Posts Tagged ‘อารมณ์’
ม.ค.
การแถมของเล่นเด็กในอาหารชุดสำหรับเด็ก
Center for Science in the Public Interest ในกรุงวอชิงตัน ยื่นฟ้องต่อศาลกล่าวหาว่าบริษัทอาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของสหรัฐ แมคโดนัลด์ กระทำผิดที่แถมของเล่นเด็กไว้ในอาหารชุดสำหรับเด็กที่เรียกว่า Happy Meal เพราะเป็นการล่อใจให้เด็กๆทานอาหารจานด่วนที่เชื่อกันว่าไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ การฟ้องร้องดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่กำลังเกิดความกังวลเรื่องปัญหาโรคอ้วนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และก่อให้เกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของแมคโดนัลด์ต่อสังคม
Happy Meal คืออาหารชุดสำหรับเด็กของร้านอาหารจานด่วนแมคโดนัลด์ที่ประกอบด้วย แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้นหรือไก่บดชุบแป้งทอด มันฝรั่งทอดและน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม ซึ่งทาง Center for Science in the Public Interest หรือ CSPI ระบุว่าเป็นอาหารที่มีแคลลอรี่สูง และมีไขมัน น้ำตาล เกลือในระดับสูงซึ่งไม่เหมาะกับเด็กๆ สิ่งที่ CSPI ยื่นฟ้องต่อศาลไม่ใช่เรื่องโภชนาการดังกล่าว แต่เป็นเรื่องที่แมคโดนัลด์แถมของเล่นเด็กชิ้นเล็กๆไปกับ Happy Meal (เพิ่มเติม…)
Tags: ความสุข, พฤติกรรมการบริโภค, สังคม, สื่อ, อารมณ์, เด็กพ.ย.
ความหวังอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป
ผู้คนจำนวนมากพบว่า การมีความหวังจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น และการมองโลกในแง่ดีเช่นนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยที่เฝ้าหวังว่า สุขภาพร่างกายของตนจะดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนในสหรัฐผู้หนึ่งชี้ว่า บางทีความหวังนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

เมื่อเราป่วย เรามักจะได้กำลังใจจากญาติมิตร และเพื่อนฝูงอยู่เสมอ ว่าอะไรๆ จะดีขึ้น ด้วยเชื่อว่าการให้ความหวังเช่นนั้น จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเข้มแข็งขึ้น ใช่ไหมครับ? แน่นอนนั่นเป็นสิ่งที่ดี
Tags: การอยู่ร่วมกัน, ความสุข, ความหวัง, คิดบวก, สังคม, อารมณ์พ.ค.
ถึงทุกคนในบ้าน?เรามารีบเข้านอนกันเถอะ
| สังเกตกันบ้างไหมว่าพักหลังๆ คนในบ้านของเรานอนดึกหรืออดนอนกันบ้างหรือเปล่า ? ??????? ???????อาจกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับบางครอบครัวที่สามีกลับบ้านดึกไม่พอยังขนงานกลับมาทำที่บ้านจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน หรือภรรยานอนหลับคากองเอกสารที่โต๊ะทำงาน ในขณะที่บางบ้านอาจมีลูกๆนอนสลบบนกองหนังสือ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในช่วงเวลาสอบ ??????? ???????และเมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งอดหลับอดนอนมากๆ สมาชิกในบ้านที่คอยห่วงใยมักส่งเสียงเตือนปนไม่พอใจกับการนอนไม่พอก็เป็นได้ไม่ว่าจะเป็น ‘นอนไม่พอ…ระวังแก่นะ หรือ อดนอนแบบนี้…ไม่คุ้มกับเงินที่ได้มาเลยจริงๆ’ แต่ทว่าเสียงเหล่านี้กลับไม่สามารถทัดทานเจ้าตัวให้ข่มตาหลับลงไปได้เลย…ตราบใดที่งานยังไม่เสร็จสิ้น |
|||||
???????ทั้งนี้ มีงานวิจัยเชิงทดลองโดยอาสาสมัครหนุ่มสาว ได้ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน และเมื่อเจาะตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครเหล่านี้ พบว่า พวกเขามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวานแล้ว |
พ.ค.
มาสร้าง “Happy Mornings” กันเถอะ
? ก่อนจะปิดเปลือกตาลงในแต่ละคืน เชื่อว่าคงมีคุณแม่หลายคนคิดเรื่องราวมากมายอยู่ในสมอง เช่น เช้าขึ้นมาจะเตรียมอะไรให้ลูก – สามีทาน, จะต้องปลุกสมาชิกในครอบครัวมาอาบน้ำแต่งตัวกันตอนไหน หรือต้องเช็คความพร้อมกระเป๋า สมุด ดินสอ การบ้านของลูกว่าเสร็จเรียบร้อยไหม เตรียมสตางค์ค่าขนมให้ลูกหรือยัง จะออกจากบ้านกี่โมง ขับรถไปส่งลูกเส้นทางไหนดี ฯลฯ
???????
???????ด้วยเรื่องราวมากมายบีบคั้นอยู่นี้ จึงทำให้คุณแม่บางท่านเริ่มต้นเช้าวันใหม่พร้อม ๆ กับความเร่งรีบ รีบไปหมดทุกอย่าง นั่นก็ยังไม่ดี นี่ก็ยังไม่เสร็จ หนักเข้า ๆ ความเครียดจะก่อตัวขึ้น และระเบิดก็อาจตกในบ้าน โดนคุณพ่อบ้าง โดนลูกบ้าง โดนสมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านบ้าง หรือแม้กระทั่งเจ้าตูบสัตว์เลี้ยงแสนรัก กลายเป็นยามเช้าที่มีบรรยากาศสุดจ๋อย
???????
???????แต่เราอยากบอกว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นครอบครัวที่ความเครียดยังไม่ทันซึมลึกในสายเลือด หรือครอบครัวที่ความเครียดซึมลงไปถึงดีเอ็นเอแล้วก็ตาม โอกาสฟื้นฟูให้ความสุขในยามเช้ากลับคืนมาก็มีอยู่ และอาจจะง่ายกว่าที่หลายคนคาดคิดเอาไว้ด้วย??
ก.พ.
“นพ.ประเวศ”ชี้ทาง สร้าง”พลเมืองชั้น1″ สกัด”นักเลือกตั้ง” พัฒนา”สี่เหลี่ยมประชาธิปไตย”
ประชาธิปไตยควรเป็นสิ่งที่ดีงามมีความเป็นอารยะในตัวเอง ไม่ควรมีคำว่าอารยะมาขยายความอีก แต่ที่ผ่านมาประชาธิปไตยไปเชื่อมโยงกับเรื่องคอร์รัปชั่นจนกลายเป็นอนารยะประชาธิปไตยไปเสีย ทั้งๆ ที่คำคำนี้ไม่ควรมีคำขยายอันใดอีก ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยยังมองระบอบประชาธิปไตยไม่ครบ ยังจับส่วนเดียว มองแยกส่วนอยู่ ยังคงสนใจแต่องค์กรทางการเมือง เช่น การมีสภาผู้แทนราษฎร มีพรรคการเมือง ทั้งที่จริงแล้วมีมากกว่านั้น อีกทั้งยังติดมายาคติว่ารัฐธรรมนูญเป็นตัวสร้างประชาธิปไตย ประเทศไทยจึงมีรัฐธรรมนูญมาแล้วถึง 18 ฉบับ ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียว และอังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรเลย
นอกจากนั้น ประเทศไทยยังไม่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่ใหญ่กว่าองค์กรทางการเมือง เพราะวัฒนธรรมหมายถึงวิถีชีวิตร่วมกัน ความเชื่อร่วมกัน และขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมประชาธิปไตยจะไปกำกับองค์กรทางการเมืองให้เป็นกลไกในการสร้างประชาธิปไตย ไม่ให้กลายเป็นกลโกงเพราะขาดศีลธรรม เหมือนดังที่ประเทศไทยเผชิญมานานกว่า 70 ปีแล้ว
สถานการณ์ปัจจุบัน ประเทศไทยไม่สามารถรอองค์กรทางการเมืองให้ดีขึ้นได้ หากต้องสร้างสังคมให้เป็นอารยะประชาธิปไตย เพราะถ้ายังปล่อยให้นักการเมืองที่มีอยู่เพียง 3,000-4,000 คน อันเป็นกลุ่มก๊วนทางการเมืองที่มีความรู้น้อย ความสุจริตน้อย แต่กลับมีมากในเรื่องของสัตว์ร้าย 3 ตัว คือ ตัณหา อยากได้อยากมี มานะ อยากใช้อำนาจเหนือคนอื่น และทิฐิ เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่ ยังคงครองอำนาจโดยลำพัง ก็จะนำความเดือดร้อนมาสู่ชาติบ้านเมืองมากมาย
“ความจริงแล้วประเทศไทยมีหมู่บ้านและสถาบันการศึกษามากมาย แต่กลับปล่อยให้ประชาธิปไตยเป็นความคับแคบแค่เรื่องของนักเลือกตั้ง จึงต้องขยายเรื่องประชาธิปไตยให้กว้างขวางขึ้น โดยหันมาพัฒนา “สี่เหลี่ยมประชาธิป ไตย” ที่กอปรด้วย 1.คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองชั้นที่ 1 2.จิตสำนึกประชาธิปไตย 3.การกระจายอำนาจ และ 4.ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ”
โดยมิติที่ 1 คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองชั้น 1 นับเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นศีลธรรมพื้นฐาน เพราะการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกันจะนำไปสู่สิ่งดีงาม ทั้งแง่มุมความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นศีลธรรม และสิทธิมนุษยชน ทว่าสังคมไทยเป็นสังคมชนชั้นมานาน คนชั้นล่างจึงไม่มีเกียรติ ไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ อันเนื่องมาจากสังคมขาดความเป็นธรรม ผู้ใช้แรงงานจึงกลายเป็นคนไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรี คนขายส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ผสมปูน และอื่นๆ ที่มีจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้น 2 เพราะแม้แต่ในประเด็นกฎหมาย ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยังเคยกล่าวว่า กฎหมายไม่ยุติธรรมกับคนจน มีอคติกับคนจน ดังนั้น ถ้าจะขับเคลื่อนประเด็นนี้ต่อไป จะไปเย้วๆ เฉยๆ ไม่ได้
อย่างไรก็ดี การทำให้คนไทยทุกคนเป็นพลเมืองชั้น 1 นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเคารพความรู้ชนิดใด ความรู้ในตำราหรือความรู้ในตัวคน เพราะ ความรู้ในตำราจะได้จากการวิจัยและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่ความรู้ในตัวคนได้มาจากการทำงานจากวิถีชีวิต ถ้าเคารพเฉพาะความรู้ในตำราก็จะมีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่มีเกียรติ เหมือนพราหมณ์ที่ท่องมนต์คาถาได้ ดังที่สังคมไทยกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน
แต่ถ้าหากเคารพความรู้ในตัวคน ทุกคนจะมีเกียรติมีศักดิ์ศรี มากกว่านั้นความรู้เหล่านั้นจะมีประโยชน์มาก เพราะมาจากฐานวัฒนธรรมการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับความรู้ในตำราเพียงอย่างเดียวนับตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมหาวิทยาลัย ทำให้ระบบการศึกษาทั้งหมดเป็นเครื่องมือทำลายศีลธรรมพื้นฐาน เหมือนดังประสบการณ์ชีวิตผมที่เป็นเด็กยากจนมาก่อน ได้พบประสบการณ์ว่าเด็กๆ เมื่อเข้าไปเป็นนักเรียนในโรงเรียน ก็จะไม่กล้าเดินกับพ่อแม่ เพราะโรงเรียนจะสอนให้รู้สึกว่าชาวบ้านไม่มีเกียรติ อันนี้เป็นเรื่องลึกซึ้ง ซึ่งจะไปกระทบต่อแนวทางการปฏิรูปการศึกษา
อย่างไรก็ตาม ถ้าสถาบันการศึกษาสนใจประเด็นเหล่านี้ เอาความจริงของชีวิตของสังคมเป็นตัวตั้ง ไม่เอาตำราเป็นตัวตั้งอย่างเดียว บ้านเมืองก็จะมีพลัง เพราะศีลธรรมพื้นฐานนี้จะไปขับเคลื่อนประชาธิปไตย โดยสมัยรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ผมได้เสนอแนะให้ทำ Human Mapping แผนที่ความรู้ในตัวคน เพื่อทำให้ทุกคนรู้สึกมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และจะพัฒนาไปเป็นศูนย์ข้อมูลสำคัญ ทำให้เกิดแหล่งเรียนรู้เต็มประเทศ รู้ว่าใครเลี้ยงปลาเก่งหรือทำเกษตรผสมผสานเก่ง เป็นต้น ทุกคนจะกลายเป็นทั้งครูและนักเรียน อันเป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ของสังคมไทย
ยิ่งกว่านั้น ระบบรัฐไทยยังเป็นเผด็จการรวมศูนย์อำนาจ อำนาจรัฐครอบคลุมหมดทุกตารางนิ้ว ทุกกระทรวงลงไปถึงหมู่บ้าน เป็นอำนาจรัฐเผด็จการ การเมืองจึงเป็นเพียงการเปลี่ยนอำนาจ หากแต่ความเป็นเผด็จการไม่ได้เปลี่ยน จากเดิมเป็นอำนาจของพระเจ้าแผ่นดิน ต่อมาเป็นคณะราษฎร ต่อมาทหารกองทัพ ต่อมาเป็นนักเลือกตั้ง ประเทศไทยจึงต้องสร้างโครงสร้างของรัฐให้เป็นประชาธิปไตย ในส่วนของการกระจายอำนาจ ก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคมได้ ถ้าทำด้วยความมีธรรมาภิบาล ไม่เช่นนั้นประชาธิปไตยจะกลายเป็นเรื่องกินรวบหลังจากได้อำนาจทางการเมือง
ขณะที่ประการที่ 4 ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจสาธารณะทุกประเภทนั้น รัฐต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนใน 3 ด้านสำคัญ คือ การพัฒนา การตัดสินใจเชิงนโยบาย และการตรวจสอบอำนาจรัฐในทุกระดับ โดยรัฐในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรัฐบาลเท่านั้น หากแต่ครอบคลุมกลไกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ตำรวจ หรืออื่นๆ ทว่าที่ผ่านมารัฐไทยไม่ได้ทำ ดังนั้น ต้องไปช่วยกันดูมาตรา 87 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่าจะทำอย่างไรให้มีผลในทางปฏิบัติได้จริง ทว่าที่ผ่านมาจะพบว่าประชาชนได้ถูกตัดออกจากสมการทางการเมืองเรื่อยมา ประชาธิปไตยของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน จึงไม่เกิดขึ้น กลายเป็นประชาธิปไตยของนักการเมือง
ดังนั้น การทำให้ประชาธิปไตยเป็นเรื่องของประชาชน เพื่อประชาชน ไม่ใช่ของนักการเมือง จึงต้อง 1.รวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ เพราะจะทำให้เกิดประชาธิปไตยเต็มทุกพื้นที่ในทุกเรื่อง ประเทศไทยมีหมู่บ้าน ตำบล เทศบาล จังหวัด ก็จะทำให้มีนโยบายของท้องถิ่นของเทศบาลตามมา 2.เกิดกลุ่มเกษตรกร กลุ่มกรรมกร กลุ่มคนพิการ และกลุ่มอาชีพต่างๆ 3.ขับเคลื่อนประเด็นการตรวจสอบคอร์รัปชั่น การสื่อสาร สุขภาพ การศึกษา และพลังงาน เป็นต้น โดยภาคประชาชนมีความสำคัญสุดในการตรวจสอบคอร์รัปชั่น เพราะมีพลังเยอะสุด
และ 4.ภาคประชาสังคมและวิชาการต้องเข้ามาร่วมขับเคลื่อนด้วย โดยมหาวิทยาลัยนอกจากจะเอาความจริงของสังคมเป็นตัวตั้งแล้ว ยังต้องคลี่เรื่องสลับซับซ้อนออกมาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ มหาวิทยาลัยต้องหนุนภาคประชาชนให้สามารถขับเคลื่อนประเด็นต่างๆ ได้ เช่น เรื่องพลังงานก็ต้องขจัดการผูกขาดของกลุ่มคนขายรถ คนทำถนนออกไปให้ได้ หรือทำให้มีธรรมาภิบาลมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยไม่มีส่วนในการกำหนดนโยบายสาธารณะเลย
ทั้งนี้ ถ้าแยกกันทำ ทุกอย่างจะดูเป็นเรื่องยาก แต่หากร่วมมือกันก็จะเกิดประชาธิปไตยสมานฉันท์ ทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยแท้จริง ไม่ใช่แค่ในตอนเลือกตั้งเท่านั้น เช่นเดียวกันกับต้องทำให้ระบบการศึกษาทั้งหมดปรับตัวมาสร้างปัญญาด้วย
ภพภูมิใหม่แห่งการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงมาจากแบบเก่าที่มีแค่การวิเคราะห์ วิจารณ์ แล้วนำไปสู่การทะเลาะต่อสู้ มาเป็นแบบใหม่ที่ลึกถึงขั้นสังเคราะห์ จัดการ แล้วนำไปสู่การร่วมสร้าง นับเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการที่ทอนกำลังไม่สร้างพลังร่วมมาเป็นการสร้างสติปัญญาที่สูงขึ้น กล่าวคือ จากระดับ “จำใจใช้วิสัง” ท่องจำที่เป็นขั้นต่ำสุด มาเป็นเข้าใจ ตามมาด้วยใช้ ทำเป็นประยุกต์เป็น ก่อนจะสูงขึ้นไปเป็นขั้นวิเคราะห์ รู้อะไรเป็นอะไร แล้วก็สังเคราะห์คือสามารถปรับและประเมินได้ อันจะไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่มาจากการร่วมสร้างของพลเมือง
การปฏิรูปหรือร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลกต้องทำให้คนไทยทั้งมวลมีสุขภาวะที่ดีหรือ Happiness for All โดยการรวมพลังภาคส่วนต่างๆ ทางสังคม ทั้งคณะองคมนตรี รัฐบาล รัฐสภา กองทัพ กลไกรัฐ องค์กรกึ่งรัฐกึ่งสังคม เช่น สกว. สสส. สช. สปสช. สถาบันพระปกเกล้า สภาประชาชน สภาพัฒนาการเมือง สภาที่ปรึกษา สภาองค์กรชุมชน ผู้แทนสภากรรมกร สภาเกษตรกร ตลอดจนภาคประชาชน สื่อมวลชน มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ สภาทนายความ ฯลฯ เข้าด้วยกัน
อันเป็นการจูนเข้าหากันเพื่อให้เกิดพลังเหมือนแสงเลเซอร์ที่เป็นคลื่นพลังอ่อน แต่เมื่อรวมกันแล้วมีพลังมาก โดยเบื้องต้นต้องสร้างเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมในการสร้างสังคมอารยะประชาธิปไตยหรือการสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สุดในโลก หากทำได้เช่นนั้นก็จะเกิดพลังมหาศาลเพราะเป็นการร่วมคิดร่วมทำ
ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2552
Tags: สติปัญญา, สังคม, อารมณ์ก.พ.
แหล่งที่มาของความสุขของคนเรา คืออะไรบ้าง?
คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้คนเรามีความสุขมากขึ้น ถูกล็อตเตอรี่สักใบ มีรถสวยๆ ขับ หรือมีเพื่อนๆ รอบข้างที่มีความสุข นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard และจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตซานดิเอโก้ มีคำตอบของเรื่องนี้
นักวิจัย Nicholas Christakis และ James Fowler เฝ้าติดตามภาวะด้านอารมณ์ของกลุ่มตัวอย่าง 5 พันคนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ในการศึกษาที่ใช้ชื่อว่า Framingham Heart Study โดยมีเป้าหมายเพื่อเรียนรู้ความเสี่ยงของโรคหัวใจล้มเหลวและภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
การวิจัยพบว่าคนที่มีเพื่อนฝูงมีความสุขมากๆ มีโอกาสที่จะมีความสุขไปด้วย และยิ่งเพื่อนที่มีความสุขนั้นอยู่ใกล้กันเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็เช่น คนๆ หนึ่งจะมีความสุขเพิ่มขึ้นประมาณ 20% หากมีเพื่อนที่มีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใสอาศัยอยู่ไม่ไกลเกินหนึ่งกิโลเมตรครึ่ง และหากคุณโชคดีมีเพื่อนที่มีความสุขอยู่บ้านติดกัน คุณยิ่งจะมีความสุขเพิ่มขึ้นถึง 34% ที่สำคัญผลแห่งความสุขนี้จะดำรงคงอยู่เป็นปีเลยทีเดียว

มิ.ย.
ความหมายของความสุข
?????????
ความสุข? เป็นคำธรรมดาสามัญที่สุดเท่าที่เราจะนึกได้เมื่ออยากจะอวยพรหรือมอบสิ่งๆดีๆให้แก่กัน??จากรายงานการศึกษาเรื่องความสุขทำให้ได้ทราบความหมายที่ลึกซึ้งและวิธีการอันจะนำมาซึ่งความสุขตามที่หลายๆคนปรารถนา? ลองมาร่วมกันค้นหาความหมายของความสุขกันค่ะ
??????? มีการศึกษาเกี่ยวกับความสุขสืบต่อกันมาหลายศตวรรษและมีคำมากมายที่ให้เรียกความสุข? ได้แก่? ความเป็นอยู่อันดี? คุณภาพชีวิต?? ความพึงพอใจในชีวิต?? แต่ความสุขเป็นคำที่ใช้แพร่หลายที่สุด
????? ความสุขหมายถึงอะไรอาจมีคำตอบสองอย่างสำหรับคำถามนี้คือ
? ก. ภาวะทางอารมณ์ทางบวกความร่าเริงสนุกสนาน
?ข.ความพึงพอใจในชีวิตทั้งมวลหรือบางส่วนของชีวิต
??? ความสุขไม่ได้มีความหมายตรงข้ามกับความทุกข์? ความซึมเศร้า? หรือสุขภาพไม่ดีแม้ว่ามันจะมีความสัมพันธ์ทางลบกับภาวะเหล่านี้ก็ตาม
??????????????? ความสุขประกอบด้วยอะไรบ้าง? แอนดรูว์และวิทธี(Andrews? and Whithey,1978) เสนอว่า ความสุขมีองค์ประกอบดังนี้
1. อารมณ์ทางบวก
2. ความพึงพอใจในชีวิต
3. ปราศจากอารมณ์ทางลบหรือความเศร้าโศก
??????????? ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจากการวิจัยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน? อาจมีองค์ประกอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสุขอีกได้แก่? การบรรลุความปรารถนาแห่งตน? เช่น บรรลุยังเป้าหมายในชีวิต? การมีความเจริญงอกงาม?? มิติของความสุขภายในจิตใจที่มีความใกล้เคียงกันคือ? การได้ใช้เวลาว่าง?? การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอันเป็นที่รัก? เช่น? สามี? ลูก? เป็นต้น? หรือการดื่มด่ำไปกับความงามของธรรมชาติ(Argyle? and Crossland,1991:Lu and Argyle,1994) คำอธิบายความสุขอย่างกว้างๆ คือ
ประสบการณ์ภายในจิตใจของบุคคลด้านบวก
??????? ปรัชญาเมธีของจีนเสนอว่า ?ความสุขหมายถึงการมีชีวิตที่ดี (Xin Hua dictionary, 1987) วู? (Wu , 1992) ชี้ว่าความสุข? คือการมีอายุยืนยาว?? ความรุ่งเรือง? สุขภาพ? ความไม่มีโรค? ความสงบ? การรู้สึกผ่อนคลายจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความตาย? สิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับชีวิต ?คำสอนขงจื้อนับว่ามีอิทธิพลที่สุดต่อวัฒนธรรมความเชื่อของคนจีนโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวลูกหลาน? ชีวิตของแต่ละคนเป็นการเชื่อมต่อกับบรรพบุรุษ?? การสืบต่อวงศ์ตระกูล?? ครอบครัวจึงเป็นศูนย์กลางของชีวิตของบุคคล? เพื่อให้บรรลุเป้าหมายบุคคลจึงต้องทำงานหนักเพื่อรักษาและขยายครอบครัว?? ระบบค่านิยมของขงจื้อแบ่งความสุขเป็น? 4 ด้านได้แก่
1.องค์ประกอบของครอบครัว?? ความรับผิดชอบต่อครอบครัว? การเชื่อฟังผู้ใหญ่
2 .องค์ประกอบของกลุ่ม? ยอมรับโครงสร้างของลำดับชั้นทางสังคม?? ไว้วางใจผู้มีอำนาจ? ทำให้เกิดความเป็นปึกแผ่น? ความกลมกลืนและเป็นไปตามบรรทัดฐานของกลุ่ม
3. องค์ประกอบการทำงานได้แก่การศึกษา? การเรียนรู้? ทักษะ? การทำงานหนัก? การอดออม??
4. องค์ประกอบในการประพฤติปฏิบัติ?? ความสงบสุข?? ความถ่อมตนและความมีวินัย? ความสุขตามปรัชญาของขงจื้อ? เน้นที่ความเป็นอยู่อันดีของครอบครัว? สังคมมากกว่าความสุขส่วนบุคคล?
??????? วัฒนธรรมจีนจึงเน้นการแบ่งปันความสำเร็จให้แก่กลุ่ม? การทำประโยชน์ ให้แก่สังคมถือเป็นความสุขสูงสุด? ความพยายามหาความสุขใส่ตนถือเป็นสิ่งไม่มีคุณค่า? น่าละอาย
??????? ลูและชิ(Lu and Shi,1997)ได้ทำแบบแผนแหล่งของความสุขโดยทำกับประชากรไต้หวัน? ได้แห่งความสุข 9 ด้านดังนี้
1.การได้รับการยอมรับนับถือ? เช่น? คำชมเชย?? การให้เกียรติ
2.การมีความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดี เช่น ครอบครัวอบอุ่น ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต
3.ความพึงพอใจจากการได้รับการตอบสนองความต้องการทางวัตถุ ?หาเงินได้มาก? มีเงินเพียงพอในการจับจ่ายใช้สอย
4.ความสำเร็จในการทำงาน เช่น มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน? ทำงานบรรลุเป้าหมาย
5.มีความสบายใจ? ?รู้สึกผ่อนคลาย? เช่น? เข้าใจความหมายของชีวิตหรือเชื่อในโชคชะตามันเป็นเช่นนั้นเอง
6.มีความสุขจากการที่คนอื่นยอมเสียสละ? เช่น ได้หยุดพักผ่อนในขณะที่คนอื่นทำงานหนัก
7.รู้สึกถึงการควบคุมตนเองและมีความประจักษ์ในตน เช่น บรรลุเป้าหมายในชีวิตหรือพยายามให้ดีที่สุดและได้รับคำวิจารณ์ที่ตนปรารถนา
8.อารมณ์ทางบวก? เบิกบานใจ? ผ่อนคลาย? ไม่มีอะไรทำให้โกรธ
9.สุขภาพ เช่น ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ
???????? จากผลการศึกษาของลูและชิ พบว่าความสุขเกิดจากการได้รับการยอมรับนับถือโดยบุคคลอื่นให้การยอมรับการกระทำหรือความสำเร็จ?? นอกจากนี้ความสุขยังเกิดจากการมีความสัมพันธ์ที่ดีบุคคลอื่น?? ความเป็นปึกแผ่น? ความซื่อสัตย์จากพวกพ้องและบุคคลในครอบครัว?? การได้รับความสำเร็จในอาชีพ?? การงาน? ทำให้มีหลักฐาน? มั่นคง เป็นการช่วยเหลือครอบครัว? การควบคุมตนเอง?? การพัฒนาตนเอง? ความประจักษ์ในตนเอง? คือการเป็นคนดีมีศีลธรรม? มีคุณธรรม? เป็นความยินยอมยอมรับความเป็นไปในชีวิต 
???????? ในทศวรรษที่ผ่านมาความสุขเป็นรูปแบบใหม่ที่เข้ามาแทนที่? รูปแบบการรักษาทางร่างกายและจิตใจในหนังสือสุขภาพคนปี 2000 (USDHHS,1990)ได้วางเป้าหมายการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเป็นเป้าหมายหลักทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกาเป็นการปรับบริการทางด้านสุขภาพเนื่องจากสองในสามของประชากรอเมริกันที่ตายก่อนถึงวัยอันควร? มีสาเหตุมาจากแบบในการดำเนินชีวิต???75 % ของเงินที่ใช้ในการบริการทางด้านสุขภาพใช้รักษาผู้ป่วยซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง?? นอกจากนี้ค่ารักษาพยาบาลยังเพิ่มขึ้น 5% ถึง 12 %เพิ่มสูงกว่ารายได้ของประชาติในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา(? 1960-1990)จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการเน้นที่โรคและความเจ็บป่วยมาเป็นสุขภาพและความเป็นอยู่อันดี(Randall,1996)
????????? มายเออร์? สวีนี่และวิทเมอร์(Myer,Sweeney,and Whitmer,2000)ได้เสนอ กงล้อแห่งความผาสุก หรือ ความสุขสบาย(wheel? and wellness)เ พื่อเป็นรูปแบบในการรักษาแบบองค์รวมโดยรวมเอาหลักการ?? ผลจากการศึกษาวิจัยทางการแพทย์?? สังคมและจิตวิทยา? มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความเป็นอยู่อันดีของบุคคลตลอดทุกช่วงชีวิต?? เป็นการเน้นการป้องกัน? การพัฒนาแบบองค์รวม? อันเป็นทิศทางใหม่ในการดูแลสุขภาพ? ตัวอย่าง เช่น? ไม่เน้นการใช้ยาและการผ่าตัดในการรักษาโรคหัวใจ?? การบำบัดยังรวมถึงการจัดการความเครียด? การปรับปรุงการสื่อสาร? การปรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล? การปรับแบบการดำเนินชีวิต? เช่น?? ออกกำลังกาย โภชนาการ?? การฝึกสมาธิ
กงล้อแห่งความผาสุกหรือความสุขสบายของบุคคลประกอบด้วยงานชีวิต? 5? ด้าน?? ดังนี้?
???? 1. จิตวิญญาณ? เป็นการตระหนักรู้? เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งถึงความเป็นหนึ่งเดียวหรือรู้สึกเชื่อมโยงกับจักรวาล? เป็นความเชื่อ? ค่านิยม? ศาสนา เป็นลักษณะที่เป็นแกนของบุคคลที่มีสุขภาพดี? เป็นแหล่งของมิติต่างๆ ของความสุขสบายอื่นๆ เช่น? การทำกิจกรรมทางศาสนาหรือการฝึกทางจิตวิญญาณอื่นๆ
????? 2. การให้ทิศทางแก่ตนเองเพื่อไปสู่เป้าหมายระยะยาว? ประกอบด้วย
??????????????? 2.1 ความรู้สึกในคุณค่าแห่งตน ??ความนับถือตนเอง? เห็นอัตมโนทัศน์?? ปัจจัยสำคัญของการมีอัตมโนทัศน์ทางบวก คือ ความเป็นอิสระแก่ตน? การสนับสนุนทางสังคม? การควบคุมตนเองจากภายใน? หรือความเชื่อในประสิทธิภาพแห่งตน ??ความนับถือตนเองสูง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บและเสริมสร้างความเป็นอยู่อันดี
??????????????? 2.2 การควบคุมตนเอง ??การควบคุมจากภายในตน(internal? locus? of control)ความวิตกกังวลต่ำ? มีพฤติกรรมที่ดูแลสุขภาพ? เช่น? สามารถควบคุมน้ำหนัก? ออกกำลังกาย
??????????????? 2.3 ความเชื่อสอดคล้องกับความเป็นจริง? มนุษย์เราไม่ได้ถูกรบกวนจากสิ่งอื่นแต่เกิดจากความคิดของเรา? คนที่มีสุขภาพดีจะสามารถประมวลผลข้อมูลอย่างถูกต้องและมีการรับรู้ตามความเป็นจริง?? สามารถยอมรับตนเองว่าไม่สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง
??????????????? 2.4 ตระหนักในอารมณ์ของตนเองและจัดการกับสิ่งนี้ได้ ??มีการแสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสมรวมทั้งมีอารมณ์ทางบวก
??????????????? 2.5 การแก้แก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์? ?คนที่แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมักควบคุมตนเองได้?? ความคิดไร้เหตุผลน้อย?? วิพากษ์วิจารณ์ตนเองต่ำ?? ทนต่อความกดดัน?? การปรับตนเหมาะสม?? คนที่มีความคิดสร้างสรรค์สูงมักมีความนับถือตนเองสูงและมีความพอใจในตนเอง
??????????????? 2.6 อารมณ์ขันโดยเฉพาะการได้หัวเราะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเพิ่มพูนระบบภูมคุ้มกันทนต่อความกดดัน?? การปรับตนเหมาะสม
??????????????? 2.7 โภชนาการ? มีความสัมพันธ์ของการกินและสุขภาพ? อารมณ์? การกระทำและความยืนยาวของชีวิต
??????????????? 2.8 การออกกำลัง เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ?? ความแข็งแรงและความเชื่อมั่น
??????????????? 2.9 การดูแลตนเอง มีนิสัยระมัดระวังในความปลอดภัย?? ปกป้องตนเองจากอันตราย? เพิ่มพู? คุณภาพชีวิต
??????????????? 2.10 การจัดการความเครียด?? บุคคลที่สามารถจัดการกับความเครียด?? มีระบบภูมิคุ้มกันความเครียด?? วิธีจัดการกับความเครียด? เช่น?? การฝึกการสื่อสารและพฤติกรรมกล้าแสดงออก? การแก้ปัญหา?? การสนับสนุนทางสังคม
??????????????? 2.11 เอกลักษณ์ทางเพศ รู้ถึงความเป็นหญิงหรือชายของตนตามการนิยามและโครงสร้างทางวัฒนธรรม? มีความเชื่อมั่นหรือความสบายใจในความเป็นชายหรือหญิงของตน
??????????????? 2.12 เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ?เป็นความคิดที่มีหลายมิติโดยรวมเอาเอกลักษณ์ทางชาติพันธุ์????? ความประทับใจในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมทำให้บุคคลมีความเข้มแข็งและมีความเจริญงอกงาม
3.งานและเวลาว่าง? เพศชายที่ได้รับการยอมรับในการทำงานเพิ่มพูนความเชื่อมั่นและการควบคุมตนเอง? ในเพศหญิงการมีรายได้มีผลต่อความเป็นอยู่อันดี?? ความรู้สึกว่ามีความสามารถในการทำงานมีผลด้านบวกต่อความพึงพอใจในชีวิต
??????????????? เวลาว่างหรือการเล่น “ได้แก่กิจกรรมทางกายภาพ? สังคม?? ปัญญา? ทำด้วยความสมัครใจ? สร้างสรรค์?? ช่วยเพิ่มพูความรู้สึกถึงความเป็นอยู่อันดี
??
? 4. มิตรภาพ รวมเอาความสัมพันธ์ทางสังคมทั้งหมดของบุคคลกับคนอื่นทั้งเป็นรายบุคคลหรือกับชุมชน? ความสนใจทางสังคมเป็นธรรมชาติภายในของมนุษย์ เป็นความห่วงใยและการให้คุณค่าแก่บุคคลอื่น?
?การได้รับการสนับสนุนทางสังคม? ตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางสังคมของบุคคลทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวสัมพันธ์กับความนับถือตนเอง
?? 5.ความรัก?? ความรู้สึกว่าเป็นที่รัก? เป็นความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน? ผูกพันใกล้ชิด? เกื้อกูลกัน?? ความรักช่วยปกป้องบุคคลจากโรคทางกายและใจ เพิ่มอายุให้ยืนยาว
??????????????? กงล้อแห่งความผาสุกหรือความสุขสบายเป็นการรวบรวมลักษณะของคนสุขภาพดีตลอดช่วงชีวิตช่วยเป็นพื้นฐานในการพัฒนามนุษย์เพื่อให้มีความเป็นอยู่อันดีโดยมีพื้นฐานจากจุดแข็งและทรัพยากรในตัวบุคคลและอาจมีการปรับเปลี่ยนแบบการดำเนินชีวิตบางด้าน
??????????????? สรุปได้ว่ากระบวนทัศน์ของความสุขที่กล่าวมาทั้งหมดมีลักษณะหลายอย่างร่วมกันและมีความคล้ายคลึงกันโดยการเน้นอารมณ์ทางบวก?? ความสามารถในการควบคุมตนเองและการมีความสัมพันธ์ที่เหมาะสม? เป็นต้น มีข้อแตกต่างระหว่างโลกตะวันตกโลกและตะวันออกเกี่ยวกับกระบวนทัศน์ทางความสุข? ตะวันออกจะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่าโดยให้ความสำคัญกับครอบครัวและสังคม? ขณะที่กระบวนทัศน์ทางตะวันตกเน้นที่ตัวบุคคล
……………………………………………………………………………………………….
??????????????? ที่มา? :? * รศ. ดร.ศิริบูรณ์? สายโกสุม? อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยา? คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงวารสารฉบับการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 ของสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์????
…………………………………………………………………………
Bibligraphy
??????????????? Andrews,F.M.,Whithey,(1978)Social indicators of wellbeing.New York: Plenum.
??????????????? Argyle,M.,&Crossland .J.(1991)The dimentions of positive emotions. British journal of Social Psychology,26,127-137.
??????????????? Lu,Luo, &Shih, J.B.(1997)Source of happiness:A quality approach. The J ournal of Social Psychology,137(2),181-187.
??????????????? Randall, J.L (1996)Evolution of the new paradigm. Primary Care,23,183-198.
U.S Department of Health and? Service.(1990) Healthy people 2000:National health Washington D.C. : U.S Government Printing? Office.
??????????????? Wu,Y.(1992) Source of inner happiness. Taipei :Tong? Da? Books.
??????????????? Xin hua dictionary(1987Beijing : Bussiness publications.
………………………………………………………………………………………….
เรียบเรียง? : สรวงธร นาวาผล

