Posts Tagged ‘เมืองน่าอยู่’
ก.ย.
คนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีความสุขความพึงพอใจ จะให้มากกว่าคนในประเทศที่ไม่มีความสุข
มูลนิธิการกุศลระหว่างประเทศ Charities Aid Foundation ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในอังกฤษ และมีหน่วยงานอยู่ในทุกทวีปทั่วโลก จัดทำดัชนี The World Giving Index รายงานผลการศึกษาสำรวจพฤติกรรมการให้หรือบริจาคและการทำงานเพื่อการกุศลในประเทศต่างๆ ทั่วโลกรายแรก
การศึกษาสำรวจนั้น พิจารณาพฤติกรรมการให้เพื่อการกุศล 3 แบบ คือ การบริจาคเงิน การให้เวลาในการทำงาน และการช่วยเหลือคนแปลกหน้า
ผลการสำรวจใน 153 ประเทศแสดงว่า ยิ่งคนเรามีความสุขมากเท่าใด ยิ่งให้มากเท่านั้น และคนที่มีความสุข ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน จะมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และให้มากกว่าคนที่ไม่มีความสุข
จากการสำรวจนี้ ปรากฏว่า ออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ประชาชนให้เพื่อการกุศลมากที่สุดในโลกเป็นอันดับหนึ่งเท่ากัน โดยได้คะแนน 7.3 จากคะแนนเต็ม 10 (เพิ่มเติม…)
Tags: การอยู่ร่วมกัน, ครอบครัว, ความดี, ความสุข, ชุมชน, ทัศนคติ, เมืองน่าอยู่ม.ค.
ผู้คนที่ไหนที่มีความสุขมากที่สุดในโลก?
คนที่มีความสุข หรือถูกจัดว่ามีความสุขที่สุดในโลก ตามดัชนีการวัดต่างๆ นั้น เป็นผู้ที่มีพูดภาษาสเปนเป็นหลัก ที่อยู่ในย่านอเมริกากลาง มีสินค้าออกที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ กล้วยหอม และสาวสวยของประเทศนี้ มักเข้ารอบการประกวด Miss Universe อยู่บ่อยๆ
ประเทศที่ว่าก็คือ คอสตาริก้านั่นเอง และถึงแม้ว่าจะมีวิธี หรือมาตรวัดความสุขอยู่หลายอย่างด้วยกัน แต่คอสตาริก้าก็มักจะติดที่ 1 ทุกครั้งไป ไม่ว่าจะวัดด้วยวิธีใดก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่น จากฐานข้อมูล Data base ที่ชื่อ World Of Happiness ซึ่งนักสังคมวิทยาชาวเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดทำ โดยอาศัยการสำรวจของ Gallop และหน่วยงานวิจัยอื่นๆ นั้น คอสตาริก้ามาเป็นอันดับ 1 ในบรรดา 148 ประเทศที่มีการสำรวจ ในขณะที่คนอเมริกันนั้นติดอันดับ 20 ของการสำรวจนี้
แต่ในอีกแง่หนึ่ง นักวิชาการได้วัดค่าความสุข จากการคำนวณปีที่ชีวิตเป็นสุข ด้วยการรวมค่าความสุขโดยเฉลีย เท่ากับช่วงความยืนยาวของชีวิต และจากมาตรวัดนี้ คอสตาริก้าก็มาเป็นอันดับ 1 เช่นเคย ในขณะที่สหรัฐติดอันดับ 19 และซิมบับเวย์มาที่โหล่
Tags: การอยู่ร่วมกัน, ความสุข, สังคม, สิ่งแวดล้อม, สุขภาพ, สุขภาพจิต, เมืองน่าอยู่ม.ค.
การระดมพลังปัญญาและหัวใจเพื่ออนาคตกรุงเทพฯของเรา
เมื่อวันอังคารที่ 19 มกราคม 2553 เวลา 9.00-15.30 น. สำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จักงาน “ระดมพลังปัญญาและหัวใจเพื่ออนาคตกรุงเทพฯของเรา” ณ ห้องประชุม ชั้น 12 โรงแรมวี (ราชเทวี) กรุงเทพฯ?
รศ.ดร.วิลาสินี อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม สสส. กล่าวสั้นๆถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เพื่อเป็นการบูรณาการในระดับพื้นที่ สนับสนุนให้เกิด ?กรุงเทพฯเมืองน่าอยู่? สนองพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บูรณาการกรุงเทพฯโดยใช้พลังความร่วมมือจากองค์กรภาคี เครือข่าย เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างคนทำงานและสร้างกำลังใจในการทำงานให้แก่กัน และเพื่อให้เกิดการต่อยอดขยายงานของภาคีเครือข่าย
กระบวนการระดมความคิดเป็นแบบ world cafe โดยมีอ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ จากบางกอกฟอรั่ม มาเป็นวิทยากรกระบวนการ ซึ่งอ.ได้ให้แนวคิดแบบ “พลเมืองผู้ริเริ่ม” และได้ข้อสรุปปัญหาต่างๆของกรุงเทพฯซึ่งต้องได้รับการแก้ไขเพื่อให้เป็น “กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่”
อ.ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ วิทยากรกระบวนการ
นำเสนอความคิดของแต่ละกลุ่ม

ผู้เข้าร่วมกระบวนการจากหลายหลายที่ทั้งอ.จากคณะสถาปัตย์ ชุมชน ข้าราชการ NGO
Tags: กรุงเทพฯ, พื้นที่สร้างสรรค์, เมืองน่าอยู่ม.ค.
10ประเด็นปฏิรูป”ประเทศไทยน่าอยู่ที่สุดในโลก”
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้ให้แนวทางในการปฏิรูปประเทศไทยไว้ว่า “ทรัพยากรที่เรามีอยู่ทั้งหมดจะช่วยสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สุดในโลกได้” แต่จะต้องมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน โดยให้แนวทางว่าควรมีประเด็นในการปฏิรูปอย่างน้อย 10 เรื่อง ดังนี้
1. สร้างจิตสำนึกใหม่
2. สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่
3. ความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่น
4.สร้างระบบการศึกษาที่พาชาติออกจากวิกฤต
5. สร้างธรรมาภิบาลระบบการเมืองการปกครอง ระบบยุติธรรมและสันติภาพ
6. สร้างระบบสวัสดิการสังคมที่ก้าวหน้า
7. สร้างดุลยภาพเรื่องสิ่งแวดล้อมและพลังงาน
8. ปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อสุขภาวะของคนทั้งมวล
9.การวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ
10. ระบบการสื่อสารที่ผสานให้เกิดการพัฒนาทั้งหมด
ที่มา : จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพฉบับสร้างสุข? ปีที่ 6 ฉบับที่ 96 กันยายน 2552 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
Tags: ปฏิรูปประเทศ, ประเทศน่าอยู่, เมืองน่าอยู่, เรียนรู้ธ.ค.
สิทธิ ในการนำผ้าที่ซักแล้วมาตากกลางแจ้ง
ชาวอเมริกันจำนวนมาก กำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ ในการนำผ้าที่ซักแล้วมาตากกลางแจ้ง? ?

?ภาพเสื้อผ้าหลากสีสัน ขึงตากอยู่ตามบ้านเรือน หรืออาคารที่พักอาศัยต่างๆ คงจะเป็นสิ่งที่คุ้นตาคนที่เมืองไทยกันเป็นอย่างดี แต่ที่อเมริกา หลายๆ รัฐมีกฏข้อบังคับห้ามตากผ้ากลางแจ้ง ด้วยเกรงว่าจะเป็นภาพที่ไม่น่าพิศมัย สำหรับคนที่ผ่านไปผ่านมาเท่าใดนัก
?
?แต่เวลานี้ กำลังมีการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ ในการตากผ้าในหลายรัฐ โดยชูประเด็นเรื่องการประหยัดพลังงาน เป็นเหตุผลหลัก
ในวันที่แดดดีดี คุณ Carin Froehlich ชาวรัฐเพนซิลเวเนีย และหลานสาวจะช่วยกันนำผ้าที่ซักแล้ว มาขึงตากกลางแจ้ง บนเชือกที่แขวนไว้ระหว่างต้นไม้ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเดี๋ยวเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องมาบอกให้หยุดตากผ้านอกบ้าน และแม้ที่รัฐเพนซิลเวเนียนี้ จะไม่มีกฎหมายห้ามการตากผ้ากลางแจ้ง แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ยังพยายามสั่งไม่ให้เธอตากผ้า ในขณะที่เพื่อนบ้านบางคน ก็ขอร้องให้เธออย่านำผ้าออกมาตากนอกบ้านอีกเลย เพราะไม่ต้องการเห็นชุดชั้นในของเธอ ลอยแกว่งไปแกว่งมา แม้นั่นจะเป็นอาณาเขตบ้านของเธอเองก็ตาม สุดท้ายเธอจึงต้องเก็บเฉพาะชุดชั้นในเ ข้ามาตากในบ้าน
Tags: กิจกรรม, ชุมชน, สังคม, สิทธิขั้นพื้นฐาน, เมืองน่าอยู่, เรียกร้องส.ค.
ของฟรีมีที่ต้นไม้
ธรรมชาติของต้นไม้จะดูดเอาน้ำจากใต้ดินขึ้นมาทางราก และคายออกทางปากใบ เมื่อลมโชยมา จึงทำให้อุณหภูมิรอบๆ เย็นลง 3 ? 5 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ ต้นไม้ยังมีศักยภาพในการดักจับฝุ่นและดูดซับมลพิษได้อีกด้วย ผลการศึกษาของนครชิคาโกเมื่อปี 1991 พบว่า ไม้ใหญ่ในเมืองสามารถขจัดก๊าซพิษได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ 93 ตันต่อปี ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 17 ตันต่อปี ไนโตรเจนไดออกไซด์ 98 ตัน ต่อปี และก๊าซโอโซน 210 ตันต่อปี ตลอดจนดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อีก 234 ตันต่อปี

การปลูกต้นไม้จึงเปรียบเหมือนการติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้บ้านเย็นสบาย แถมด้วยเครื่องฟอกอากาศใช้ฟรีโดยไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายตังค์ค่าไฟ
Tags: ชุมชน, ธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม, เมืองน่าอยู่, โลกร้อนส.ค.
อายุเฉลี่ยของประชากรโลก สูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา
รายงานฉบับใหม่ของสำนักสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐระบุว่า ปัจจุบันอายุเฉลี่ยของประชากรโลกสูงขึ้นในอัตราที่รวดเร็วที่สุดกว่าที่เคยเป็นมา และในอีกราว 10 ปี ประชากรโลกที่อายุเกิน 65 ปีจะมีจำนวนมากกว่าเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปีเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษย์
รายงานการสำรวจของสำนักสำมะโนประชากรสหรัฐฉบับล่าสุดระบุว่า ภายในปี 2040 ประชากรโลกที่อายุเกิน 65 ปีจะเพิ่มจาก 7% เป็น 14% คิดเป็นจำนวนจาก 506 ล้านคนเป็น 1,300 ล้านคน โดยประชากรอายุเกิน 65 ปีในประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มขึ้นถึงจาก 313 ล้านคนในปัจจุบันเป็นมากกว่า 1 พันล้านคนในปี 2040 โดยเฉพาะในจีนและอินเดีย ซึ่งประชากรอายุเกิน 65 ปีจะเพิ่มขึ้นจาก 166 ล้านคน เป็น 551 ล้านคนในอีก 31 ปีข้างหน้า




