Posts Tagged ‘’

19
พ.ย.

ความหวังอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป

Posted under Happy health No Comments

ผู้คนจำนวนมากพบว่า การมีความหวังจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น และการมองโลกในแง่ดีเช่นนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยที่เฝ้าหวังว่า สุขภาพร่างกายของตนจะดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนในสหรัฐผู้หนึ่งชี้ว่า บางทีความหวังนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

hope

เมื่อเราป่วย เรามักจะได้กำลังใจจากญาติมิตร และเพื่อนฝูงอยู่เสมอ ว่าอะไรๆ จะดีขึ้น ด้วยเชื่อว่าการให้ความหวังเช่นนั้น จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเข้มแข็งขึ้น ใช่ไหมครับ? แน่นอนนั่นเป็นสิ่งที่ดี

(เพิ่มเติม…)

Tags: , , , , ,
27
พ.ค.

ถึงทุกคนในบ้าน?เรามารีบเข้านอนกันเถอะ

Posted under Happy health No Comments
สังเกตกันบ้างไหมว่าพักหลังๆ คนในบ้านของเรานอนดึกหรืออดนอนกันบ้างหรือเปล่า ?
???????
???????อาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับบางครอบครัวที่สามีกลับบ้านดึกไม่พอยังขนงานกลับมาทำที่บ้านจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน หรือภรรยานอนหลับคากองเอกสารที่โต๊ะทำงาน ในขณะที่บางบ้านอาจมีลูกๆนอนสลบบนกองหนังสือ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในช่วงเวลาสอบ
???????
???????และเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งอดหลับอดนอนมากๆ สมาชิกในบ้านที่คอยห่วงใยมักส่งเสียงเตือนปนไม่พอใจกับการนอนไม่พอก็เป็นได้ไม่ว่าจะเป็น ‘นอนไม่พอ…ระวังแก่นะ หรือ อดนอนแบบนี้…ไม่คุ้มกับเงินที่ได้มาเลยจริงๆ’ แต่ทว่าเสียงเหล่านี้กลับไม่สามารถทัดทานเจ้าตัวให้ข่มตาหลับลงไปได้เลย…ตราบใดที่งานยังไม่เสร็จสิ้น
ภาพจากอินเทอร์เน็ต

???????ทั้งนี้ มีงานวิจัยเชิงทดลองโดยอาสาสมัครหนุ่มสาว ได้ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน และเมื่อเจาะตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครเหล่านี้ พบว่า พวกเขามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวานแล้ว
???????
???????อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังพบผลเสียของการอดนอนอีกว่า การอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน โดยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเร่งการเติบโต ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย โดยการที่คนเราอดนอนมากๆนั้นจะทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง และร่างกายรู้สึกอยากรับประทานอาหารมากขึ้น
???????
?????? (เพิ่มเติม…)

Tags: , , ,
09
พ.ค.

มาสร้าง “Happy Mornings” กันเถอะ

Posted under Happy family 5 Comments

? ก่อนจะปิดเปลือกตาลงในแต่ละคืน เชื่อว่าคงมีคุณแม่หลายคนคิดเรื่องราวมากมายอยู่ในสมอง เช่น เช้าขึ้นมาจะเตรียมอะไรให้ลูก – สามีทาน, จะต้องปลุกสมาชิกในครอบครัวมาอาบน้ำแต่งตัวกันตอนไหน หรือต้องเช็คความพร้อมกระเป๋า สมุด ดินสอ การบ้านของลูกว่าเสร็จเรียบร้อยไหม เตรียมสตางค์ค่าขนมให้ลูกหรือยัง จะออกจากบ้านกี่โมง ขับรถไปส่งลูกเส้นทางไหนดี ฯลฯ

???????happy_family

???????ด้วยเรื่องราวมากมายบีบคั้นอยู่นี้ จึงทำให้คุณแม่บางท่านเริ่มต้นเช้าวันใหม่พร้อม ๆ กับความเร่งรีบ รีบไปหมดทุกอย่าง นั่นก็ยังไม่ดี นี่ก็ยังไม่เสร็จ หนักเข้า ๆ ความเครียดจะก่อตัวขึ้น และระเบิดก็อาจตกในบ้าน โดนคุณพ่อบ้าง โดนลูกบ้าง โดนสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านบ้าง หรือแม้กระทั่งเจ้าตูบสัตว์เลี้ยงแสนรัก กลายเป็นยามเช้าที่มีบรรยากาศสุดจ๋อย
???????
???????แต่เราอยากบอกว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นครอบครัวที่ความเครียดยังไม่ทันซึมลึกในสายเลือด หรือครอบครัวที่ความเครียดซึมลงไปถึงดีเอ็นเอแล้วก็ตาม โอกาสฟื้นฟูให้ความสุขในยามเช้ากลับคืนมาก็มีอยู่ และอาจจะง่ายกว่าที่หลายคนคาดคิดเอาไว้ด้วย??

(เพิ่มเติม…)

Tags: , , , ,
05
มี.ค.

ช่วงเวลาปิดเทอม

Posted under Happy kids No Comments

ปิดเทอมแวะเวียนมาอีกแล้ว? เด็กๆควรจะไปทำกิจกรรมอะไรกัน?? มีกิจกรรมดีๆมากมายที่นอกจากสนุกและให้ความรู้แล้ว ก็ยังได้ประสบการณ์ในวัยเด็กเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ลองมาดูกิจกรรมคร่าวๆ สำหรับเด็กกันค่ะ
???????
???????หนึ่ง – สำหรับพ่อแม่ทำงาน ก็เข้าใจได้ว่าช่วงปิดเทอมอาจไม่มีใครช่วยดูแลลูก จะปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวก็กระไรอยู่ ลองพูดคุยกับหัวหน้างานดูสิคะ ว่า ขอให้ลูกไปที่ทำงานของพ่อบ้าง สลับกับที่ทำงานของแม่ อย่าคิดว่าลูกเกะกะเวลาทำงานเลย เป็นการสอนให้ลูกได้รู้ด้วยว่าพ่อแม่ต้องทำงาน ทุกคนต้องมีหน้าที่ ลูกเองตอนนี้มีหน้าที่ต้องเรียนหนังสือ วันหนึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาก็ต้องมีหน้าที่การงาน ก็ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน จะทำให้ลูกเข้าใจเราด้วยว่า พ่อแม่ต้องเหนื่อยในการทำงานหาเงิน เพื่อดูแลเขาและครอบครัว

CB058386????????? (เพิ่มเติม…)

Tags: , , , , ,
23
ก.พ.

“นพ.ประเวศ”ชี้ทาง สร้าง”พลเมืองชั้น1″ สกัด”นักเลือกตั้ง” พัฒนา”สี่เหลี่ยมประชาธิปไตย”

Posted under Happy society No Comments

p0109110152p1ประชาธิปไตยควรเป็นสิ่งที่ดีงามมีความเป็นอารยะในตัวเอง ไม่ควรมีคำว่าอารยะมาขยายความอีก แต่ที่ผ่านมาประชาธิปไตยไปเชื่อมโยงกับเรื่องคอร์รัปชั่นจนกลายเป็นอนารยะประชาธิปไตยไปเสีย ทั้งๆ ที่คำคำนี้ไม่ควรมีคำขยายอันใดอีก ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังมองระบอบประชาธิปไตยไม่ครบ ยังจับส่วนเดียว มองแยกส่วนอยู่ ยังคงสนใจแต่องค์กรทางการเมือง เช่น การมีสภาผู้แทนราษฎร มีพรรคการเมือง ทั้งที่จริงแล้วมีมากกว่านั้น อีกทั้งยังติดมายาคติว่ารัฐธรรมนูญเป็นตัวสร้างประชาธิปไตย ประเทศไทยจึงมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 18 ฉบับ ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียว และอังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรเลย

นอกจากนั้น ประเทศไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ใหญ่กว่าองค์กรทางการเมือง เพราะวัฒนธรรมหมายถึงวิถีชีวิตร่วมกัน ความเชื่อร่วมกัน และขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมประชาธิปไตยจะไปกำกับองค์กรทางการเมืองให้เป็นกลไกในการสร้างประชาธิปไตย ไม่ให้กลายเป็นกลโกงเพราะขาดศีลธรรม เหมือนดังที่ประเทศไทยเผชิญมานานกว่า 70 ปีแล้ว

สถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยไม่สามารถรอองค์กรทางการเมืองให้ดีขึ้นได้ หากต้องสร้างสังคมให้เป็นอารยะประชาธิปไตย เพราะถ้ายังปล่อยให้นักการเมืองที่มีอยู่เพียง 3,000-4,000 คน อันเป็นกลุ่มก๊วนทางการเมืองที่มีความรู้น้อย ความสุจริตน้อย แต่กลับมีมากในเรื่องของสัตว์ร้าย 3 ตัว คือ ตัณหา อยากได้อยากมี มานะ อยากใช้อำนาจเหนือคนอื่น และทิฐิ เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ยังคงครองอำนาจโดยลำพัง ก็จะนำความเดือดร้อนมาสู่ชาติบ้านเมืองมากมาย

“ความจริงแล้วประเทศไทยมีหมู่บ้านและสถาบันการศึกษามากมาย แต่กลับปล่อยให้ประชาธิปไตยเป็นความคับแคบแค่เรื่องของนักเลือกตั้ง จึงต้องขยายเรื่องประชาธิปไตยให้กว้างขวางขึ้น โดยหันมาพัฒนา “สี่เหลี่ยมประชาธิป ไตย” ที่กอปรด้วย 1.คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองชั้นที่ 1 2.จิตสำนึกประชาธิปไตย 3.การกระจายอำนาจ และ 4.ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ”

โดยมิติที่ 1 คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองชั้น 1 นับเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นศีลธรรมพื้นฐาน เพราะการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกันจะนำไปสู่สิ่งดีงาม ทั้งแง่มุมความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นศีลธรรม และสิทธิมนุษยชน ทว่าสังคมไทยเป็นสังคมชนชั้นมานาน คนชั้นล่างจึงไม่มีเกียรติ ไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ อันเนื่องมาจากสังคมขาดความเป็นธรรม ผู้ใช้แรงงานจึงกลายเป็นคนไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรี คนขายส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ผสมปูน และอื่นๆ ที่มีจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้น 2 เพราะแม้แต่ในประเด็นกฎหมาย ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยังเคยกล่าวว่า กฎหมายไม่ยุติธรรมกับคนจน มีอคติกับคนจน ดังนั้น ถ้าจะขับเคลื่อนประเด็นนี้ต่อไป จะไปเย้วๆ เฉยๆ ไม่ได้

อย่างไรก็ดี การทำให้คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองชั้น 1 นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเคารพความรู้ชนิดใด ความรู้ในตำราหรือความรู้ในตัวคน เพราะ ความรู้ในตำราจะได้จากการวิจัยและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ความรู้ในตัวคนได้มาจากการทำงานจากวิถีชีวิต ถ้าเคารพเฉพาะความรู้ในตำราก็จะมีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีเกียรติ เหมือนพราหมณ์ที่ท่องมนต์คาถาได้ ดังที่สังคมไทยกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน

แต่ถ้าหากเคารพความรู้ในตัวคน ทุกคนจะมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มากกว่านั้นความรู้เหล่านั้นจะมีประโยชน์มาก เพราะมาจากฐานวัฒนธรรมการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับความรู้ในตำราเพียงอย่างเดียวนับตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ทำให้ระบบการศึกษาทั้งหมดเป็นเครื่องมือทำลายศีลธรรมพื้นฐาน เหมือนดังประสบการณ์ชีวิตผมที่เป็นเด็กยากจนมาก่อน ได้พบประสบการณ์ว่าเด็กๆ เมื่อเข้าไปเป็นนักเรียนในโรงเรียน ก็จะไม่กล้าเดินกับพ่อแม่ เพราะโรงเรียนจะสอนให้รู้สึกว่าชาวบ้านไม่มีเกียรติ อันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้ง ซึ่งจะไปกระทบต่อแนวทางการปฏิรูปการศึกษา

อย่างไรก็ตาม ถ้าสถาบันการศึกษาสนใจประเด็นเหล่านี้ เอาความจริงของชีวิตของสังคมเป็นตัวตั้ง ไม่เอาตำราเป็นตัวตั้งอย่างเดียว บ้านเมืองก็จะมีพลัง เพราะศีลธรรมพื้นฐานนี้จะไปขับเคลื่อนประชาธิปไตย โดยสมัยรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ผมได้เสนอแนะให้ทำ Human Mapping แผนที่ความรู้ในตัวคน เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และจะพัฒนาไปเป็นศูนย์ข้อมูลสำคัญ ทำให้เกิดแหล่งเรียนรู้เต็มประเทศ รู้ว่าใครเลี้ยงปลาเก่งหรือทำเกษตรผสมผสานเก่ง เป็นต้น ทุกคนจะกลายเป็นทั้งครูและนักเรียน อันเป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ของสังคมไทย

ยิ่งกว่านั้น ระบบรัฐไทยยังเป็นเผด็จการรวมศูนย์อำนาจ อำนาจรัฐครอบคลุมหมดทุกตารางนิ้ว ทุกกระทรวงลงไปถึงหมู่บ้าน เป็นอำนาจรัฐเผด็จการ การเมืองจึงเป็นเพียงการเปลี่ยนอำนาจ หากแต่ความเป็นเผด็จการไม่ได้เปลี่ยน จากเดิมเป็นอำนาจของพระเจ้าแผ่นดิน ต่อมาเป็นคณะราษฎร ต่อมาทหารกองทัพ ต่อมาเป็นนักเลือกตั้ง ประเทศไทยจึงต้องสร้างโครงสร้างของรัฐให้เป็นประชาธิปไตย ในส่วนของการกระจายอำนาจ ก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคมได้ ถ้าทำด้วยความมีธรรมาภิบาล ไม่เช่นนั้นประชาธิปไตยจะกลายเป็นเรื่องกินรวบหลังจากได้อำนาจทางการเมือง

ขณะที่ประการที่ 4 ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจสาธารณะทุกประเภทนั้น รัฐต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนใน 3 ด้านสำคัญ คือ การพัฒนา การตัดสินใจเชิงนโยบาย และการตรวจสอบอำนาจรัฐในทุกระดับ โดยรัฐในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรัฐบาลเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมกลไกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ตำรวจ หรืออื่นๆ ทว่าที่ผ่านมารัฐไทยไม่ได้ทำ ดังนั้น ต้องไปช่วยกันดูมาตรา 87 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่าจะทำอย่างไรให้มีผลในทางปฏิบัติได้จริง ทว่าที่ผ่านมาจะพบว่าประชาชนได้ถูกตัดออกจากสมการทางการเมืองเรื่อยมา ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จึงไม่เกิดขึ้น กลายเป็นประชาธิปไตยของนักการเมือง

ดังนั้น การทำให้ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชน เพื่อประชาชน ไม่ใช่ของนักการเมือง จึงต้อง 1.รวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ เพราะจะทำให้เกิดประชาธิปไตยเต็มทุกพื้นที่ในทุกเรื่อง ประเทศไทยมีหมู่บ้าน ตำบล เทศบาล จังหวัด ก็จะทำให้มีนโยบายของท้องถิ่นของเทศบาลตามมา 2.เกิดกลุ่มเกษตรกร กลุ่มกรรมกร กลุ่มคนพิการ และกลุ่มอาชีพต่างๆ 3.ขับเคลื่อนประเด็นการตรวจสอบคอร์รัปชั่น การสื่อสาร สุขภาพ การศึกษา และพลังงาน เป็นต้น โดยภาคประชาชนมีความสำคัญสุดในการตรวจสอบคอร์รัปชั่น เพราะมีพลังเยอะสุด

และ 4.ภาคประชาสังคมและวิชาการต้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อนด้วย โดยมหาวิทยาลัยนอกจากจะเอาความจริงของสังคมเป็นตัวตั้งแล้ว ยังต้องคลี่เรื่องสลับซับซ้อนออกมาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ มหาวิทยาลัยต้องหนุนภาคประชาชนให้สามารถขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ได้ เช่น เรื่องพลังงานก็ต้องขจัดการผูกขาดของกลุ่มคนขายรถ คนทำถนนออกไปให้ได้ หรือทำให้มีธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยไม่มีส่วนในการกำหนดนโยบายสาธารณะเลย

ทั้งนี้ ถ้าแยกกันทำ ทุกอย่างจะดูเป็นเรื่องยาก แต่หากร่วมมือกันก็จะเกิดประชาธิปไตยสมานฉันท์ ทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยแท้จริง ไม่ใช่แค่ในตอนเลือกตั้งเท่านั้น เช่นเดียวกันกับต้องทำให้ระบบการศึกษาทั้งหมดปรับตัวมาสร้างปัญญาด้วย

ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงมาจากแบบเก่าที่มีแค่การวิเคราะห์ วิจารณ์ แล้วนำไปสู่การทะเลาะต่อสู้ มาเป็นแบบใหม่ที่ลึกถึงขั้นสังเคราะห์ จัดการ แล้วนำไปสู่การร่วมสร้าง นับเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการที่ทอนกำลังไม่สร้างพลังร่วมมาเป็นการสร้างสติปัญญาที่สูงขึ้น กล่าวคือ จากระดับ “จำใจใช้วิสัง” ท่องจำที่เป็นขั้นต่ำสุด มาเป็นเข้าใจ ตามมาด้วยใช้ ทำเป็นประยุกต์เป็น ก่อนจะสูงขึ้นไปเป็นขั้นวิเคราะห์ รู้อะไรเป็นอะไร แล้วก็สังเคราะห์คือสามารถปรับและประเมินได้ อันจะไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่มาจากการร่วมสร้างของพลเมือง

การปฏิรูปหรือร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกต้องทำให้คนไทยทั้งมวลมีสุขภาวะที่ดีหรือ Happiness for All โดยการรวมพลังภาคส่วนต่างๆ ทางสังคม ทั้งคณะองคมนตรี รัฐบาล รัฐสภา กองทัพ กลไกรัฐ องค์กรกึ่งรัฐกึ่งสังคม เช่น สกว. สสส. สช. สปสช. สถาบันพระปกเกล้า สภาประชาชน สภาพัฒนาการเมือง สภาที่ปรึกษา สภาองค์กรชุมชน ผู้แทนสภากรรมกร สภาเกษตรกร ตลอดจนภาคประชาชน สื่อมวลชน มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ สภาทนายความ ฯลฯ เข้าด้วยกัน

อันเป็นการจูนเข้าหากันเพื่อให้เกิดพลังเหมือนแสงเลเซอร์ที่เป็นคลื่นพลังอ่อน แต่เมื่อรวมกันแล้วมีพลังมาก โดยเบื้องต้นต้องสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมในการสร้างสังคมอารยะประชาธิปไตยหรือการสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สุดในโลก หากทำได้เช่นนั้นก็จะเกิดพลังมหาศาลเพราะเป็นการร่วมคิดร่วมทำ

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2552

Tags: , ,
20
ก.พ.

เวลาที่ดีสำหรับการอ่านหนังสือ

Posted under Happy kids 1 Comment

????? เคยมีคนบอกว่าเวลาที่ดีที่สุด คือ ตอนเช้า เพราะร่างกายเราได้พักผ่อน รวมทั้งสมองก็ได้พัก มีการจัดระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้พร้อมกับการใส่ข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไป อันนี้เป็นเรื่องจริง แต่สำหรับคนที่ตื่นเช้าไม่ไหว เวลาดึก ๆ ที่เงียบ ๆ ก็เหมาะ คือว่ามันเงียบไง…สมองเราก็สามารถคิดสิ่งต่างๆ ได้ดี แต่อาจจะไม่เท่าตอนเช้า เพราะสมองเราต้องเหนื่อยจากการเรียนมาแล้วทั้งวัน บางคนยังมีการเรียนพิเศษตอนเย็นอีก สำหรับตัวเราเอง อ่านตอนกลางคืนสักนิด ได้เท่าไหนก็แค่นั้น 5 ทุ่มต้องเข้านอน แล้วก็ตั้งนาฬิกาปลุกตอนตี 3 ตี 4 ตี 5 แนะนำให้ตั้งนาฬิกาปลุกก่อนเวลาที่ต้องตื่นไปสักครึ่งชั่วโมง เพื่อที่เราจะได้มีเวลาเกลือกกลิ้งอยู่บนที่นอนก่อนสักพัก ถึงค่อยลุกไปล้างหน้าล้างตา มานั่งอ่าน ขอย้ำว่าควรทำให้ตัวเองตื่นเต็มที่ก่อนจะอ่าน เพราะไม่งั้นเดี๋ยวก็หลับคาหนังสืออีกจนได้

readbook

? (เพิ่มเติม…)

Tags: , , , ,