Posts Tagged ‘สุขภาพจิต’
ส.ค.
ได้อะไรจากการรักษาศีล 5
วิธีสร้างบุญบารมีในพระพุทธศาสนามี 3 ขั้นตอน? คือการให้ทาน? การถือศีลและการเจริญภาวนาในที่นี้นำอานิสงส์ของการรักษาศีล 5 ที่เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร? สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก? องค์ที่ 19 วัดบวรนิเวศวิหารมาฝากดังนี้?
1. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 1 ด้วยการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้เมื่อน้อมนำมาเกิดเป็นมนุษย์ก็จะทำให้มีพลานามัยแข็งแรง? ปราศจากโรคภัย? ไม่ขี้โรค? อายุยืนยาว? ไม่มีศัตรูหรืออุบัติเหตุต่างๆมาเบียดเบียนให้ต้องบาดเจ็บหรือสิ้นอายุเสียก่อนวัยอันสมควร
2. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 2 ด้วยการไม่ถือเอาทรัพย์ของผู้อื่นที่เจ้าของมิได้เต็มใจให้ ด้วยเศษของบุญที่นำมาเกิดเป็นมนุษย์ย่อมทำให้ได้เกิดในตระกูลที่ร่ำรวย? การทำมาหากินเลี้ยงชีพในภายหน้ามักจะประสบช่องทางที่ดี? ทำมาค้าขึ้นและมั่งมีทรัพย์? ทรัพย์สมบัติไม่วิบัติหายนะไปด้วยภัยต่างๆ? เช่น? อัคคีภัย? วาตภัย? โจรภัยฯลฯ
3. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 3 ด้วยการล่วงประเวณีในคู่ครองหรือคนในปกครองของผู้อื่น? ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็จะประสบโชคดีในความรัก? มักได้พบรักแท้ที่จริงจังและจริงใจ? ไม่ต้องอกหัก? อกโรย และอกเดาะ? ครั้นเมื่อมีบุตรธิดาก็ว่านอนสอนง่าย? ไม่ดื้อด้าน? ไม่ถูกผู้อื่นหลอกลวงฉุดคร่าอนาจารไปทำให้เสียหาย? บุตรธิดาย่อมเป็นอภิชาตบุตรซึ่งจะนำเกียรติยศมาสู่วงศ์ตระกูล
4. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 4 ด้วยการไม่กล่าวมุสา ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์จะทำให้เป็นผู้ที่มีสุ้มเสียงไพเราะพูดจามีน้ำมีนวลชวนฟัง? มีเหตุมีผล? ชนิดที่เป็น “พุทธวาจา”มีโวหารปฏิภาณไหวพริบในการเจรจาจะเจรจาความสิ่งใดก็มีผู้เชื่อฟังและเชื่อถือสามารถว่ากล่าวสั่งสอนบุตรธิดาและศิษย์ให้อยู่ในโอวาทได้ดี
5. ผู้ที่รักษาศีลข้อ 5 ด้วยการไม่ดื่มสุราเมรัย? เครื่องหมักดองของมึนเมา ด้วยเศษของบุญที่รักษาศีลข้อนี้? เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ย่อมทำให้เป็นผู้ที่มีสมอง?? ประสาท? ปัญญาความคิดแจ่มใส?? จะศึกษาเล่าเรียนสิ่งใดก็แตกฉานและทรงจำได้ง่าย? ไม่หลงลืมฟั่นเฟือนเลอะเลือน? ไม่เสียสติวิกลจริต?? ไม่เป็นโรคสมอง?? โรคประสาท? ไม่ปัญญาทราม? ปัญญาอ่อนหรือปัญญานิ่ม
?*****************************
ที่มา : วิธีสร้างบุญบารมี พระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร? สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก? องค์ที่? 19 วัดบวรนิเวศวิหารพิมพ์เผยแพร่โดย กองทุนธรรมวิหาร? จังหวัดเชียงใหม่?
?เรียบเรียง : สรวงธร นาวาผล
Tags: ความสุข, คุณธรรม, ธรรมะ, สุขภาพจิตส.ค.
10 วิธีทำบุญตามแนวทางพุทธศาสนา
??????
“บุญ” แปลว่าเครื่องชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์? ทำอะไรก็ตาม? ถ้าช่วยลดละความโลภ? ความเห็นแก่ตัวและอารมณ์เศร้าหมอง? ทำจิตใจเอิบอิ่มก็ถือว่าเป็นบุญและจะเป็นบุญยิ่งขึ้นหากเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย
????? บุญในพุทธศาสนาทำได้มากมายหลายวิธี? สรุปได้เป็น 10 วิธีคือ
1.บริจาคเงินทองและสิ่งของเรียกว่าทานมัย
2.ลดละความประพฤติที่ไม่ดีและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่? เรียกว่าศีลมัย
3.ฝึกจิตรักษาใจให้สงบเกิดปัญญาเรียกว่าภาวนามัย
4.สละแรงกายช่วยเหลือผู้อื่นส่วนรวม เรียกว่าไวยาวัจจมัย
5.มีความอ่อนน้อมถ่อมตัว เรียกว่า อปจายนมัย
6.มีความยินดีในการทำความดีของผู้อื่นเรียกว่า ปัตตานุโมทนามัย
7.เผื่อแผ่ความดีให้ผู้อื่นได้มีส่วนร่วมหรือได้รับส่วนบุญ? เรียกว่าปัตติทานมัย
8.ฟังธรรมะและศึกษาข้อคิดที่ดีงามเรียกว่า? ธรรมสวนมัย
9.ให้ธรรมะและข้อคิดที่ดีงามแก่ผู้อื่น เรียกว่า ธรรมเทฯมัย
10.นึกคิดในทางที่ถูกต้องดีงามเรียกว่า ทิฎฐุชุกรรม
?****************************
ที่มา: 30 วิธีทำบุญเพื่อสุขภาพใจและสุขภาพสังคม โดย? พระไพศาล? วิสาโล เครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศานาและสังคมไทย
?เรียบเรียง : สรวงธร นาวาผล
ก.ค.
การไหว้พระ สวดมนต์ ดีอย่างไร
????? การไหว้พระสวดมนต์? เป็นที่ทราบกันอยู่แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ดี? ที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติให้ได้เป็นปกติ?? มีความเชื่อว่าการสวดมนต์หรือสาธยายพระคาถานั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้จิตเกิดบุญโดยจิตอันมีความสุขอันเกิดจากการสงบและอาศัยอำนาจของจิตที่เป็นบุญนี่แหละที่อาจบันดาลทำให้เกิดอานุภาพที่จะคุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาดปราศจากภัยอันตรายได้?? บางท่านกล่าวว่าเราสวดมนต์ไหว้พระเพื่อขัดเกลาจิตใจ? ตั้งใจมั่นที่จะน้อมรับเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิตที่เราเชื่อมั่นว่าจะพาชีวิตเราไปสู่ความสุข? ความเจริญ มีสาระทั้งยามมีชีวิตและยามที่จากโลกนี้ไป?
????? ในหนังสือบทสวดมนต์ถวายพรพระและพระคาถาต่างๆ? โดยพระธรรมสิงหบุราจารย์(หลวงพ่อ? จรัญ? ฐิตธมฺโม) กล่าวถึงอานิสงส์ของการไหว้พระสวดมนต์ไว้ดังนี้?
๑. การสวดมนต์ทุกวันเป็นมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
๒. เป็นการบำเพ็ญภาวนาอย่างหนึ่ง(ภาวนามัย)
๓. ทำให้จิตบังเกิดกุศลได้ง่าย
๔. ทำให้ใจสงบสุขุม
๕. เหมาะสำหรับการเตรียมตัวก่อนปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
๖. เป็นบุญที่ได้กล่าวคำศักดิ์สิทธิ์ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้
๗. สวดมนต์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
๘. เพื่อป้องกันภัยวิบัติ
๙. เพื่อความสำเร็จในสมบัติทั้งปวง
๑๐. เพื่อให้ทุกข์ต่างๆหมดไป
๑๑. เป็นการขจัดภัยต่างๆ
๑๒. เพื่อบรรเทาความเจ็บป่วยต่างๆ
***************************************************
? สรวงธร นาวาผล เรียบเรียง
มิ.ย.
ความหมายของความสุข
?????????
ความสุข? เป็นคำธรรมดาสามัญที่สุดเท่าที่เราจะนึกได้เมื่ออยากจะอวยพรหรือมอบสิ่งๆดีๆให้แก่กัน??จากรายงานการศึกษาเรื่องความสุขทำให้ได้ทราบความหมายที่ลึกซึ้งและวิธีการอันจะนำมาซึ่งความสุขตามที่หลายๆคนปรารถนา? ลองมาร่วมกันค้นหาความหมายของความสุขกันค่ะ
??????? มีการศึกษาเกี่ยวกับความสุขสืบต่อกันมาหลายศตวรรษและมีคำมากมายที่ให้เรียกความสุข? ได้แก่? ความเป็นอยู่อันดี? คุณภาพชีวิต?? ความพึงพอใจในชีวิต?? แต่ความสุขเป็นคำที่ใช้แพร่หลายที่สุด
????? ความสุขหมายถึงอะไรอาจมีคำตอบสองอย่างสำหรับคำถามนี้คือ
? ก. ภาวะทางอารมณ์ทางบวกความร่าเริงสนุกสนาน
?ข.ความพึงพอใจในชีวิตทั้งมวลหรือบางส่วนของชีวิต
??? ความสุขไม่ได้มีความหมายตรงข้ามกับความทุกข์? ความซึมเศร้า? หรือสุขภาพไม่ดีแม้ว่ามันจะมีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะเหล่านี้ก็ตาม
??????????????? ความสุขประกอบด้วยอะไรบ้าง? แอนดรูว์และวิทธี(Andrews? and Whithey,1978) เสนอว่า ความสุขมีองค์ประกอบดังนี้
1. อารมณ์ทางบวก
2. ความพึงพอใจในชีวิต
3. ปราศจากอารมณ์ทางลบหรือความเศร้าโศก
??????????? ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน? อาจมีองค์ประกอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสุขอีกได้แก่? การบรรลุความปรารถนาแห่งตน? เช่น บรรลุยังเป้าหมายในชีวิต? การมีความเจริญงอกงาม?? มิติของความสุขภายในจิตใจที่มีความใกล้เคียงกันคือ? การได้ใช้เวลาว่าง?? การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอันเป็นที่รัก? เช่น? สามี? ลูก? เป็นต้น? หรือการดื่มด่ำไปกับความงามของธรรมชาติ(Argyle? and Crossland,1991:Lu and Argyle,1994) คำอธิบายความสุขอย่างกว้างๆ คือ
ประสบการณ์ภายในจิตใจของบุคคลด้านบวก
??????? ปรัชญาเมธีของจีนเสนอว่า ?ความสุขหมายถึงการมีชีวิตที่ดี (Xin Hua dictionary, 1987) วู? (Wu , 1992) ชี้ว่าความสุข? คือการมีอายุยืนยาว?? ความรุ่งเรือง? สุขภาพ? ความไม่มีโรค? ความสงบ? การรู้สึกผ่อนคลายจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย? สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับชีวิต ?คำสอนขงจื้อนับว่ามีอิทธิพลที่สุดต่อวัฒนธรรมความเชื่อของคนจีนโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวลูกหลาน? ชีวิตของแต่ละคนเป็นการเชื่อมต่อกับบรรพบุรุษ?? การสืบต่อวงศ์ตระกูล?? ครอบครัวจึงเป็นศูนย์กลางของชีวิตของบุคคล? เพื่อให้บรรลุเป้าหมายบุคคลจึงต้องทำงานหนักเพื่อรักษาและขยายครอบครัว?? ระบบค่านิยมของขงจื้อแบ่งความสุขเป็น? 4 ด้านได้แก่
1.องค์ประกอบของครอบครัว?? ความรับผิดชอบต่อครอบครัว? การเชื่อฟังผู้ใหญ่
2 .องค์ประกอบของกลุ่ม? ยอมรับโครงสร้างของลำดับชั้นทางสังคม?? ไว้วางใจผู้มีอำนาจ? ทำให้เกิดความเป็นปึกแผ่น? ความกลมกลืนและเป็นไปตามบรรทัดฐานของกลุ่ม
3. องค์ประกอบการทำงานได้แก่การศึกษา? การเรียนรู้? ทักษะ? การทำงานหนัก? การอดออม??
4. องค์ประกอบในการประพฤติปฏิบัติ?? ความสงบสุข?? ความถ่อมตนและความมีวินัย? ความสุขตามปรัชญาของขงจื้อ? เน้นที่ความเป็นอยู่อันดีของครอบครัว? สังคมมากกว่าความสุขส่วนบุคคล?
??????? วัฒนธรรมจีนจึงเน้นการแบ่งปันความสำเร็จให้แก่กลุ่ม? การทำประโยชน์ ให้แก่สังคมถือเป็นความสุขสูงสุด? ความพยายามหาความสุขใส่ตนถือเป็นสิ่งไม่มีคุณค่า? น่าละอาย
??????? ลูและชิ(Lu and Shi,1997)ได้ทำแบบแผนแหล่งของความสุขโดยทำกับประชากรไต้หวัน? ได้แห่งความสุข 9 ด้านดังนี้
1.การได้รับการยอมรับนับถือ? เช่น? คำชมเชย?? การให้เกียรติ
2.การมีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดี เช่น ครอบครัวอบอุ่น ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต
3.ความพึงพอใจจากการได้รับการตอบสนองความต้องการทางวัตถุ ?หาเงินได้มาก? มีเงินเพียงพอในการจับจ่ายใช้สอย
4.ความสำเร็จในการทำงาน เช่น มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน? ทำงานบรรลุเป้าหมาย
5.มีความสบายใจ? ?รู้สึกผ่อนคลาย? เช่น? เข้าใจความหมายของชีวิตหรือเชื่อในโชคชะตามันเป็นเช่นนั้นเอง
6.มีความสุขจากการที่คนอื่นยอมเสียสละ? เช่น ได้หยุดพักผ่อนในขณะที่คนอื่นทำงานหนัก
7.รู้สึกถึงการควบคุมตนเองและมีความประจักษ์ในตน เช่น บรรลุเป้าหมายในชีวิตหรือพยายามให้ดีที่สุดและได้รับคำวิจารณ์ที่ตนปรารถนา
8.อารมณ์ทางบวก? เบิกบานใจ? ผ่อนคลาย? ไม่มีอะไรทำให้โกรธ
9.สุขภาพ เช่น ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
???????? จากผลการศึกษาของลูและชิ พบว่าความสุขเกิดจากการได้รับการยอมรับนับถือโดยบุคคลอื่นให้การยอมรับการกระทำหรือความสำเร็จ?? นอกจากนี้ความสุขยังเกิดจากการมีความสัมพันธ์ที่ดีบุคคลอื่น?? ความเป็นปึกแผ่น? ความซื่อสัตย์จากพวกพ้องและบุคคลในครอบครัว?? การได้รับความสำเร็จในอาชีพ?? การงาน? ทำให้มีหลักฐาน? มั่นคง เป็นการช่วยเหลือครอบครัว? การควบคุมตนเอง?? การพัฒนาตนเอง? ความประจักษ์ในตนเอง? คือการเป็นคนดีมีศีลธรรม? มีคุณธรรม? เป็นความยินยอมยอมรับความเป็นไปในชีวิต 
???????? ในทศวรรษที่ผ่านมาความสุขเป็นรูปแบบใหม่ที่เข้ามาแทนที่? รูปแบบการรักษาทางร่างกายและจิตใจในหนังสือสุขภาพคนปี 2000 (USDHHS,1990)ได้วางเป้าหมายการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเป็นเป้าหมายหลักทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเป็นการปรับบริการทางด้านสุขภาพเนื่องจากสองในสามของประชากรอเมริกันที่ตายก่อนถึงวัยอันควร? มีสาเหตุมาจากแบบในการดำเนินชีวิต???75 % ของเงินที่ใช้ในการบริการทางด้านสุขภาพใช้รักษาผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง?? นอกจากนี้ค่ารักษาพยาบาลยังเพิ่มขึ้น 5% ถึง 12 %เพิ่มสูงกว่ารายได้ของประชาติในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา(? 1960-1990)จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการเน้นที่โรคและความเจ็บป่วยมาเป็นสุขภาพและความเป็นอยู่อันดี(Randall,1996)
????????? มายเออร์? สวีนี่และวิทเมอร์(Myer,Sweeney,and Whitmer,2000)ได้เสนอ กงล้อแห่งความผาสุก หรือ ความสุขสบาย(wheel? and wellness)เ พื่อเป็นรูปแบบในการรักษาแบบองค์รวมโดยรวมเอาหลักการ?? ผลจากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์?? สังคมและจิตวิทยา? มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเป็นอยู่อันดีของบุคคลตลอดทุกช่วงชีวิต?? เป็นการเน้นการป้องกัน? การพัฒนาแบบองค์รวม? อันเป็นทิศทางใหม่ในการดูแลสุขภาพ? ตัวอย่าง เช่น? ไม่เน้นการใช้ยาและการผ่าตัดในการรักษาโรคหัวใจ?? การบำบัดยังรวมถึงการจัดการความเครียด? การปรับปรุงการสื่อสาร? การปรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล? การปรับแบบการดำเนินชีวิต? เช่น?? ออกกำลังกาย โภชนาการ?? การฝึกสมาธิ
กงล้อแห่งความผาสุกหรือความสุขสบายของบุคคลประกอบด้วยงานชีวิต? 5? ด้าน?? ดังนี้?
???? 1. จิตวิญญาณ? เป็นการตระหนักรู้? เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งถึงความเป็นหนึ่งเดียวหรือรู้สึกเชื่อมโยงกับจักรวาล? เป็นความเชื่อ? ค่านิยม? ศาสนา เป็นลักษณะที่เป็นแกนของบุคคลที่มีสุขภาพดี? เป็นแหล่งของมิติต่างๆ ของความสุขสบายอื่นๆ เช่น? การทำกิจกรรมทางศาสนาหรือการฝึกทางจิตวิญญาณอื่นๆ
????? 2. การให้ทิศทางแก่ตนเองเพื่อไปสู่เป้าหมายระยะยาว? ประกอบด้วย
??????????????? 2.1 ความรู้สึกในคุณค่าแห่งตน ??ความนับถือตนเอง? เห็นอัตมโนทัศน์?? ปัจจัยสำคัญของการมีอัตมโนทัศน์ทางบวก คือ ความเป็นอิสระแก่ตน? การสนับสนุนทางสังคม? การควบคุมตนเองจากภายใน? หรือความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตน ??ความนับถือตนเองสูง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและเสริมสร้างความเป็นอยู่อันดี
??????????????? 2.2 การควบคุมตนเอง ??การควบคุมจากภายในตน(internal? locus? of control)ความวิตกกังวลต่ำ? มีพฤติกรรมที่ดูแลสุขภาพ? เช่น? สามารถควบคุมน้ำหนัก? ออกกำลังกาย
??????????????? 2.3 ความเชื่อสอดคล้องกับความเป็นจริง? มนุษย์เราไม่ได้ถูกรบกวนจากสิ่งอื่นแต่เกิดจากความคิดของเรา? คนที่มีสุขภาพดีจะสามารถประมวลผลข้อมูลอย่างถูกต้องและมีการรับรู้ตามความเป็นจริง?? สามารถยอมรับตนเองว่าไม่สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง
??????????????? 2.4 ตระหนักในอารมณ์ของตนเองและจัดการกับสิ่งนี้ได้ ??มีการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมรวมทั้งมีอารมณ์ทางบวก
??????????????? 2.5 การแก้แก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์? ?คนที่แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมักควบคุมตนเองได้?? ความคิดไร้เหตุผลน้อย?? วิพากษ์วิจารณ์ตนเองต่ำ?? ทนต่อความกดดัน?? การปรับตนเหมาะสม?? คนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมักมีความนับถือตนเองสูงและมีความพอใจในตนเอง
??????????????? 2.6 อารมณ์ขันโดยเฉพาะการได้หัวเราะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเพิ่มพูนระบบภูมคุ้มกันทนต่อความกดดัน?? การปรับตนเหมาะสม
??????????????? 2.7 โภชนาการ? มีความสัมพันธ์ของการกินและสุขภาพ? อารมณ์? การกระทำและความยืนยาวของชีวิต
??????????????? 2.8 การออกกำลัง เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ?? ความแข็งแรงและความเชื่อมั่น
??????????????? 2.9 การดูแลตนเอง มีนิสัยระมัดระวังในความปลอดภัย?? ปกป้องตนเองจากอันตราย? เพิ่มพู? คุณภาพชีวิต
??????????????? 2.10 การจัดการความเครียด?? บุคคลที่สามารถจัดการกับความเครียด?? มีระบบภูมิคุ้มกันความเครียด?? วิธีจัดการกับความเครียด? เช่น?? การฝึกการสื่อสารและพฤติกรรมกล้าแสดงออก? การแก้ปัญหา?? การสนับสนุนทางสังคม
??????????????? 2.11 เอกลักษณ์ทางเพศ รู้ถึงความเป็นหญิงหรือชายของตนตามการนิยามและโครงสร้างทางวัฒนธรรม? มีความเชื่อมั่นหรือความสบายใจในความเป็นชายหรือหญิงของตน
??????????????? 2.12 เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ?เป็นความคิดที่มีหลายมิติโดยรวมเอาเอกลักษณ์ทางชาติพันธุ์????? ความประทับใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมทำให้บุคคลมีความเข้มแข็งและมีความเจริญงอกงาม
3.งานและเวลาว่าง? เพศชายที่ได้รับการยอมรับในการทำงานเพิ่มพูนความเชื่อมั่นและการควบคุมตนเอง? ในเพศหญิงการมีรายได้มีผลต่อความเป็นอยู่อันดี?? ความรู้สึกว่ามีความสามารถในการทำงานมีผลด้านบวกต่อความพึงพอใจในชีวิต
??????????????? เวลาว่างหรือการเล่น “ได้แก่กิจกรรมทางกายภาพ? สังคม?? ปัญญา? ทำด้วยความสมัครใจ? สร้างสรรค์?? ช่วยเพิ่มพูความรู้สึกถึงความเป็นอยู่อันดี
??
? 4. มิตรภาพ รวมเอาความสัมพันธ์ทางสังคมทั้งหมดของบุคคลกับคนอื่นทั้งเป็นรายบุคคลหรือกับชุมชน? ความสนใจทางสังคมเป็นธรรมชาติภายในของมนุษย์ เป็นความห่วงใยและการให้คุณค่าแก่บุคคลอื่น?
?การได้รับการสนับสนุนทางสังคม? ตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางสังคมของบุคคลทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวสัมพันธ์กับความนับถือตนเอง
?? 5.ความรัก?? ความรู้สึกว่าเป็นที่รัก? เป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน? ผูกพันใกล้ชิด? เกื้อกูลกัน?? ความรักช่วยปกป้องบุคคลจากโรคทางกายและใจ เพิ่มอายุให้ยืนยาว
??????????????? กงล้อแห่งความผาสุกหรือความสุขสบายเป็นการรวบรวมลักษณะของคนสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตช่วยเป็นพื้นฐานในการพัฒนามนุษย์เพื่อให้มีความเป็นอยู่อันดีโดยมีพื้นฐานจากจุดแข็งและทรัพยากรในตัวบุคคลและอาจมีการปรับเปลี่ยนแบบการดำเนินชีวิตบางด้าน
??????????????? สรุปได้ว่ากระบวนทัศน์ของความสุขที่กล่าวมาทั้งหมดมีลักษณะหลายอย่างร่วมกันและมีความคล้ายคลึงกันโดยการเน้นอารมณ์ทางบวก?? ความสามารถในการควบคุมตนเองและการมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสม? เป็นต้น มีข้อแตกต่างระหว่างโลกตะวันตกโลกและตะวันออกเกี่ยวกับกระบวนทัศน์ทางความสุข? ตะวันออกจะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่าโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวและสังคม? ขณะที่กระบวนทัศน์ทางตะวันตกเน้นที่ตัวบุคคล
……………………………………………………………………………………………….
??????????????? ที่มา? :? * รศ. ดร.ศิริบูรณ์? สายโกสุม? อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา? คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงวารสารฉบับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 ของสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์????
…………………………………………………………………………
Bibligraphy
??????????????? Andrews,F.M.,Whithey,(1978)Social indicators of wellbeing.New York: Plenum.
??????????????? Argyle,M.,&Crossland .J.(1991)The dimentions of positive emotions. British journal of Social Psychology,26,127-137.
??????????????? Lu,Luo, &Shih, J.B.(1997)Source of happiness:A quality approach. The J ournal of Social Psychology,137(2),181-187.
??????????????? Randall, J.L (1996)Evolution of the new paradigm. Primary Care,23,183-198.
U.S Department of Health and? Service.(1990) Healthy people 2000:National health Washington D.C. : U.S Government Printing? Office.
??????????????? Wu,Y.(1992) Source of inner happiness. Taipei :Tong? Da? Books.
??????????????? Xin hua dictionary(1987Beijing : Bussiness publications.
………………………………………………………………………………………….
เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล
มิ.ย.
คิดบวกชีวิตบวก
?? วันนี้ได้รับฟอร์เวริ์ดเมล์ดีๆมา เลยอยากนำมาแบ่งปัน เป็นสาระและข้อคิดที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นจากมุมมองด้านบวก
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า ‘มารไม่มีบารมีไม่เกิด’? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม ‘ในวิกฤตย่อมมีโอกาส’ |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์ |
มิ.ย.
ความสุขในที่ทำงาน หาได้ง่ายๆ
?????? ที่ทำงาน อาจเปรียบได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สอง บางคนอาจหมายถึงสวรรค์ หรือวิมานแห่งความสุข ซึ่งหากใครรู้สึกแบบนี้ ก็อาจเดาได้ว่างาน คือ ความสุข คือ ชีวิตของคุณเลยทีเดียว และแน่นอนว่า ที่ทำงานของคุณต้องมีแต่เรื่องดีๆ ที่ทำให้คุณไม่เบื่องานเลยทีเดียว
????????? แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ ท่าน ที่ไม่ได้คิดเห็น หรือยอมรับความหมายของที่ทำงานในแบบที่กล่าวมาข้างต้น บางท่านอาจเปรียบเหมือนสถานกักกัน คุก หรือบางท่านอาจกล่าวออกมาลอยๆ เลยก็ได้ว่า? “นรกชัดๆ ” ถ้าหลายท่านคิดแบบนี้ ก็อาจจะพูดได้ว่า ท่านกำลังไม่มีความสุขกับงานที่ท่านทำอยู่ บางคนอาจต้องประสบกับภาวะกดดันบางอย่าง หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
????????? วันนี้นำคล็ดไม่ลับ ที่ค้นมาจากอินเตอร์เน็ตมาฝากกันค่ะ?
?หมั่นเติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กับชีวิต
???????? หากปัจจุบัน คุณรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลในเรื่องใดก็ตาม ทั้งงานที่อาจจะดูซ้ำซาก หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำให้งานของคุณดูน่าเบื่อ ลองนึกย้อนกลับไปถึงวันแรกๆ ที่คุณเข้ามาทำงาน จำให้ได้ว่าคุณมีไฟอยู่มากมายเพียงไร และเคยคิดที่จะทำอะไรให้แก่องค์กรของคุณบ้าง ถึงวันนี้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว เมื่อคิดย้อนกลับไปในเวลาเหล่านั้นได้ ลองกลับมาจัดโต๊ะทำงานเสียใหม่ ระลึกถึงสิ่งที่คุณตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ และหาเหตุผลว่างานนี้สำคัญกับคุณเพียงไร จดข้อความเหล่านี้ใส่กระดาษไว้ แล้วแปะมันไว้ในที่ๆ คุณจะสามารถมองเห็นได้อยู่เสมอ ทุกครั้งที่คุณรู้สึกเบื่อหน่าย ลองกลับมาอ่านข้อความเหล่านี้ จะทำให้คุณมีแรงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
?หมั่นเติมความสดชื่นให้กับร่างกายอยู่เสมอ
???????? หาแก้วน้ำใบที่คุณโปรดปราน มาวางไว้ใกล้ ๆ มือ พร้อมกับน้ำสะอาด เพื่อที่คุณจะได้รับน้ำสะอาดครบ 8 แก้วในแต่ละวัน หรือหาน้ำผลไม้ ขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มารับประทานแทนน้ำอัดลม กาแฟ หรือ จังค์ฟู้ดต่างๆ จะทำให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ ไม่ทำให้ร่างกายของคุณต้องเหนื่อยล้าเกินไปสำหรับการทำงานตลอดทั้งวัน
?อย่าละเลยที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
???????? รวมทั้งแม่บ้าน เด็กรับส่งเอกสาร หรือ รปภ. รวมทั้งจดจำชื่อของพวกเขาให้แม่นยำ เพราะบุคคลเหล่านี้ก็เป็นกลไกสำคัญที่จะสามารถช่วยให้งานของคุณประสบความสำเร็จได้ในวันหนึ่งเช่นเดียวกัน แถมยังเป็นแหล่งข่าวที่เยี่ยมยอดทีเดียว
?หาเวลาออกกำลังกายในเวลาทำงาน
????????? การหาโอกาสกอบโกยผลประโยชน์แบบนี้ใส่ตัวในที่ทำงานเป็นเรื่องที่ควรทำมาก ๆ เราสามารถยืดเส้นยืดสายได้ด้วยการนำเอกสารเดินไปส่งที่โต๊ะของเพื่อนร่วมงาน แทนการใช้บริการของเด็กส่งเอกสาร หรือแม่บ้าน แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของคุณ เพราะวิธีนี้นอกจากจะช่วยให้คุณกระฉับกระเฉงตลอดเวลาแล้ว ยังทำให้คุณได้สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้มากขึ้น และยังทำให้คุณได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นๆ มากขึ้นอีกด้วย
?อย่าปล่อยให้ตนเองจมอยู่กับความเคยชิน
????????? พยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้กับชีวิตการทำงานอยู่เสมอ เปลี่ยนที่รับประทานอาหารกลางวันเสมอ ๆ หากรู้สึกเบื่อกับร้านเดิมๆ หรือลองไปหาอะไรทานกับเพื่อนต่างแผนกดูบ้าง หรือบางทีอาจลองไปใช้ห้องน้ำที่ชั้นอื่น วิธีนี้ นอกจากจะช่วยให้คุณลดความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันแบบเดิม ๆ แล้ว ยังทำให้คุณรู้จักคนเพิ่มมากขึ้น และยังช่วยเปิดโลกทัศน์ของคุณให้กว้างขึ้นอีกด้วย อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าคนในแผนกอื่นๆ เค้าคิดอะไรกัน หรืออย่างมาก คนเหล่านั้นอาจเป็นที่พึ่งให้คุณได้ในยามที่คุณมีปัญหา
?????????ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ? เชื่อว่าอาจค้นพบความสุขจากการทำงานและอาจทำให้คุณรู้สึกสนุกกับงานจนเพลินก็เป็นได้ค่ะ
……………………………
Tags: ความสุข, สุขภาพจิตมิ.ย.
ความสุขที่สมบูรณ์
พระพุทธเจ้าตรัสประมวลหลักวิธีปฏิบัติในเรื่องความสุขและความทุกข์ไว้?? มีเป็นชุด 3 ข้อ ซึ่งยืดออกไปตามคำอธิบายเป็น 4 ข้อ??? ดังนี้
1.ไม่เอาทุกข์มาทับถมตนที่ไม่มีทุกข์
2.ไม่ละทิ้งสุขที่ชอบธรรม
3.แม้สุขที่ชอบธรรมนั้นก็ไม่ลุ่มหลงมัวเมา
4.เพียรปฏิบัติเพื่อเข้าถึงสุขที่ประณีตยิ่งขึ้นไป
นี่เป็นหลักสำคัญถ้าเราปฏิบัติได้ตามหลักการนี้เราก็ชื่อว่าปฏิบัติถูกต้องในเรื่องความสุขความทุกข์
” ถ้าโชคมาก็ใช้ทำความตี? เคราะห์มีก็เป็นเครื่องมือพัฒนา”
“แย่งความสุข? ก็เลยทุกข์ด้วยกัน?? แบ่งความสุขก็จะสุขทั่วกัน”
?”ทั้งโลกจะสุขศานติ์? เมื่อคนมีความสุขแบบประสาน”??
“แม้แต่สุขที่ชอบธรรมถ้าปฏิบัติผิด สุขก็กลายเป็นเสื่อม”
?”ถึงจะสุขถ้ายังไม่อิสระก็ไม่เป็นสุขที่สมบูรณ์”
“สิ่งทั้งหลายก็ทุกข์ต่อไปตามเรื่องของธรรมชาติ?? แต่ใจเราเป็นอิสระ? มีสุขที่สมบูรณ์”
****************************?ที่มา: ตัดทอนมาบางส่วนจากคอลัมน์บทความพิเศษ หนังสือพิมพ์ธรรมลีลาฉบับที่? 62? มกราคม2549?โดย : พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต) วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม
??
??เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล
