Posts Tagged ‘’
ก.พ.
ทำไมผู้หญิงจึงยังล้าหลังผู้ชายในด้านคณิตศาสตร์?
ปัญหาเรื่องที่ว่า ทำไมผู้หญิงจึงยังล้าหลังผู้ชายในด้านคณิตศาสตร์ ยังคงเป็นเรื่องที่เห็นขัดแย้งกันอยู่ เมื่อเร็วๆ นี้ มีผลการวิจัย ที่อาจให้คำตอบบางส่วน ผลงานวิจัยของนักจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยชิคาโก บ่งชี้ว่า เด็กผู้หญิงอาจเรียนรู้ หรือได้รับความกลัววิชาคณิตศาสตร์มาจากครู ตั้งแต่สมัยเข้าเรียนหนังสือตอนแรกๆ
แม้ว่าในระยะหลายปีที่ผ่านมา ผู้หญิงจะเก่งทางด้านคณิตศาสตร์มากขึ้น แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการงานอาชีพด้านนี้เท่ากับผู้ชาย
ผลการวิจัยเด็กนักเรียนชั้นประถมหนึ่ง ประถมสองในสหรัฐพบว่า ครูผู้หญิงที่สอนชั้นประถมต้น มักมีความหวาดวิตกเกี่ยวกับทักษะความสามารถของตน ในการที่จะถ่ายทอดความรู้ทางคณิตศาสตร์ แก่เด็กผู้หญิงเล็กๆ ที่ตนสอนอยู่
เด็กนักเรียนเล็กๆ นั้น มักจะมองดูผู้ใหญ่เพศเดียวกันเป็นแบบอย่าง และการที่ครูผู้หญิงมีความวิตกกังวล กลัวว่าจะสอนคณิตศาสตร์ไม่ได้ดี ก็อาจเป็นการส่งเสริมให้เป็นไปตามรูปแบบที่ว่า เด็กผู้ชายเก่งวิชาคำนวณ หรือคณิตศาสตร์มากกว่าเด็กผู้หญิง (เพิ่มเติม…)
Tags: ความแตกต่าง, สติปัญญา, อบรม, เรียนรู้, เลี้ยงดูก.พ.
เสียงดนตรีคลาสสิค อาจช่วยให้เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนด เพิ่มน้ำหนักตัวได้เร็วขึ้น และแข็งแรงขึ้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า เด็กทารกที่ได้ฟังดนตรีเป็นประจำ จะช่วยลดความเครียด ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และช่วยให้เด็กทารกสงบลงได้
แต่รายงานล่าสุดยังชี้ด้วยว่า เสียงดนตรีคลาสสิค ยังจะช่วยให้เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนด เพิ่มน้ำหนักตัวได้เร็วขึ้น และแข็งแรงขึ้นด้วย
เสียงดนตรีคลาสสิคของ Wolfgang Amadeus Mozart ที่คุณหมอที่ศูนย์การแพทย์ Tel Aviv ในอิสราเอล เปิดให้เด็กทารก 20 คนซึ่งเกิดก่อนกำหนด ที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ฟังวันละครั้ง ครั้งละ 30 นาที พบว่าหลังจากฟังดนตรีแล้ว
เด็กทารกที่เกิดก่อนกำหนดกลุ่มนั้น จะสงบลงและใช้พลังงานน้อยลง กว่าเด็กทารกกลุ่มที่ไม่ได้ฟังดนตรี นักวิจัยบอกว่า เมื่อเด็กทารกใช้พลังงานน้อยลง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้แคลลอรี่จำนวนมาก ในการเจริญเติบโต เด็กที่เกิดก่อนกำหนดเหล่านั้น จึงมีน้ำหนักตัวมากขึ้นและแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กเหล่านั้น (เพิ่มเติม…)
Tags: ครอบครัว, ดนตรี, พัฒนาการเด็ก, สมอง, เด็ก, เลี้ยงดูม.ค.
เด็กที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกมาตั้งแต่เด็ก อาจมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ มากกว่า
รายงานวิจัยชิ้นล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Northwestern รัฐ Illinois ชี้ให้เห็นว่า เด็กที่สัมผัสกับสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคตั้งแต่ยังเล็ก เช่น วิ่งหรือคลานเล่นตามพื้นดินหรือทานอาหารที่ตกพื้นแล้วนั้น อาจมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ รวมทั้งโรคหัวใจได้ดีกว่าเด็กที่ผู้ปกครองรักษาความสะอาดมากเกินไป
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Northwestern รัฐ Illinois ตรวจสอบข้อมูลจากการศึกษากลุ่มตัวอย่างชาวฟิลิปปินส์ที่เกิดจากแม่ 3,327 คนในช่วงคริสทศวรรษ 1980 โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทุกๆ 2 เดือนในช่วงแรกเกิดจนอายุ 2 ขวบ หลังจากนั้นเก็บข้อมูลทุก 4-5 ปี จนกลุ่มตัวอย่างมีอายุครบ 22 ปี การวิจัยที่ว่านี้มีเป้าหมายเพื่อศึกษาว่าสิ่งแวดล้อมในวัยเด็ก จะมีผลกระทบต่อการสร้างโปรตีนของร่างกาย ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดภาวะอักเสบในร่างกายได้อย่างไร ซึ่งจากผลการวิจัยพบว่า เด็กเล็กที่เติบโตภายใต้สภาพแวดล้อมที่สะอาดมาก หรือถูกสุขลักษณะมากเกินไปนั้น อาจส่งผลให้ระดับภาวะการอักเสบในร่างกายสูงกว่าปกติ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลายชนิด รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจด้วย

ส.ค.
การเล่นวีดีโอเกม ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของคนเราอย่างไรบ้าง?
ผู้คนจำนวนมากต่างคิดว่าวีดีโอเกมส์นั้น เป็นของเล่นสำหรับเด็กๆ แต่ปัจจุบันผู้ใหญ่ที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในแต่ละสัปดาห์หมดไปกับการเล่นวีดีโอเกมส์ กำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน และนั่นไม่ใช่ผลดีต่อสุขภาพร่างกายของผู้เล่นเลย
นานมาแล้ว ที่วีดีโอเกมส์ไม่ใช่ของเล่นเฉพาะสำหรับเด็กอีกต่อไป เชื่อไหมครับว่าปัจจุบันอายุเฉลี่ยของคนเล่นเกมส์ในอเมริกาคือ 35 ปี และในประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้ คนทุกเพศทุกวัยต่างหันมาเล่นวีดีโอเกมส์

นักวิจัย James Weaver จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐในนครแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย บอกว่ามีรายงานหลายชิ้น ที่แสดงให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่ตามมาจากการที่เด็กๆ เล่นเกมส์อย่างหมกมุ่น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ความก้าวร้าว และขาดการเรียนรู้การเข้าสังคม อย่างไรก็ตาม ยังไม่ค่อยมีงานวิจัยผลกระทบของเกมส์ ที่มีต่อผู้ใหญ่มากนัก (เพิ่มเติม…)
Tags: ความแตกต่าง, ติดเกม, อบรม, เด็ก, เรียนรู้, เลี้ยงดูส.ค.
ป้องกันอย่างไร ไม่ให้เด็กกลายเป็นอันธพาล ในยุคเทคโนโลยีเช่นนี้
เด็กบางคนคิดว่าการหาเรื่องเด็กคนอื่นๆ ที่แตกต่างจากพวกตนนั้นเป็นเรื่องโก้เก๋ เด็กอันธพาลเหล่านั้นจะกลั่นแกล้งเด็กอื่นด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชกต่อยหรือเรียกชื่อด้วยคำหยาบคาย ไปจนถึงพูดจาเยาะเย้ยและนินทาว่าร้าย ซึ่งเด็กอันธพาลจะรู้สึกชอบอกชอบใจเมื่อเห็นคนอื่นเจ็บปวด
และในยุคสมัยที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ได้ทำให้การกลั่นแกล้งเด็กคนอื่นยิ่งเพิ่มมากขึ้นด้วยวิธีการที่ต่างออกไป อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นไปได้ที่จะหาทางยุติการกระทำของเด็กอันธพาล

น้อง Brigitte Berman วัย 15 ปี เป็นผู้หนึ่งที่รู้ดีเรื่องการกระทำของเด็กอันธพาล ซึ่งมีตั้งแต่การใช้ความรุนแรงทางร่างกาย เช่นชกต่อยหรือเตะเด็กคนอื่นๆ การใช้วาจาเยาะเย้ยถากถางให้เจ็บใจ เช่นต่อว่าคนอื่นว่าอ้วนหรือน่าเกลียด ไปจนถึงการนินทาว่าร้ายและไม่คบค้าสมาคมด้วย และปัจจุบันยังมีการกลั่นแกล้งผู้อื่นผ่านทางอินเตอร์เนตด้วย
น้อง Brigitte เพิ่งจะเผยแพร่ผลงานหนังสือเล่มแรกของเธอออกมา โดยใช้ชื่อว่า Dorie Witt’s Guide to Surviving Bullies ที่แม้จะเป็นเรื่องแต่ง แต่ก็ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงของคนที่ถูกอันธพาลกลั่นแกล้ง ซึ่งเธอรวบรวมข้อมูลส่วนใหญ่จากทางอินเตอร์เนต ในหนังสือเล่มนี้ เธอแนะนำว่า คนที่อยู่ในเหตุการณ์อาจมีบทบาทสำคัญในการหยุดยั้งการระรานของอันธพาลได้ โดยช่วยเป็นทั้งพยาน ผู้ขัดขวางและผู้ปกป้อง
Tags: ความแตกต่าง, อบรม, เด็ก, เรียนรู้, เลี้ยงดูพ.ค.
“เด็ก-เซ็กซ์-ทีวี” เรื่องเดิมๆที่รุนแรงกว่าเดิม
นักวิจัยเผย ภาพวาบหวิว ฉากเลิฟซีน บทชิงรักหักสวาทและสิ่งยั่วยุเรื่องเพศต่างๆ จากรายการโทรทัศน์ได้กลายเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กๆมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นกว่าเดิม
นักวิจัยจากโรงพยาบาลเด็กในบอสตันเผยว่า จากการศึกษาเรื่องพฤติกรรมของเด็กกับการดูรายการโทรทัศน์ที่ไม่เหมาะสมกับวัย พบว่าทั้งภาพยนตร์และละครที่มีฉากวาบหวิว รวมไปถึงรายการที่นำเสนอในเรื่องเพศ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นเมื่อเทียบกับเพื่อนวัยเดียวกัน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบจากสิ่งที่พวกเขาได้ดูทางโทรทัศน์โดยปราศจากผู้ปกครองที่ควรให้คำแนะนำและเอาใจใส่

ทั้งนี้ จากการศึกษาเด็กๆ 754 ราย ที่ทีมงานเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการดูรายการโทรทัศน์ต่างๆ ตั้งแต่พวกเขายังเด็กจนกระทั่งถึง 5 ปีที่แล้ว ที่เด็กๆกลุ่มนี้มีอายุระหว่าง 12-18 ปี พวกเขาได้เผยว่า เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น เด็กกลุ่มนี้ยอมรับว่าเขามีเพศสัมพันธ์เร็วกว่าเพื่อนคนอื่น โดยส่วนหนึ่งมาจากการที่เห็นตัวอย่างต่างๆในสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะฉากเลิฟซีนที่ไม่มีการเซ็นเซอร์
อย่างไรก็ดี แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะทราบดีว่า ฉากเลิฟซีน หรือบทชิงรักหักสวาทในจอตู้นั้นมีส่วนทำให้เด็กๆที่ไม่สามารถแยกแยะได้ นำไปปฏิบัติจนกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดในครั้งนี้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในทุกๆชั่วโมงนั้น จะมีเด็กๆที่มีอายุ 6-8 ปีนั่งดูละคร ภาพยนตร์และรายการต่างๆที่เป็นรายการเฉพาะกลุ่ม หรือ เรท “ฉ” วันละ 2 เรื่องโดยประมาณ และคิดเป็นร้อยละ 33 ของเด็กวัยเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าเด็กเหล่านี้อาจตกเป็นเหยื่อของสื่อติดลบ และตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
ดร. Hernan Delgado หนึ่งในทีมงานของ the Division of Adolescent/Young Adult Medicine เผยว่า รายการโทรทัศน์และละครต่างๆที่มุ่งเสนอในเรื่องของเพศสัมพันธ์ได้กลายเป็นสาเหตุยั่วยุทางเพศที่กระตุ้นให้เด็กๆที่ได้ดูรายการเหล่านี้เกิดความอยากลองด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ
และจากการสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการดูโทรทัศน์โดยปราศจากผู้ใหญ่คอยแนะนำนั่นเอง เด็กๆที่เคยดูรายการประเภท “ฉ” หรือดูฉากเลิฟซีนรวมไปถึงฉากชิงรักหักสวาทจนเป็นความคุ้นชินนั้น เด็กผู้ชายส่วนใหญ่มักอยากเป็นพระเอกเพียงเพราะอยากได้ข่มขืนนางเอก ในขณะที่เด็กผู้หญิงเองก็อยากเล่นบทนางร้ายมากกว่าบทนางเอกด้วยเหตุผลที่ว่า นางร้ายหรือตัวอิจฉามักจะได้หลับนอนกับพระเอกก่อนนางเอก
อย่างไรก็ตาม การศึกษาพฤติกรรมของเด็กที่ได้รับอิทธิพลจากโทรทัศน์ในครั้งนี้ นับว่าเป็นสัญญาณเตือนผู้จัดละครและรายการต่างๆมากขึ้น ในเรื่องที่นอกจากตัวเลขผลกำไรแล้ว ระดับของจริยธรรมและจรรยาบรรณนั้นยังหลงเหลืออยู่บ้างหรือไม่ ความบันเทิงที่มุ่งสร้างความนิยมของคนดูนั้นมันคุ้มกับจิตสำนึกของเยาวชนที่อ่อนแอมากน้อยแค่ไหน!!
เรียบเรียงข้อมูลบางส่วนจาก เฮลท์ นิวส์ โดย .http://www.manager.co.th/




