีเดน ฝรั่งเศส [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-health/healthiest-you/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การศึกษาเรื่องความเหงา ซึ่งสามารถแพร่เชื้อจากคนหนึ่ง ไปสู่อีกคนหนึ่งได้</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/study-2/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/study-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Feb 2010 05:21:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy society]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[วิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[อยู่ร่วมกัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1346</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_03.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy society" /><br/>การศึกษาครั้งใหม่ระบุว่า ความเหงา หรือความอ้างว้าง สามารถแพร่เชื้อจากคนๆ หนึ่ง ไปสู่อีกคนหนึ่งได้ เช่นเดียวกับโรคภัยไข้เจ็บ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น 
คณะนักวิจัยใช้ข้อมูลจากการศึกษา เรื่องโรคหัวใจของโครงการ Framingham Heart Study ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2491 การศึกษาของโครงการ Framingham นี้ ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ตลอดจนข้อมูลทางด้านพฤติกรรมส่วนบุคคล และข้อมูลทางด้านโภชนาการจากกลุ่มตัวอย่าง ราวห้าพันคน ข้อมูลต่างๆ ที่ได้มาจากโครงการ Framingham ได้แสดงให้เห็นมาก่อนแล้วว่า ความสุขนั้น สามารถถ่ายทอดจากคนๆ หนึ่ง ไปสู่อีกคนหนึ่งได้ เช่นเดียวกันกับพฤติกรรมอื่นๆ อย่างเช่น การเป็นโรคอ้วน และความสามารถในการเลิกสูบบุหรี่


ศาสตราจารย์ John Cacioppo นักจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก้ เป็นผู้นำในการศึกษาที่มีขึ้นในครั้งหลังนี้ ศาสตราจารย์ John และนักวิจัยท่านอื่นๆ พยายามศึกษาเพื่อให้ทราบว่า คนเราเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว อ้างว้าง กันบ่อยแค่ไหน นักวิจัยพบว่าความรู้สึกหงอยเหงานี้ สามารถถ่ายทอดไปสู่กลุ่มคนในสังคมได้ และพบว่าการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับคนเหงา อาจทำให้มีโอกาสกลายเป็นคนขี้เหงาตามไปด้วย กล่าวคือ เพื่อนของคนขี้เหงา มีโอกาสเกิดความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างขึ้น 52% [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/study-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้คนที่ไหนที่มีความสุขมากที่สุดในโลก?</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/world-of-happiness/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/world-of-happiness/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 Jan 2010 05:15:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>we are happy</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy society]]></category>
		<category><![CDATA[การอยู่ร่วมกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[สิ่งแวดล้อม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพจิต]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองน่าอยู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1320</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/001_03.gif" width="24" height="24" alt="" title="Happy society" /><br/>คนที่มีความสุข หรือถูกจัดว่ามีความสุขที่สุดในโลก ตามดัชนีการวัดต่างๆ นั้น เป็นผู้ที่มีพูดภาษาสเปนเป็นหลัก ที่อยู่ในย่านอเมริกากลาง มีสินค้าออกที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ กล้วยหอม และสาวสวยของประเทศนี้ มักเข้ารอบการประกวด Miss Universe อยู่บ่อยๆ 
ประเทศที่ว่าก็คือ คอสตาริก้านั่นเอง และถึงแม้ว่าจะมีวิธี หรือมาตรวัดความสุขอยู่หลายอย่างด้วยกัน แต่คอสตาริก้าก็มักจะติดที่ 1 ทุกครั้งไป ไม่ว่าจะวัดด้วยวิธีใดก็ตาม

ยกตัวอย่างเช่น จากฐานข้อมูล Data base ที่ชื่อ World Of Happiness ซึ่งนักสังคมวิทยาชาวเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดทำ โดยอาศัยการสำรวจของ Gallop และหน่วยงานวิจัยอื่นๆ นั้น คอสตาริก้ามาเป็นอันดับ 1 ในบรรดา 148 ประเทศที่มีการสำรวจ ในขณะที่คนอเมริกันนั้นติดอันดับ 20 ของการสำรวจนี้
แต่ในอีกแง่หนึ่ง นักวิชาการได้วัดค่าความสุข จากการคำนวณปีที่ชีวิตเป็นสุข ด้วยการรวมค่าความสุขโดยเฉลีย เท่ากับช่วงความยืนยาวของชีวิต และจากมาตรวัดนี้ คอสตาริก้าก็มาเป็นอันดับ 1 เช่นเคย ในขณะที่สหรัฐติดอันดับ 19 และซิมบับเวย์มาที่โหล่

ส่วนมาตรวัดความสุขที่เรียกว่า Happy Planet Index [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-society/world-of-happiness/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>we are happy กับกิจกรรมวันเด็กมูลนิธิคุณพุ่ม</title>
		<link>http://www.wearehappy.in.th/happy-activities/kid53prapam8/</link>
		<comments>http://www.wearehappy.in.th/happy-activities/kid53prapam8/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 Jan 2010 08:36:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weareprair</dc:creator>
				<category><![CDATA[Happy activities]]></category>
		<category><![CDATA[การอ่าน]]></category>
		<category><![CDATA[กิจกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.wearehappy.in.th/?p=1286</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.wearehappy.in.th/wp-content/icon/myicon05.gif" width="19" height="19" alt="" title="Happy activities" /><br/>เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม 2553 กลุ่ม we are happy ได้รับเชิญไปร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ โดยมูลนิธิคุณพุ่ม ที่บริเวณใต้สะพานพระราม 8 เด็กๆที่เข้าร่วมงานมาจากชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เช่น ชุมชนกองขยะหนองแขม ชุมชนซอยสามัคคี ชุมชนสายไหม ชุมชนเพิ่มสิน

นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานเปิดงาน

ได้เวลาเปิดงานแล้ว

วันนี้พี่ๆwe are happy มีบิงโกรักการอ่านกับจับคู่สุภาษิตมาให้เล่น

เด็กๆสนุกกับบิงโกไม่ยอมเลิก

จับคู่สุภาษิตในเวลาที่กำหนด

ส่วนบิงโกก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง

ไปดูซุ้มอื่นกันบ้าง

สวนสัตว์พาต้าพาสัตว์มาแสดงพร้อมแจกบัตรเข้าชม

เด็กๆซื้ออาหารให้สัตว์กิน

มีของเล่นเป่าลมมาตั้ง

ชุมชนต่างๆนำอาหารและขนมมาแจกเด็กๆ
กิจกรรมฐานต่างๆ

ได้ของรางวัลแล้วอย่าลืมรักการอ่านหนังสือด้วยนะ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.wearehappy.in.th/happy-activities/kid53prapam8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
