Posts Tagged ‘’

04
ม.ค.

คำขวัญวันเด็กปี2553

Posted under Happy kids, Happy vision No Comments

คำขวัญวันเด็กปี 2553 จาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี ได้แก่ “คิดสร้างสรรค์ ขยันใฝ่รู้ เชิดชูคุณธรรม”

มอบให้แก่น้องๆทุกคนนะคะ:lol:

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Tags: , , , ,
18
เม.ย.

บุคลิกใหม่ของเด็กไทย

Posted under Happy society No Comments

เทคโนโลยีหรือความทันสมัยทุกวันนี้มีความเปลี่ยนแปลงกันวันต่อวันเลยก็ว่าได้ ลำพังการตามข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมืองให้ครบถ้วนรอบด้านก็ลำบากจะแย่อยู่แล้วสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้านแล้วแถมยังต้องมานั่งเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็กที่บ้านอีกต่างหาก…แต่ปัญหาอะไรก็คงไม่หนักอกหนักใจพ่อแม่เท่ากับคำถามเรื่องเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ …. หรืออะไรต่อมิอะไรที่โผล่กันขึ้นมา พ่อแม่ในยุคใหม่ก็คงเริ่มปวดหัวแล้วล่ะ.. มาดูกันค่ะว่า เด็กไทยยุคใหม่จะมีบุคลิกอย่างไรในอนาคต?

ติดเร็ว ติดรีบ

?ในยุคที่เด็กๆ เติบโตมาพร้อมๆ กับเทคโนโลยีที่ขยายตัวขึ้นมารองรับความสะดวกสบายต่างๆ ในทุกด้าน… ทั้งคอมพิวเตอร์โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่น MP3 และอุปกรณ์อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เด็กๆ แห่งโลกอนาคตเหล่านี้ความอดทนจะลดลงไป อะไรนิด อะไรหน่อย…. ก็รอไม่ได้ดูเหมือนว่าทุกอย่างรอบตัวจะต้องเร่งรีบไปหมด อันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่นาน เป็นต้องโทรตามโทรจิกตลอด…. แน่นอนค่ะเราสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดเวลา แต่ในทางกลับกันกลับส่งผลให้กับผู้ใหญ่อย่างเราๆ หรือเด็กๆ ขาดความอดทนเพื่อที่จะได้มา และกลายเป็นคนใจร้อนติดเร็ว ติดรีบ ไปในที่สุดซะยังงั้น….??

CB039048

(เพิ่มเติม…)

Tags: , , , , , ,
24
ก.พ.

ข้อเสนอนโยบายปฏิรูปการศึกษา ต่อรัฐบาลอภิสิทธิ์1 ผ่าน รมว.ศึกษา

Posted under Happy society No Comments

edu01250152p1ระบบการศึกษานับแต่อดีต ที่ศูนย์อำนาจส่วนกลางวางแผน และสั่งการบังคับใช้แบบแผนมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศนั้น มุ่งผลิตบุคลากรเพื่อรับใช้สังคมเมือง พาณิชยการ และอุตสาหกรรม โดยทั้งรู้อยู่ว่า ท้องถิ่นที่เป็นแหล่งป้อนกำลังคนนั้น ไม่มีตลาดแรงงานรองรับ ทำให้มีการอพยพทอดทิ้งถิ่นฐาน เนื้อหาสาระที่บรรจุลงในการศึกษาทั้งภาคบังคับ และการศึกษาต่อในระดับถัดมา ล้วนมุ่งสนองประโยชน์ของสังคมนอกชุมชนภูมิเดิม ที่จะได้รับอรรถประโยชน์อย่างเต็มที่จากผลผลิตการศึกษาระดับชาติ ทั้งที่ไถ่ถึงระดับปัญญาชน และที่หยุดเพียงขั้นใช้แรงงาน การสร้างงานในชุมชนเพื่อป้อนตลาดอุตสาหกรรมในเมืองใหญ่ และส่งออกสู่ตลาดโลกก็ยังเป็นแหล่งงานที่ไม่เพียงพอจะรองรับบุคลากรผู้เป็นผลผลิตจากระบบการศึกษาเก่าให้หวนคืนถิ่น จึงได้แต่อาศัยแรงงานเท่าที่มีในท้องถิ่น ผลิตชิ้นงานที่แบ่งตัดตอนมาเพียงบางส่วนเสี้ยวจากระบบการผลิตและจัดส่งในระดับสากล

เนื่องจากระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ มิได้มุ่งผลิตบุคลากรให้สามารถคิด และสร้างสรรค์อรรถประโยชน์เต็มที่จากทรัพยากรท้องถิ่นที่มีทรัพยากรของสังคม ตลอดจนเวลาส่วนใหญ่ในวัยสำคัญของชีวิตปัจเจกชน จึงสูญเปล่าไปกับการศึกษาที่มิได้มุ่งสร้างความเจริญทางปัญญาของตัวบุคคล และการพัฒนาสังคมถิ่น หลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการดำเนินงานเรื่องการปฏิรูปการศึกษาในหลายรูปแบบที่เปลี่ยนกลับไปมา หลักสูตรการศึกษาระดับต่างๆ ยืดหดลดขยายตามแต่อิทธิพลทางความคิดที่ครอบงำผู้มีอำนาจทางการศึกษาแต่ละยุค ผู้ล้วนกำหนด และสั่งการจากศูนย์อำนาจของประเทศโดยไม่ยึดตัวผู้ศึกษาเป็นศูนย์กลางจริงจังตามสำนวนคุ้นปากผู้ปฏิรูปการศึกษาระดับชาติ ทั้งที่เป้าหมายของการศึกษาควรมุ่งสร้างสัมฤทธิผลอันเป็นคุณต่อตัวผู้ศึกษาใฝ่หาความรู้ทุกวัย ในการศึกษาชั่วชีวิตที่ให้ผลต่อสังคมใกล้ตัวก่อนขยายผลออกไปเป็นคุณสู่สังคมวงกว้าง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็แต่โดยการเคารพต่อความหลากหลายของท้องถิ่น และตัวปัจเจกชนผู้ศึกษาเป็นที่ตั้ง โดยไม่ถูกตีกรอบกวาดกว้างไปทั่วในระดับชาติโดยผู้อยู่นอกบริบทชีวิตประจำวันประจำถิ่น

ชุมชนท้องถิ่นสามารถกำหนด และควบคุมชะตากรรมของตน สร้างระบบการศึกษาที่เริ่มจากชุมชนท้องถิ่นเองเป็นจุดศูนย์กลาง มุ่งปลูกฝังภูมิปัญญา และวิชาชีพแก่บุคลากรผู้จะไม่ละทิ้งถิ่นหลังผ่านกระบวนการผลิตออกมา ขณะเดียวกับสามารถเชื่อมสัมพันธ์ความรู้ และความสามารถกับวิถีสังคมนอกชุมชนของตนได้ในวงกว้าง ปัญหาใดๆ ที่ปรากฏในสังคมล้วนคลี่คลายได้ด้วยการที่สมาชิกชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไข ฉะนั้น การปฏิรูปการศึกษาจึงต้องเริ่มต้นจากสมาชิกชุมชน และตัวผู้ใฝ่การศึกษาร่วมกัน พิเคราะห์ความจำเป็น และความต้องการของท้องถิ่น ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ระบุปัญหา แสวงหาทรัพยากรทั้งหลายที่จำเป็น หรือที่มีอยู่ กำหนด และประเมินค่าทางเลือก วางแผนงานดำเนินการเพื่อมุ่งบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น ตลอดจนหมั่นตรวจสอบประเมินผลเพื่อปรับปรุงกระบวนการอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อให้สอดรับสัมพันธ์ได้กับระบบการศึกษา และวิถีชีวิตนอกชุมชน อีกทั้ง มุ่งปลูกฝังจริยธรรมในการสร้างภูมิอดกลั้นต่อความแตกต่าง เพื่อให้ผลผลิตการศึกษาจากท้องถิ่น สามารถเชื่อมประสานได้อย่างราบรื่นกับระบบสังคมภายนอก ทั้งระดับภาค ระดับประเทศ และสากล

ข้อเสนอนโยบายที่รัฐบาลพึงปฏิบัติเพื่อให้ชุมชนจัดการกลไก และทรัพยากรเพื่อส่งเสริมการศึกษา ดังนี้

1.รัฐต้องส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และองค์กรเอกชน จัดการศึกษาของตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการ ครรลองประเพณี วัฒนธรรม และความจำเป็นทางเศรษฐกิจของชุมชนในอนาคต

2.การบริหาร และจัดสรรทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษาในท้องถิ่น ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมจัดการของประชากรในชุมชนเพื่อสนองประโยชน์ของตน

3.คณะกรรมการจัดการศึกษามาจากการเลือกตั้งทั่วไปในท้องถิ่น บริหารงบประมาณการศึกษาที่จัดสรรจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แต่อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบที่มาจากการเลือกตั้งทั่วไปในท้องถิ่น และเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น

4.หลักสูตรการศึกษาที่กำหนดโดยคนในท้องถิ่นป้องกันปัญหาจากสมอง และแรงงานไหลออกสู่สังคมเมือง และระบบเศรษฐกิจถิ่นอื่น เพราะมุ่งสนองความต้องการ และสร้างความมั่นคงในสังคมชุมชน

5.มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง อยู่ในการกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่หาทุน และความช่วยเหลือทางวิชาการเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก เฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาต่อเนื่องในระดับสูงกว่าการศึกษาท้องถิ่น

6.คณะกรรมการสถานศึกษามาจากการเลือกตั้งของประชากรในเขตบริการ ทำหน้าที่ว่าจ้างผู้บริหารการศึกษา อนุมัติแผนงาน หลักสูตร งบประมาณ รับเรื่องอุทธรณ์ ฯลฯ โดยต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนนักเรียนนักศึกษาได้รับเลือกตั้งอยู่ในทุกคณะกรรมการสถานศึกษา

7.การศึกษาไม่จำเป็นมีภาคบังคับ แต่ให้เป็นไปตามอัธยาศัย และส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องชั่วชีวิต เพื่อสนองประโยชน์ของปัจเจกบุคคล มุ่งให้ประสิทธิผลสอดคล้องกับเป้าหมายพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น

8.การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ชุมชนท้องถิ่นจัดให้ ย่อมไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งรวมทั้งอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องอันจำเป็น อาหาร และการเดินทางหรือที่พัก

9.การศึกษาภาคบังคับใดๆ หากมี ต้องเกิดจากฉันทามติ และเป็นการใช้จ่ายทุนของชุมชน มุ่งสนองประโยชน์ท้องถิ่นในอนาคต อีกทั้ง เป็นคุณต่อปัจเจกผู้รับการศึกษา ถือเป็นการลงทุนเพิ่มค่าในทรัพยากรมนุษย์ของชุมชน โดยเฉพาะสาขาวิชาอันจำเป็นแก่ท้องถิ่น

10.การจัดการศึกษาเองจะกลั่นกรองวัฒนธรรมใหม่อันพึงรับ และประยุกต์เข้ากับพื้นภูมิปัญญาท้องถิ่น สกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมอันมิพึงปรารถนาที่มากับการศึกษาอันเป็นผลของการวางแผน และสั่งการจากส่วนกลาง ซึ่งกวาดกว้างไปทั่วประเทศ จนก้าวข้ามความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

11.การศึกษาไม่พึงกีดกันแบ่งแยกเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ คนต่างด้าวทุกเพศวัยที่อาศัยร่วมแผ่นดินทั้งเป็นการชั่วคราว เฉพาะอย่างยิ่งผู้อยู่ถาวร พึงได้รับโอกาสการศึกษา เพื่อพัฒนาเป็นบุคลากรคุณภาพร่วมเพิ่มผลผลิตแก่สังคมที่หล่อหลอมจากหลากหลายวัฒนธรรม การละเลยกลุ่มบุคคลดังกล่าว เป็นการบ่มเพาะปัญหาด้วยการสั่งสมไว้แต่ผู้ร่วมสังคมไร้คุณภาพ หลังการผลักดันปัญญาชนอพยพต่างด้าว และผู้ลี้ภัยกลุ่มคุณภาพให้ประเทศพัฒนาแล้ว คัดเลือกรับไป

ที่มา วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11278?มติชนรายวัน

Tags: , , ,
16
ก.พ.

ผลการวิจัยเกี่ยวกับความเศร้า สลดหดหู่ ของวัยรุ่น เนื่องจากดูโทรทัศน์มากเกินไป

Posted under Happy kids No Comments

การศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า เด็กวัยรุ่นที่ดูโทรทัศน์มากๆ นั้น อาจจะทำให้เกิดอารมณ์สลดหดหู่ได้ ขณะนี้งานวิจัยฉบับหนึ่ง บ่งชี้ว่า ยิ่งดูโทรทัศน์มากเท่าไหร่ พวกเด็กวัยรุ่นอาจมีอารมณ์สลดหดหู่มากขึ้นเท่านั้น

การมีอารมณ์สลดหดหู่ ไม่ได้หมายถึงการรู้สึกโศกเศร้าแค่นั้น แต่เป็นอาการที่ขัดขวางไม่ให้คนเราศึกษา ทำงาน และหารายได้ ให้สมกับขีดความสามารถของตน

องค์การอนามัยโรคระบุว่า อารมณ์สลดหดหู่นี้ คือต้นเหตุสำคัญระดับแนวหน้า ที่ทำให้สุขภาพของคนเรา เสื่อมลงในโลก

babywithtv

(เพิ่มเติม…)

Tags: , , , ,
02
ก.ค.

ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชน

Posted under Happy society No Comments

?????? ยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนเพื่อสุขภาวะที่ดีของเด็กและเยาวชนมีผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำงานดังนี้ค่ะ

  • ระดับบุคลากรสาธารณสุข
  • ยุทธศาสตร์องค์ความรู้?? การรณรงค์และกิจกรรมส่วนร่วมผลักดันนโยบาย

1.สร้างองค์ความรู้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบันพร้อมแนวทางแก้ไข

2.เตรียมความพร้อมบุคลากรในการให้คัดกรอง? บริการ? ตรวจรักษา? คำแนะนำ? ฟื้นฟู? ป้องกันและส่งเสริม

3.การเชื่อมโยงข้อมูลในทุกระดับทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำไปสู่นโยบายสำหรับแนวทางที่ชัดเจนและปฏิบัติได้

  • ระดับวัยรุ่น
  • ยุทธศาสตร์องค์ความรู้?? การรณรงค์และกิจกรรมส่วนร่วมผลักดันนโยบาย

1.การเข้าถึงองค์ความรู้ด้านสุขภาวะวัยรุ่นได้เต็มที่

2.การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนโรงเรียนและท้องถิ่นหรือการสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ด้วยตนเอง

3.การสร้างแกนนำเยาวชนที่มีคุณภาพพร้อมกับการมีพื้นที่แสดงออก

  • ครอบครัว
  • ยุทธศาสตร์องค์ความรู้?? การรณรงค์และกิจกรรมส่วนร่วมผลักดันนโยบาย

1.การเสริมความรู้และทักษะปฏิบัติในการดูแลวัยรุ่นทั้งการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพและทักษะการให้คำปรึกษา

2.การสร้งกิจกรรมร่วมระหว่างวัยรุ่นและผู้ใหญ่สนับสนุนกิจกรรมเครือข่ายผู้ปกครองหรือครอบครัว

3.Promote? family-resource? centers

4.Provide? and?? support? media? for? family

  • ?ชุมชนและโรงเรียน
  • ยุทธศาสตร์องค์ความรู้?? การรณรงค์และกิจกรรมส่วนร่วมผลักดันนโยบาย???????????????

1.การส่งเสริมองค์ความรู้? แนวทางคัดกรองป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ?? การดูแลเบื้องต้นในระดับโรงเรียนและชุมชนท้องถิ่น

2.สนับสนุนและส่งเสริมหรือสร้างกิจกรรมระดับชุมชนให้มากพอที่จะให้วัยรุ่นเข้ามีส่วนร่วมอย่างง่ายดาย

3.การเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนระหว่างชุมชนเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมให้แพร่หลาย

ประเทศ 1.การพัฒนาองค์ความรู้ของบุคลากรโดยการเชื่อมโยงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

2.ส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรมชุมชนระดับประเทศ (community development)

3.ส่งเสริมให้มีการดูแลสื่อโดย 5M:media watch,media regulation media? reseach, media literacy,media advocacy

4.การกำหนดนโยบายการสร้างสุขภาวะต่อวัยรุ่นอย่างมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน(policy development? and? collaboration)

ที่มา: สมุดนโยบายเพื่อเด็กและเยาวชน? ทุกขภาวะสู่…..สุขภาวะของเด็กและเยาวชนได้อย่างไร? จัดทำโดย นพ. สุริยเดว? ทรีปาตี? สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี? สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุภาพ (สสส.)

^U^ เรียบเรียงโดย ?สรวงธร นาวาผล

Tags: , , ,