Posts Tagged ‘’

11
ต.ค.

ความคืบหน้าผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนสารเมลามีน

Posted under Happy health No Comments

สารเมลามีน? (Melamine) คืออะไร

เมลามีน คือ พลาสติกชนิดหนึ่งมีสารฟอร์มาลดีไฮด์เป็นส่วนประกอบ หรือที่เรารู้จักคุ้นเคยกันคือ ฟอร์มาลีน ส่วนใหญ่เมลานีนจะถูกนำมาผลิตพลาสติก จานเมลามีน ถุงพลาสติก พลาสติกสำหรับห่ออาหาร นอกจากนี้เมลามีนยังอยู่ในอุตลาหกรรมเม็ดสีเป็นหมึกพิมพ์สีเหลือง นอกจากนี้ยังนำไปทำน้ำยาดับเพลิงคุณภาพดี น้ำยาทำความสะอาด และปุ๋ย เพราะโครงสร้างของเมลามีนมีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบที่ค่อนข้างสูง

สารเมลามีน เป็นสารสีขาวคล้ายนมผงจึงนำไปผสมได้ดี เพราะเมลามีนมีไนโตรเจนสูงเมื่อผสมกับนมทำให้ดูเหมือนว่ามีโปรตีนสูงเมื่อตรวจวัด บางครั้งเรียกสารเมลามีนว่าโปรตีนเทียม ซึ่งไม่ได้ให้ประโยชน์เหมือนโปรตีนจริง นอกจากนี้ยังผสมสารนี้ในอาหารสัตว์ทำให้ดูว่ามีโปรตีนสูงเพื่อให้ได้ราคาดี? แต่ส่งผลให้สัตว์อ่อนแอ เจ็บป่วยได้ง่าย เช่นว่าใช้อาหารที่มีส่วนผสมเมลามีนแล้วได้น้ำนมที่ไม่ได้มาตรฐาน ผู้เลี้ยงจึงแอบเติมสารเมลามีนลงไปเพื่อให้ได้ราคา?ซึ่งส่งผลให้นมมีการปนเปื้อนดังกล่าวอีกทางหนึ่ง

???? สารเมลามีนยังเป็นส่วนผสมของถ้วย จาน ชาม เพราะสารนี้ทนความร้อนได้ดี ขณะนี้เป็นที่ทราบกันว่าสารนี้เมื่อโดนความร้อนสูง ก็จะปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งออกมา เพื่อความปลอดภัยไม่ควรนำมาใช้กับอาหารที่ความร้อนสูงเกิน 60 องศา เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรใช้จาน ชาม เมลามีนกับอาหารที่ร้อนจัด และแค่สูดดมก็เป็นอันตราย หากรัปประทานอาหารที่มีสารเมลามีนปนเปื้อนก็เสี่ยงต่อการเป็นนิ่วที่ไต ซึ่งไตไม่สามารถขับสารนี้ออกมาได้ เพราะไม่สามารถย่อยสารเมลามีน

?ความเป็นพิษของเมลามีน

???? เกิดการระคายเคืองเมื่อสูดดมทำให้ตาและผิวหนังอักเสบ เมื่อกินเข้าไประบบสืบพันธุ์ถูกทำลาย เกิดนิ่วในท่อปัสสาวะและไต เกิดมะเร็งที่ท่อปัสสาวะ ในสุนัขจะขับถ่ายออกมามาก ปัสสาวะมีความถ่วงจำเพาะลดลง มีเมลามีนในปัสสาวะสูง และเห็นเกร็ดเล็ก ๆ สีขาวเกิดขึ้นที่ไตและปัสสาวะ โดยน้ำปัสสาวะจะมีสีขาวขุ่นและมีโปรตีนและเลือดถูกขับออกมาด้วย กรณีในคนจะมีปัญหาท่อปัสสาวะล้มเหลว ในปลาไร้เกล็ด(ปลาดุก) เกร็ดจะเกิดผิวสีดำ ตับและไตขนาดใหญ่(ตับแตก) และตายในที่สุด

ความคืบหน้าการดำเนินงานของ อย. กรณีผลิตภัณฑ์นมปนเปื้อนสารเมลามีน (10 ตุลาคม 2551)

?????? อย. เผย ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายอาหารที่มีส่วนผสมของ สารเมลามีน มีผลบังคับใช้ในวันนี้ เตือน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ส่วนที่มีข่าวอาหารประเภทน้ำปลาพบ สารเมลามีน อย. ชี้ การตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ด้วยชุดทดสอบเบื้องต้นนั้น อย. จะเชื่อถือชุดทดสอบ มาตรฐานที่ได้รับการรับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม อย. ยังคงเฝ้าระวังและดูแลความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยจะเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งตรวจวิเคราะห์ให้ครอบคลุมประเภทอาหารมากขึ้น เผย ผลการตรวจวิเคราะห์เพิ่มอีก 92 รายการ จำนวน 27 บริษัท ปรากฏไม่พบการปนเปื้อน สารเมลามีน อย่าหลงเชื่อข้อความพบอาหารหลายชนิดปนเปื้อนเมลามีนทางเมล์ส่งต่อหรือโพสต์ขึ้นเว็บ โดยอ้างว่ามาจาก อย. เพราะไม่เป็นความจริงและมีความผิด ขณะนี้ อย.กำลังสืบหาต้นตอ ขอให้ผู้บริโภค ดูข้อมูลที่ถูกต้องจาก อย. ทาง www.fda.moph.go.th

?

เรียบเรียงจาก? http://charintr.wordpress.com?, http://www.fda.moph.go.th/

Tags: , ,
02
ก.ค.

ศัพท์สุขภาพ – อนุมูลอิสระ(free Radicals)

Posted under Happy health No Comments

????????? เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของคนเรา มีปัจจัยหลายอย่างที่บั่นทอนให้สุขภาพเราย่ำแย่และขาดความสุข? มีคำหนึ่งที่ในวงการคนรักสุขภาพสนใจไม่น้อย คือคำว่าอนุมูลอิสระ? คำนี้ได้ยินกันบ่อย แต่ก็ไม่ค่อยรู้ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร และทำให้เราขาดสุขไปได้อย่าง วันนี้ก็เลยไปค้นคว้ามาฝากกันค่ะ

อนุมูลอิสระแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่คือ

1.อนุมูลอิสระที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอก? ได้แก่? ฝุ่น ควันบุหรี่? สารเคมี? สิ่งปนเปื้อนที่มากับอากาศที่เราหายใจเข้าไป? สารเติมแต่งอาหาร? สารกันบูดหรือสารเคมีที่ใช้ทางการเกษตร

2.อนุมูลอิสระที่มาร่างกายสร้างขึ้นมาเองได้แก่ สารเคมีที่หลงเหลือจากขบวนการทำงานทางชีวเคมีที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย? เช่นกระบวนการเผาผลาญอาหารในชีวิตประจำวัน

อนุมูลอิสระ(free Radicals)คืออะไร?

??????????? อนุมูลอิสระเป็นสารที่มีอะตอมหรือหมู่อะตอมหรือโมเลกุลที่มีอิเลคตรอนโดดเดี่ยว(singlet หรือ unpaired electron)เป็นส่วนประกอบอยู่? จำนวนอิเลคตรอนไร้คู่นี้อาจมีหนึ่งตัวหรือหลายตัวต่อหนึ่งอนุมูลก็ได้ปรกติอะตอมหรือโมเลกุลที่เสถียรจะต้องมีจำนวนอิเลคตรอนอยู่เป็นคู่ๆเสมอถ้าอิเลคตรอนขาดหรือเกินกว่าเดิมเพียงหนึ่งตัวอะตอมหรือโมเลกุลจะมีความว่องไวมากในการรวมตัวกับสารอื่น? เช่น?? โปรตีน ไขมัน?? กรดนิวคลีอิก?? การกระทบของอนุมูลอิสระกับสารอื่นๆ? เช่นนี้จะทำให้เกิดการทำลายและสูญเสียโครงสร้างทางเคมีและหน้าที่ทางชีวภาพของสารชีวโมเลกุล?? มีการเสื่อมสภาพและการทำลายของเซลล์และเนื้อเยื่อเกิดเป็นพิษเรื้อรังและพยาธิสภาพได้ภายหลัง

?????????? อนุมูลอิสระเหล่านี้มีผลในทางเสื่อมโดยพบว่าอนุมูลอิสระและผลิตผลของมันจะรบกวนเมแทบอลิซึม(metabolism)ของเซลปรกติทำให้เซลล์ถูกทำให้เสื่อมหรือเสียหายได้ในหลายรูปแบบ? เช่น

1.กระตุ้นการเพิ่มฤทธิ์ของสารก่อมะเร็ง
2.เพิ่มความเป็นพิษของสารเคมีแปลกปลอมทั้งหลาย
3.ทำให้มีการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อเกิดความชราของร่างกาย
4.ทำลายโครงสร้างทางเคมีของดีเอ็นเอและโครโมโซม
5.ทำให้เกิดโรคมะเร็งโดยตรง
6.ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อและโรคอื่นๆหลายชนิด

ที่มาของอนุมูลอิสระ? สามารถแบ่งได้อย่างง่ายๆคือ

1.อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกายซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของร่างกายเอง

2.อนุมูลอิสระจากภายนอกร่างกาย? อาทิเช่น

?????? 2.1 การติดเชื้อทั้งจากแบคทีเรียและไวรัส

?????? 2.2 การอักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุ(autoimmune? diseases)เช่น? ข้ออักเสบ? รูมาตอยด์? โรคเก๊าท์

?????? 2.3 รังสี

????? 2.4 สิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ? เช่น ควันเสียและเขม่าจากเครื่องยนต์? ควันบุหรี่ ยาฆ่าแมลง

?????2.5การออกกำลังอย่างหักโหม

??????? การยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่น (Antioxidation) เป็นขบวนการกำจัดการก่อตัวของอนุมูลอิสระ(free Radicals)ที่มีคุณสมบัติทางเคมีที่สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ ปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) จะทำให้เซลล์ตายส่งผลทำให้เกิดความบกพร่องของอวัยวะตามมาเช่น โรคความเสื่อมชนิดต่างๆของอวัยวะ ผิวพรรณ เหี่ยวย่นก่อนวัย โรคความจำเสื่อม (Alzheimer’s Diseases) โรคหัวใจ(Heart Diseases )ทำให้เกิดโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคมะเร็ง เป็นสาเหตุของภาวะชราและการตายได้

?สารแอนตี้ออกซิแดนท์(Antioxidants)

??????? สารแอนตี้ออกซิแดนท์(Antioxidants) คือ สารที่ต่อต้านอนุมูลอิสระและเป็นสารที่สามารถยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันจากอนุมูลอิสระ ในสิ่งมีชีวิตจะมีระบบการป้องกันการทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อจากอนุมูลอิสระอยู่แล้วซึ่งประกอบไปด้วยแอนติออกซิแดนท์มากมายหลายชนิดที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป? บางตัวเป็นเอนไซม์ บางตัวเป็นสารประกอบที่ละลายน้ำได้? บางตัวละลายได้ในไขมัน? เหล่านี้ทำหน้าที่ในการเป็นตัวป้องกันและกำจัดการก่อตัวของอนุมูลอิสระ? นอกนั้นยังทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลาย

  • น้ำหมักชีวภาพเพื่อการบริโภคหรือน้ำหมักพืช หมายถึงเครื่องดื่มที่ได้จากส่วนใดส่วนหนึ่งของพืชชนิดเดียวหรือหลายชนิด เช่น ลูกยอ ลูกสมอไทย เหง้ากระชายดำ ผลมะขามป้อม ผลมะเม่า ที่สดหรือแห้งและอยู่ในสภาพดีมาล้างให้สะอาด อาจหั่นหรือตัดแต่งนำมาหมักหรือสกัดน้ำด้วยจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกรดแลกติก เป็นส่วนประกอบหลัก เช่น แบคทีเรียแลกโตบาซิลลัส เดลบรูคิอิ ซับส์ บัลการิคัส(Lactobacillus casie) ไบฟิโดแบคทีเรีย(ฺbifido bacterium)และแลคโตบาซิลลัส อะซิโดฟิลัส(Lactobacillus acidophilus)หรือจุลินทรีย์อื่นที่สามารถใช้ในการผลิตน้ำหมักพืชทั้งนี้อาจมีจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักบ่มที่มีชีวิตคงเหลืออยู่ dkidki
  • การนำผัก ผลไม้ สมุนไพรมาผ่านกระบวนการหมักเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์แปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพมีประโยชน์ดังนี้

-เป็นการถนอมผลผลิตช่วยให้เก็บรักษาผลิตภัณฑ์ไว้ได้นานขึ้น
-พืชอาจถูกทำลายส่วนประกอบหรือถูกเปลี่ยนโครงสร้างให้อยู่ในรูปที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น
-ผลิตภัณฑ์น้ำหมักที่ได้มีกลิ่น?? รสชาติที่ดีขึ้นซึ่งอาจลดรสขม? เฝื่อนของพืช
-อาจได้สารสำคัญจากกระบวนการหมักซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากจุลินทรีย์ในกระบวนการหมัก? เช่น? ได้สารวิตามิน?? สารอาหาร? หรือสารที่มีสรรพคุณทางยา? สารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค

ประโยชน์ของน้ำผักชีวภาพเพื่อการบริโภค

??????? ประโยชน์ต่างๆของน้ำหมักชีวภาพนั้นเกิดจากส่วนประกอบหลักคือพืชที่ใช้มาหมักและจุลินทรีย์ในการหมักซึ่งอาจเป็นจุลินทรีย์เสริมสุขภาพ(Probiotic)ที่คัดเลือกมาเป็นต้นเชื้อหรือหัวชื้อในการหมัก?? ดังนั้นประโยชน์จากการบริโภคน้ำหมักชีวภาพจากพืชจึงมีดังนี้

-ได้สารที่เป็นประโยชน์ซึ่งอาจได้จากการละลายออกมาจากพืชที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการหมัก หรือเกิดจากการสร้างโดยจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เช่นแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลกติกหรือแลกติกแอสิดแบคทีเรีย
-ได้ประโยชน์จากตัวเชื้อจุลินทรีย์ในน้ำหมักเป็นจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียโบรไบโอติก
-เพิ่มคุณสมบัติในการดูดซึมและลดอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคในระบบทางเดินอาหาร

???????? การบริโภคน้ำหมักชีวภาพเป็นการคาดว่าจะได้รับประโยชน์ที่เกิดจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่มียู่ในน้ำหมักซึ่งมีสรรพคุณในการเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ? ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นและกำจัดการก่อตัวของอนุมูลอิสระ?? ขณะนี้มีกระแสการนิยมบริโภคน้ำหมักชีวภาพกันมาก โดยฉพาะน้ำลูกยอที่เป็นที่นิยมและราคาค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่และข้อมูลรองรับที่ถูกต้องยังไม่เพียงพอ? ผู้บริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต้องสนใจ? ศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นแนวทางในการพิจาณณาเลือกบริโภคหรือเพื่อการผลิตใช้เองในชุมชนต่อไป

อ้างอิง: คอลัมน์ สุขภาพอนามัย โดย ผศ. ดร.ไชยวัฒน์? ไชยสุต ตีพิมพ์ในนิตยสารสนองโอฐสภากาชาดไทย? นิตยสารเพื่อสุขภาพรายสามเดือนฉบับที่ ๑๗๔ประจำเดือนตุลาคม-ธันวาคม ๒๕๕๐หน้า๙-๑๐.

?เรียบเรียงโดย ?สรวงธร นาวาผล

Tags:
23
มิ.ย.

เจาะลึกสถานการณ์สุขภาพเด็กเล็กผ่าน 13 ตัวชี้วัดล่าสุด

Posted under Happy kids No Comments

??????? “เด็กปฐมวัย”หรือเด็กเล็กวัย 0-5 ปี นับเป็นช่วงวัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเริ่มต้นพัฒนารากฐานชีวิตในทุกด้านนับ ตั้งแต่สมอง?? ร่างกาย? การคิด?? การเขียน? จนเรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาของพัฒนาการอย่างแท้จริง

??????????????? ในรายงานสุขภาพคนไทย พ.ศ. 2551*ที่ออกเผยแพร่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาได้นำเสนอตัวชี้วัดสุขภาพที่สำคัญ? 13?? ด้านที่สะท้อนพัฒนาการของเด็กไทย ช่วงปฐมวัยในปัจจุบันว่าอยู่ในสภาพเช่นไร

??????????????? 1.สุขภาพแรกคลอด?? น้ำหนักตัวแรกเกิดเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพเด็กได้อย่างชะงัด? น้ำหนักมาตรฐานของเด็กที่มีสุขภาพปกติได้แก่ 2.5 กิโลกรัม? น่ายินดีที่เด็กไทยมีน้ำหนักได้มาตรฐานมากขึ้นเป็นลำดับจากร้อยละ 87 ในปี 2540 เป็นร้อยละ 89 ในปี 2549 แต่นั่นหมายถึงว่ายังมีเด็กไทยถึง 7 หมื่นคนที่น้ำหนักแรกคลอดน้อยเกินกว่าที่ควร

??????????????? 2.โรคภัยไข้เจ็บ เด็กทารกและวัยต่ำกว่า 5 ปีมีภูมิต้านทานต่ำกว่าวัยอื่นๆ?? ดังนั้นจึงมีโอกาสติดเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย? ข้อมูลรายงานการป่วยต่อแสนประชากรของเด็กอายุต่ำกว่า? 5 ปี แสดงให้เห็นว่าโรคภัยไข้เจ็บสำคัญของเด็กไทยวัยนี้คืออุจจาระร่วงเฉียบพลันและปอดอักเสบ

??????????????? 3.นมที่ได้ดื่ม? ทารกที่ได้ดื่มนมแม่เหมือนได้เกราะวิเศษเพราะการดื่มนมแม่ลดการตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆของเด็กวัยทารกจนถึง 5 ปีได้เด็กจึงควรได้กินนมแม่เป็นอาหารอย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดไปจน 6 เดือน? แต่ข้อมูลจากการสำรวจสถานการณ์เด็กในประเทศไทย พ.ศ.2548-2549 ชี้ให้เห็นว่ามีเด็กวัยแรกเกิด-3 เดือนแค่ร้อยละ7.6 และเด็กแรกเกิด-5เ ดือนแค่ร้อยละ 5.4 ที่มีโอกาสดังกล่าวนอกจากนี้เด็กควรเลิกกินนมขวดเมื่ออายุ 1 ขวบครึ่งเป็นอย่างช้าเพื่อป้องกันฟันผุ? แต่ปรากฏว่าเด็กไทยจะเลิกดูดขวดนมเมื่ออายุ 2 ขวบ6เดือน

??????????????? 4.อาหารเสริม ขณะที่เด็กควรได้กินนมแม่อย่างตลอด? 6 เดือนแรกของชีวิตแต่เด็กไทยเกือบครึ่งหนึ่งกลับได้รับอาหารอื่นเสริมตั้งแต่ก่อน 4 เดือนที่น่าเป็นห่วงคือเด็กวัย3-5ปีได้รับน้ำตาลมากกว่า 6 ช้อนชาต่อวันถือว่าเป็นปริมาณที่ล้นเกินทำให้เสี่ยงโรคมากมายยิ่งไปกว่านั้นยังมีเด็กเล็กแค่ 1 ใน 3 ที่มีโอกาสได้กินผักผลไม้ทุกวันทำให้ขาดวิตามินและเกลือแร่ที่ทำให้เติบโตอย่างแข็งแรง

??????????????? 5.ขาดสารอาหาร? การสำรวจภาวะอาหารและโภชนาการพ.ศ.2538 และ 2546 ชี้ให้เห็นว่าแม้มีแนวโน้มว่าเด็กเล็กมีน้ำหนักและส่วนสูงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแต่ยังคงน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้และที่สำคัญคือเด็กมากกว่า 1 ใน10 เตี้ยกว่าที่ควร

??????????????? 6.สุขภาพ? ฟันข้อมูลการดูดขวดนมตอนนอนและการกินน้ำตาลล้นเกินของเด็กไทยรวมทั้งรายงานที่ว่าเด็กไทยดื่มน้ำอัดลมอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งสะท้อนความเสี่ยงว่าเด็กจำนวนมากจะเติบโตพร้อมกับสุขภาพฟันที่ย่ำแย่?? อย่างไรก็ตาม? ผลการสำรวจทันตสุขภาพรายปีจากจังหวัดต่างๆทั่วประเทศรายงานผลที่น่าชื่นใจขึ้นว่าแนวโน้มของสุขภาพฟันของเด็กเล็กดีขึ้นโดยเด็กอายุ? 3 ปีที่ฟันผุลดลงจาก ร้อยละ ?72 ในปี 2545 เหลือร้อยละ 62.8 ในการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2550 ที่ผ่านมา

??????????????? 7.ความฉลาดทางอารมณ์ น่าดีใจที่มีรายงานจากกรมสุขภาพจิตเมื่อปี? 2550 ว่าเด็กไทยวัย3-5ปีมีความฉลาดทางอารมณ์หรืออีคิวอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับวัย

??????????????? 8.การพัฒนาอัจฉริยภาพด้านต่างๆ แต่ที่น่าเสียดายคือมากกว่าครึ่งของของเด็กวัยเดียวกันนั้นมีพัฒนาการด้านภาษาและการกระทำช้ากว่าปกติเพราะขาดการกระตุ้นพัฒนาการเรียนรู้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสมถือเป็นการเสียโอกาสทองที่เด็กจะพัฒนาอัจฉริยภาพด้านต่างๆเพราะเมื่อพ้นช่วงที่เหมาะสมไปแล้วจะพัฒนาได้ยาก

??????????????? 9.โรคเรื้อรัง ความพิการและเด็กกำพร้า ข่าวร้ายคือเกือบ 1 ใน 3 ของเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวียังเป็นเด็กปฐมวัย? นอกจากนั้นเด็กวัยนี้ประมาณ 1 ใน 10 ยังมีความพิการอย่างน้อย 1 อย่างและยังพบว่าเด็กวัยนี้ที่เสี่ยงต่อการเป็นลูกกำพร้าเพราะมีพ่อหรือแม่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่อันตรายถึงตายได้รับความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานเพียงร้อยละ15 เท่านั้น

???????????????10.ผู้เลี้ยงดู? คุณภาพของ “พี่เลี้ยง” ที่เป็นผู้อุ้มชูดูแลชีวิตเล็กๆที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เต็มที่และยังเปราะบางต่อเชื้อโรคทั้งหลายส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นความตายของเด็กๆข้อมูลจากโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยพ.ศ.2546? พบว่าผู้เลี้ยงดูวัย 0-5 ปี เกินครึ่งจบการศึกษาระดับประถมและ1ใน5จบระดับมัธยมศึกษา

??????????????? 11.การเลี้ยงดู? โครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยให้ข้อมูลว่าครอบครัวไทยเกือบ ร้อยละ 80 แสดงความรักต่อลูกด้วยการกอดและผู้ที่เลี้ยงดูร้อยละ 82 บอกว่าเมื่อเห็นเด็กทำให้รู้สึกพอใจจะชมเชยหรือให้รางวัลเด็กแต่เมื่อไม่พอใจร้อยละ 60 จะกล่าวตักเตือนสั่งสอนร้อยละ18.5ลงโทษทางกายและร้อยละ17.2 จะดุด่าให้หยุดกระทำ

??????????????? 12.ศูนย์เด็กเล็ก? พบว่ายังต้องปรับปรุงคุณภาพจำนวนผู้ดูแลนั้นเพียงพอไม่เป็นปัญหาแต่เรื่องใหญ่อยู่ที่อุปกรณ์เครื่องเล่นส่วนใหญ่ยังไม่ปลอดภัยและอาหารที่นำมาขายหน้าศูนย์ฯก็ยังไม่ได้รับการควบคุมเรื่องโภชนาการให้ดีพอ

??????????????? 13.สื่อกับเด็ก เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจรายการโทรทัศน์ประเภท ป. (เหมาะกับเด็ก 3-5 ปี ) และ ด.(เหมาะสมกับเด็ก 6-12ปี ) พบว่ารวมกันไม่ถึง 1 ใน 4 ของช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้?? สถานการณ์ขณะนี้จึงเรียกได้ว่า”สื่อดียังมีไม่พอ” ผู้ผลิตสื่อและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรผลิตและสนับสนุนรายการสร้างสรรค์สำหรับเด็กวัย 0-5 ปีเพิ่มขึ้นที่ไม่น่าเชื่อก็คือ? ในช่วงเวลาที่เด็กเล็กดูโทรทัศน์มากที่สุดคือ 4 โมงเย็นถึง 6โมงครึ่ง มีรายการที่เหมาะกับเด็กเล็กแค่รายการเดียวเท่านั้น

???ที่มา : สรวงธร? นาวาผล?? คัดมาจาก *หนังสือรายปีจัดทำโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม? มหาวิทยาลัยมหิดล? โดยการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาระบบ ข้อมูลข่าวสารสุขภาพและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จะเผยแพร่สถานการณ์และข้อมูลด้านสุขภาพช่วงเดือน มีนาคม-เมษายนของทุกปี ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ที่ www.hiso.or.th

Tags: , , , ,
08
มิ.ย.

ช่วยกันลดโลกร้อน

Posted under Happy life No Comments

?เราช่วยโลกได้

  • ????การตัดไม้? ทำลายป่า? การเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลต่างๆเป็นตัวการที่ทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์เพิ่มขึ้น? ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ?????ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อลดการเพิ่มผลผลิต?? การเติบโตทางอุตสาหกรรทมทำให้ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ในชั้นบรรยากาศมีมากถึงร้อยละ 40
  • ????ใช้รถยนต์ส่วนตัวเท่าที่จำเป็นหันมาใช้บริการขนส่งมวลชน? หลีกเลี่ยงการโดยสารเครื่องบิน? ตัวการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ในชั้นบรรยากาศ สูงถึง 500 ล้านตันต่อปี
  • ????ยิ่งมีพื้นผิวน้ำแข็งลดน้อยลง? โลกก็ยิ่งร้อนมากขึ้น? น้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น? พื้นที่ชายฝั่งถูกน้ำท่วม? ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัย
  • ????เมื่อสิ้นศตวรรษที่ 21 หากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ยังสูงขึ้นเช่นทุกวันนี้? อุณหภูมิเฉลี่ยของพื้นผิวโลกจะสูงขึ้นประมาณ1.8-4 องศาเซลเซียส
  • ????ตระหนักและตื่นตัวในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และบอกต่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงาน?? ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ????ประหยัดการใช้พลังงานทุกชนิดโดยเฉพาะไฟฟ้า? เลือกใช้อุปกรณ์และหลอดประหยัดไฟ? เนื่องจากพลังงานเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ที่ให้แสงสว่าง ที่เหลือสูญเสียไปในรูปพลังงานความร้อน
  • ????จัดบ้านใหม่ให้สอดคล้องกับหลักธรรมชาติและทิศทางลม? แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีทันสมัยตลอดเวลาช่วยประหยัดพลังงานในบ้านได้ถึง ร้อยละ 40
  • ???รู้จักช่องทางการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด? อาศัยธรรมชาติเป็นตัวช่วย?? ดวงอาทิตย์ให้บริการฟรีทุกวัน
  • ????ร่มรื่น? เย็นใจ สบายกระเป๋า ด้วยบ้านประหยัดพลังงาน? ประยุกต์การออกแบบบ้าน ใช้เทคโนโลยีช่วยและผสมผสานการพึ่งพาธรรมชาติ
  • ????ไปไหนมาไหนด้วยรถจักรยาน?? ทางเลือกใหม่ในการเดินทาง นอกจากลดค่าใช้จ่ายตัวเองแล้วยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์โลกด้วย
  • ?????การปลูกต้นไม้ไม่ใช่กิจกรรมที่ควรทำเมื่อมีโอกาสแต่เป็นกิจกรรมเร่งด่วนที่ทุกคนต้องทำเป็นอย่างยิ่ง

ร่วมด้วยช่วยกันนะคะ โลกของเราจะได้ร่มรื่น อยู่กันไปได้จนถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน นาน นาน…

————————

ข้อมูลจาก ปฎิทินปี 2551 (2008)ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค200? ??เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล

Tags: ,