Posts Tagged ‘สุขภาพจิต’
มิ.ย.
คิดบวกชีวิตบวก
?? วันนี้ได้รับฟอร์เวริ์ดเมล์ดีๆมา เลยอยากนำมาแบ่งปัน เป็นสาระและข้อคิดที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นจากมุมมองด้านบวก
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า ‘มารไม่มีบารมีไม่เกิด’? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม ‘ในวิกฤตย่อมมีโอกาส’ |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต? |
|
ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์ |
มิ.ย.
ความสุขในที่ทำงาน หาได้ง่ายๆ
?????? ที่ทำงาน อาจเปรียบได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สอง บางคนอาจหมายถึงสวรรค์ หรือวิมานแห่งความสุข ซึ่งหากใครรู้สึกแบบนี้ ก็อาจเดาได้ว่างาน คือ ความสุข คือ ชีวิตของคุณเลยทีเดียว และแน่นอนว่า ที่ทำงานของคุณต้องมีแต่เรื่องดีๆ ที่ทำให้คุณไม่เบื่องานเลยทีเดียว
????????? แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ ท่าน ที่ไม่ได้คิดเห็น หรือยอมรับความหมายของที่ทำงานในแบบที่กล่าวมาข้างต้น บางท่านอาจเปรียบเหมือนสถานกักกัน คุก หรือบางท่านอาจกล่าวออกมาลอยๆ เลยก็ได้ว่า? “นรกชัดๆ ” ถ้าหลายท่านคิดแบบนี้ ก็อาจจะพูดได้ว่า ท่านกำลังไม่มีความสุขกับงานที่ท่านทำอยู่ บางคนอาจต้องประสบกับภาวะกดดันบางอย่าง หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เป็นต้น
????????? วันนี้นำคล็ดไม่ลับ ที่ค้นมาจากอินเตอร์เน็ตมาฝากกันค่ะ?
?หมั่นเติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้กับชีวิต
???????? หากปัจจุบัน คุณรู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลในเรื่องใดก็ตาม ทั้งงานที่อาจจะดูซ้ำซาก หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำให้งานของคุณดูน่าเบื่อ ลองนึกย้อนกลับไปถึงวันแรกๆ ที่คุณเข้ามาทำงาน จำให้ได้ว่าคุณมีไฟอยู่มากมายเพียงไร และเคยคิดที่จะทำอะไรให้แก่องค์กรของคุณบ้าง ถึงวันนี้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว เมื่อคิดย้อนกลับไปในเวลาเหล่านั้นได้ ลองกลับมาจัดโต๊ะทำงานเสียใหม่ ระลึกถึงสิ่งที่คุณตั้งใจที่จะทำให้สำเร็จ และหาเหตุผลว่างานนี้สำคัญกับคุณเพียงไร จดข้อความเหล่านี้ใส่กระดาษไว้ แล้วแปะมันไว้ในที่ๆ คุณจะสามารถมองเห็นได้อยู่เสมอ ทุกครั้งที่คุณรู้สึกเบื่อหน่าย ลองกลับมาอ่านข้อความเหล่านี้ จะทำให้คุณมีแรงลุกขึ้นสู้อีกครั้ง
?หมั่นเติมความสดชื่นให้กับร่างกายอยู่เสมอ
???????? หาแก้วน้ำใบที่คุณโปรดปราน มาวางไว้ใกล้ ๆ มือ พร้อมกับน้ำสะอาด เพื่อที่คุณจะได้รับน้ำสะอาดครบ 8 แก้วในแต่ละวัน หรือหาน้ำผลไม้ ขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มารับประทานแทนน้ำอัดลม กาแฟ หรือ จังค์ฟู้ดต่างๆ จะทำให้ร่างกายของคุณได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่เสมอ ไม่ทำให้ร่างกายของคุณต้องเหนื่อยล้าเกินไปสำหรับการทำงานตลอดทั้งวัน
?อย่าละเลยที่จะสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน
???????? รวมทั้งแม่บ้าน เด็กรับส่งเอกสาร หรือ รปภ. รวมทั้งจดจำชื่อของพวกเขาให้แม่นยำ เพราะบุคคลเหล่านี้ก็เป็นกลไกสำคัญที่จะสามารถช่วยให้งานของคุณประสบความสำเร็จได้ในวันหนึ่งเช่นเดียวกัน แถมยังเป็นแหล่งข่าวที่เยี่ยมยอดทีเดียว
?หาเวลาออกกำลังกายในเวลาทำงาน
????????? การหาโอกาสกอบโกยผลประโยชน์แบบนี้ใส่ตัวในที่ทำงานเป็นเรื่องที่ควรทำมาก ๆ เราสามารถยืดเส้นยืดสายได้ด้วยการนำเอกสารเดินไปส่งที่โต๊ะของเพื่อนร่วมงาน แทนการใช้บริการของเด็กส่งเอกสาร หรือแม่บ้าน แม้จะไม่ใช่หน้าที่ของคุณ เพราะวิธีนี้นอกจากจะช่วยให้คุณกระฉับกระเฉงตลอดเวลาแล้ว ยังทำให้คุณได้สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้มากขึ้น และยังทำให้คุณได้รู้จักกับเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นๆ มากขึ้นอีกด้วย
?อย่าปล่อยให้ตนเองจมอยู่กับความเคยชิน
????????? พยายามเปลี่ยนบรรยากาศให้กับชีวิตการทำงานอยู่เสมอ เปลี่ยนที่รับประทานอาหารกลางวันเสมอ ๆ หากรู้สึกเบื่อกับร้านเดิมๆ หรือลองไปหาอะไรทานกับเพื่อนต่างแผนกดูบ้าง หรือบางทีอาจลองไปใช้ห้องน้ำที่ชั้นอื่น วิธีนี้ นอกจากจะช่วยให้คุณลดความเบื่อหน่ายในชีวิตประจำวันแบบเดิม ๆ แล้ว ยังทำให้คุณรู้จักคนเพิ่มมากขึ้น และยังช่วยเปิดโลกทัศน์ของคุณให้กว้างขึ้นอีกด้วย อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าคนในแผนกอื่นๆ เค้าคิดอะไรกัน หรืออย่างมาก คนเหล่านั้นอาจเป็นที่พึ่งให้คุณได้ในยามที่คุณมีปัญหา
?????????ลองนำไปปฏิบัติดูนะคะ? เชื่อว่าอาจค้นพบความสุขจากการทำงานและอาจทำให้คุณรู้สึกสนุกกับงานจนเพลินก็เป็นได้ค่ะ
……………………………
Tags: ความสุข, สุขภาพจิตมิ.ย.
ความสุขที่สมบูรณ์
พระพุทธเจ้าตรัสประมวลหลักวิธีปฏิบัติในเรื่องความสุขและความทุกข์ไว้?? มีเป็นชุด 3 ข้อ ซึ่งยืดออกไปตามคำอธิบายเป็น 4 ข้อ??? ดังนี้
1.ไม่เอาทุกข์มาทับถมตนที่ไม่มีทุกข์
2.ไม่ละทิ้งสุขที่ชอบธรรม
3.แม้สุขที่ชอบธรรมนั้นก็ไม่ลุ่มหลงมัวเมา
4.เพียรปฏิบัติเพื่อเข้าถึงสุขที่ประณีตยิ่งขึ้นไป
นี่เป็นหลักสำคัญถ้าเราปฏิบัติได้ตามหลักการนี้เราก็ชื่อว่าปฏิบัติถูกต้องในเรื่องความสุขความทุกข์
” ถ้าโชคมาก็ใช้ทำความตี? เคราะห์มีก็เป็นเครื่องมือพัฒนา”
“แย่งความสุข? ก็เลยทุกข์ด้วยกัน?? แบ่งความสุขก็จะสุขทั่วกัน”
?”ทั้งโลกจะสุขศานติ์? เมื่อคนมีความสุขแบบประสาน”??
“แม้แต่สุขที่ชอบธรรมถ้าปฏิบัติผิด สุขก็กลายเป็นเสื่อม”
?”ถึงจะสุขถ้ายังไม่อิสระก็ไม่เป็นสุขที่สมบูรณ์”
“สิ่งทั้งหลายก็ทุกข์ต่อไปตามเรื่องของธรรมชาติ?? แต่ใจเราเป็นอิสระ? มีสุขที่สมบูรณ์”
****************************?ที่มา: ตัดทอนมาบางส่วนจากคอลัมน์บทความพิเศษ หนังสือพิมพ์ธรรมลีลาฉบับที่? 62? มกราคม2549?โดย : พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตโต) วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม
??
??เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล
พ.ค.
ความสุขที่แท้
????????
คนเรามีวิธีแสวงหาความสุขที่ต่างกัน? ความสุขที่เกิดขึ้นก็ต่างกันบางคนมีความสุขที่ได้กินของอร่อย? บางคนมีความสุขเมื่อได้ฟังเพลงเพราะๆ บางคนสุขใจที่ได้เดินห้างฯลฯความสุขที่กล่าวมานี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเป็นความสุขเกิดจากสิ่งเร้า อาจจะเป็นการรับเข้ามาทางตา? หู? จมูก ลิ้น หรือร่างกายแล้วส่งความรู้สึกไปที่ใจ? ข้อเสียของการมีความสุขแบบนี้คือบ่อยครั้งเข้าจะชาชิน? นำไปสู่การเพิ่มแรงกระตุ้นหรือสิ่งเร้าให้มากขึ้น? เสพมากขึ้นจึงจะเป็นสุข???
????? ความสุขจากสิ่งเร้าจิตกระตุ้นผัสสะ(พุทธศาสนาเรียกว่ากามสุข)จึงทำให้ชีวิตต้องดิ้นรนแสวงหาไม่มีหยุด? ครั้นได้มาก็พอใจเพียงชั่วคราวไม่นานก็อยากได้อีก? และอยากได้มากกว่าเดิมจึงต้องดิ้นรนแสวงหามาอีก? เศรษฐีพันล้านจึงไม่เคยพอใจกับเงินที่มี ทั้งๆที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด? ยังมีความสุขอีกประเภทหนึ่งที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักได้แก่ความสุขที่เกิดจากความสงบใจ?
????????? ในขณะที่ความสุขประเภทแรกต้องการความตื่นเต้นเร้าใจ? ความสุขประเภทที่สองกลับตรงกันข้าม? ยิ่งมีสิ่งเร้าน้อยเท่าไร? ใจก็ยิ่งสงบและสัมผัสกับความสุขที่ลึกซึ้ง? ในยามท่องป่าเที่ยวทะเลแทนที่จะสนุกกับเสียงดนตรี? เกมรอบกองไฟหรือการสนทนาฮาเฮลองปลีกตัวไปอยู่ที่เงียบๆวางความคิดนึกต่างๆชั่วคราวแล้วเปิดใจสัมผัสธรรมชาติอันเงียบสงัดหรือแหงนมองดูดวงดาวระยิบระยับในคืนเดือนมืดไม่นานไม่ช้าความสุขชนิดนี้ก็จะบังเกิดขึ้นที่ใจ? สุขเพราะใจเริ่มสงบ? ความสงบของธรรมชาติน้อมนำใจให้สงบตามได้ง่าย?? แม้ใหม่ๆจะอึดอัดเพราะใจยังโหยหาสิ่งเร้าแต่เมื่อใจเริ่มปรับตัวได้ก็จะสัมผัสได้ถึงความสุขอันประณีตไม่ต่างจากคนที่ติดเหล้าหรือบุหรี่ย่อมเป็นทุกข์เมื่อขาดมันแต่ไม่นานก็จะพบกับความสุขที่ประเสริฐกว่าตอนได้เสพสิ่งเหล่านั้น??
????????? ความสุขประเภทนี้แม้ว่าจะสัมผัสได้ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงัดแต่ก็ไม่จำเป็นว่าเราต้องหลีกลี้หนีหน้าจากผู้คนจึงจะพบความความสุขดังกล่าวได้ความสงบได้ ??ความสงบที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ใจหาได้อยู่ที่สิ่งแวดล้อมไม่? อยู่ที่บ้านเราก็สามารถสัมผัสกับความสงบใจได้หากรู้จักทำสมาธิภาวนาด้วยการปล่อยวางความนึกคิดต่างๆไว้ชั่วคราวแล้วน้อมใจมาอยู่กับลมหายใจหรืออิริยาบถที่ทำอยู่ในขณะนั้นหากทำได้คล่องแคล่วมีสติตื่นรู้ได้รวดเร็วก็สามารถรักษาใจให้สงบได้แม้อยู่ท่ามกลางเสียงอึกทึกถึงจะมีอะไรมากระทบ เช่น? คำตำหนิติเตียนก็สามารถปล่อยวางได้เร็วไม่เก็บมาครุ่นคิดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับหรือเอามาทำร้ายตนเองจนกลัดกลุ้ม
ใจที่สงบเกิดขึ้นได้จากการกระทำที่ถูกต้องดีงาม เริ่มจากการไม่เบียดเบียนหรือเอาเปรียบใครทำให้ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจจากนั้นก็ก้าวไปสู่การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่? มีน้ำใจต่อผู้อื่น?? ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก?? การหยิบยื่นความสุขแก่ผู้อื่นย่อมทำให้เรามีความสุขตามไปด้วย? ขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเห็นแก่ตัวทำให้ความโลภน้อยลงจึงพอใจกับชีวิตที่เรียบง่าย??? ใช่หรือไม่ว่ายิ่งความอยากลดลงมากเท่าไร? ความสุขสงบในใจก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเท่านั้น?? ถึงที่สุดแล้วความสุขของเราก็อยู่ที่ใจเป็นสำคัญถ้าใจกังวลกลัดกลุ้มกินอะไรก็ไม่อร่อย? เพลงจะเพราะแค่ไหนก็ติดอยู่ที่หู? เข้าไม่ถึงใจ?
ชีวิตที่มีความสุขจึงไม่ได้อยู่ที่เงินล้นเหลือ?? มีสิ่งเสพ?? สิ่งบริโภคมากมายเพราะถึงจะมีเงินแสนล้านก็ยังต้องประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย?? ความไม่สมหวัง?? ความแก่? ความเจ็บและความตายอยู่นั่นเอง? ผุ้คนทั้งหลายกลัดกลุ้มเพราะสิ่งเหล่านี้แต่ความจริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องทุกข์เพราะสิ่งเหล่านี้ก็ได้หากเราตระหนักในสัจธรรมว่าชีวิตนั้นไม่เที่ยง?? ความแปรปรวนเป็นเรื่องธรรมดา?? ผู้ที่เข้าใจความจริงย่อมรู้ดีว่าไม่มีอะไรที่น่ายึดถือ?? ถ้ายึดมั่น?? ถือมั่นให้มันเที่ยงหรืออยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามใจตนเมื่อใดก็มีแต่จะทุกข์สถานเดียว??
ใจที่รู้จักปล่อยวางไม่ว่าจะประสบกับความพลัดพรากสูญเสีย?? ความเจ็บป่วย? ความล้มเหลว? หรือคำกล่าวร้ายก็ยังมีความสงบอยู่ได้ทั้งนี้เพราะความเข้าใจแจ่มแจ้งถึงสัจธรรมของชีวิตและโลก?? ปัญญาที่เข้าถึงสัจธรรมดังกล่าวย่อมทำให้จิตเกิดความสงบสุขอย่างแท้จริง
การกระทำที่ถูกต้องดีงาม(ศีล)การฝึกจิตให้มีความสงบและตื่นรู้(สมาธิ)และความตระหนักชัดในสัจธรรม(ปัญญา)คือวิถีสู่ความสุขที่แท้? นับเป็นความสุขที่ประเสริฐสุดเพราะ “ไม่มีสุขใดเสมอด้วยความสงบ” พุทธภาษิตดังกล่าวเป็นสัจธรรมอันสากลอยู่เหนือยุคสมัย? หากไร้ซึ่งความสงบใจเสียแล้วเราย่อมไม่อาจมีความสุขที่แท้ได้เลย? แม้จะมีเงินมหาศาลหรือมีอำนาจล้นฟ้าก็ตาม
************************************
ที่มา : ประมวลความมาจากบทความเรื่อง ?ความสุขที่แท้?โดย พระไพศาล วิสาโล คอลัมน์ ลานธรรม ตีพิมพ์ ในสารโกมล ฉบับเดือนมีนาคม ? เมษายน 2551
?
??เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล